ต้นเค้าของความเป็นจริงที่เริ่มปรากฏให้เห็น

จากการที่โรงเรียนเพลินพัฒนาได้เริ่มนำเอากระบวนวิธีคิด และวิธีการเรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญลงสู่การเรียนรู้ในชั้นเรียนมากว่า ๒ ภาคการศึกษา พบว่า กระบวนการเรียนรู้ในหน่วยวิชาภาษาไทยดำเนินไปได้ดีในบรรยากาศการเรียนรู้ดังเช่นที่ได้กล่าวมาข้างต้น

ในชั้นเรียนของคุณครูชนก สามิติ มีงานเขียนหลายชิ้นแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษา มีความพร้อมและมีทักษะในการสังเกตความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นกับอารมณ์ความรู้สึกที่เข้ามากระทบ และมีศักยภาพเพียงพอที่จะมองย้อนกลับเข้าไปเชื่อมโยงโลกภายในเข้ากับประสบการณ์ภายนอกที่ได้พบเห็น แล้วสื่อออกมาเป็นภาษาที่งดงามได้

 

จากรากถึงใบ  โดย  ด.ญ. ณัฐณิชา  โชติมณี (ชั้น ม.๒)

“... ดวงจันทร์สีเหลืองนวลนั้นยังคงทำหน้าที่ของตนอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิดของรัตติกาล ภาพของสวนยางที่มีดวงจันทร์และความมืดเป็นฉากหลังนั้นช่างสวยงามยิ่งนัก คล้ายกับจะชักชวนให้ใครสักคนเข้าไปเยี่ยมเยือน เพื่อพบกับความงามที่จะติดตาตรึงใจ...

หลังจากที่ออกจากสวนยาง ก็กลับขึ้นรถแล้วนั่งให้รถพาชมบรรยากาศรอบๆ หมู่บ้านอย่างสบายใจ

ระหว่างเราก็ได้พบว่าเนื้อที่ของสวนยางนั้นกว้างขวางมาก ข้างทางมองไปส่วนใหญ่ก็จะเป็นสวนยางเกือบทั้งหมด แลดูเป็นสีเขียวเย็นตา อีกทั้งยังให้ความรู้สึกสดชื่น สดใหม่ แก่พวกเราอีกด้วย

“ต้นยางเนี่ย เป็นต้นไม้ที่ดีจังเลยนะ” ฉันคิด เพราะต้นยางให้ประโยชน์แก่มนุษย์มากมายหลายหลากจนนับไม่ถ้วน มันสร้างคุณค่าให้ตัวเอง มีคุณค่าตั้งแต่เป็นต้นอ่อนจนถึงโรงเลื่อยและหลังจากนั้นจนมันสูญสลาย...

ทั้งๆ ที่เราเป็นมนุษย์ แต่เราไม่ค่อยทำประโยชน์ หรือสร้างคุณค่าให้ตัวเองเลย หรือไม่ก็ทำให้ตัวเองด้อยค่าลงโดยที่ไม่รู้ตัว...ทำไมกันนะ ?...”

 

ในการเรียนหลักภาษา เรื่องประโยคความเดียว คุณครูชนกให้ผู้เรียนเขียนเรื่องของดอกหญ้า ที่เป็นทั้งแบบฝึกให้ได้ใช้ประโยคความเดียวมาต่อกันเป็นเรื่องราว และเป็นโจทย์ให้ได้เรียนรู้ด้วยการใคร่ครวญถึงคุณลักษณะของดอกหญ้าที่ย้อนกลับมาสอนใจผู้เรียนได้

 

ดอกหญ้า  โดย น.ส.โอริสรา  เรืองเล็ก(ชั้น ม.๓)

“...ในฤดูฝนไม่ว่าฝนจะตกหนักเท่าไร ดอกหญ้าก็ยังอยู่ ไม่ว่าลมจะแรงเท่าใด ดอกหญ้าก็ยังอยู่ ไม่ว่าพายุจะพัดมาแรงแค่ไหน ดอกหญ้าก็ยังอยู่ อยู่อย่างโดดเดี่ยว หยัดยืนอยู่เพียงลำพัง อยู่ที่กลางทุ่ง ไม่ว่าจะโดนใครต่อใครเหยียบย่ำสักกี่ครั้ง ดอกหญ้าก็ยังแข็งแรง ยังคงจะลุกขึ้นมาใหม่ หรือไม่ว่าน้ำจะท่วมทุ่ง ดอกหญ้าก็ยังพยายามที่จะลอยคอขึ้นมาเท่าที่ดอกหญ้าจะทำได้ หรือฤดูหนาวที่แสนจะเย็นเยือก ดอกหญ้าก็ยังอดทน หรือในวันที่แสนจะร้อนแห้งแล้ง ดอกหญ้าใช้น้ำเพียงน้อยนิดพอเลี้ยงตัวเอง ดอกหญ้าก็ยังรอดมาได้ จนกระทั่งวันหนึ่ง ความน่ากลัวที่ยิ่งใหญ่กว่าธรรมชาติก็มาถึง...ดอกหญ้าถูกเด็ดออกมาจากต้นที่ที่มันควรอยู่ แต่ถึงกระนั้นดอกหญ้าก็ยังคงเป็นดอกหญ้าอยู่เหมือนเคย”