คำถามที่มีแต่คนที่พบเจอกับตัวเองเท่านั้นที่ตอบได้ พบข้อเขียนนี้ที่คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบ ขอเอามาแปะไว้ให้อ่านกันตรงนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณ dekkid แห่งมหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นอย่างยิ่งค่ะ

ปาฏิหาริย์ที่แท้อยู่เหนือตรรกะแห่งฟิสิกส์ ปาฏิหาริย์ที่แท้เกิดจากอำนาจของใจ 

หลัก 14 ข้อในการปรับจิตใจจนสามารถสร้างปาฏิหาริย์

ข้อ1 จงเก็บความอยากตัดสินและไม่อยากเชื่อเอาไว้ก่อน

: การเปืดใจและไม่ปฏิเสธเสียแต่แรกจะทำให้เรามีทัศนวิสัยที่สามารถเข้าใจสิ่งต่างๆในด้านใหม่ได้

ข้อ 2 สร้างเขตปาฏิหาริย์ของแท้ขึ้นในใจของคุณ

: เมื่อคุณไม่ปฏิเสธเสียแต่แรก โดยระงับความไม่เชื่อและความสงสัยไว้ก่อนก็เท่ากับคุณเริ่มปรับจิตใจให้สามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้ ขอให้คุณสงวนจิตสำนึกของคุณไว้สักเสี้ยวหนึ่งเพื่อใช้ทดลองสร้างปาฏิหารย์โดยเฉพาะ

ข้อ 3 ยืนยันกับตนเองว่า คุณเป็นบุคคลหนึ่งที่ไร้เขตจำกัด

: สิ่งใดก็ตามที่คุณคิดได้ในใจ คุณย่อมทำสิ่งนั้นให้เกิดขึ้นได้

ข้อ 4 จงพัฒนาจิตใจแบบใหม่ต่อหลักคิดของญาณสังหรณ์

: ตุณจะรู้สึกอุ่นใจหากเชื่อว่าญาณสังหรณ์ที่ฉุกคิดขึ้นมาเป็นคราวเป็นญาณหยั่งรู้ที่คอยชี้นำคุณอยู่เสมอ

ข้อ 5 จงค้นหาความลับที่นั่งอยู่ในใจกลางภายในตัวคุณให้พบและรู้จักมัน

: จงทำให้ตัวคุณรู้สึกสบายกับความว่างเปล่า สภาวะที่ใจไม่มีความคิดใดๆโดยมีจิตว่าง ทุกสิ่งที่สร้างขึ้นด้วยสิ่งใดก็ตาม หากไม่มีความว่างเสียแล้ว ย่อมมีอยู่ไม่ได้ ท่านเล่าจื่อเคยกล่าวว่า เมื่อเราได้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่ เราต้องรู้ถึงคุณประโยชน์ของสิ่งที่ไม่มีอยู่ด้วย หลักคิดข้อ 5 คือ ความว่างเปล่าที่แม้ดูภายนอกว่าเงียบเชียบอยู่เสมอชั่วนิรันดร์ และความสามารถในการสร้างปาฏิหาริย์ของคุณก็มาจากความจริงแท้นี้ ซึ่งก็คือความว่างที่ซ่อนอยู่ตรงกลางนี้

ข้อ 6 จงเรียนรู้ที่จะไว้ใจตนเอง และรู้ถึงความไว้ใจนั้นแทนความเคลือบแคลงสงสังต่อตนเองและหวั่นกลัว

ข้อ 7 จงยืนยันกับตนเองว่า เจตนารมณ์ของคุณสร้างความเป็นจริงของคุณ

:ขอให้แยกสิ่งที่เป็นความนึกคิดที่เป็นเพียงความอยาก ความหวัง กับ สิ่งที่เป็นความตั้งใจมั่น(เจตนารมณ์)ที่จะทำให้เป็นจริง

ข้อ 8 เข้าไปมีประสบการณ์ของการยอมจำนน หากคุณเปิดใจรับและเต็มใจ บรมครูทางจิตวิญญาณต่างสอนเราว่า สัจธรรมในชีวิตสื่อความกับเราในความเงียบ สิ่งที่คุณต้องทำเพื่อให้เกิดปาฏิหาริย์คือแค่ปล่อยวาง แค่วางใจ อยู่นิ่ง และฟังจิตใจของตนเอง ฟังการชี้แนะและปลุกการยอมจำนนให้ตื่นขึ้น

ข้อ 9 จงทำตัวราวกับว่าสิ่งที่คุณจินตนาการไว้อยู่ที่นี่เรียบร้อยแล้ว

ข้อ 10 ดำรงชีวิตไปตามตัวตนทางจิตวิญญาณเป็นอันดับแรก แล้วค่อยอยู่แบบตัวตนทางร่างกายเป็นอันดับสอง

การปรับตนเสียใหม่ให้อยู่ด้วยจิตวิญญาณเป็นหลักและด้วยกายเป็นรองจำเป็นต้องปรับในทุกด้าน

ข้อ 11 ทำความเข้าใจต่อปริศนาที่ว่า คุณจะไม่มีวันรู้สึกพอกับสิ่งที่จริงๆแล้วคุณไม่ต้องการ

:ทำรายการดูว่ามีสิ่งใดที่คุณยังคงใฝ่หาอยู่ทั้งๆที่แท้จริงแล้ว คุณไม่ต้องการสิ่งนั้นเลยในชีวิต จากนั้นทำรายการที่คุณต้องการอย่างแท้จริง

คุณอาจแทนที่ความหลอกลวง ด้วย ความจริงใจ  แทนที่การดื่มน้ำเมา ด้วย น้ำเปล่า 8 แก้ว แทนที่ความโกรธ ด้วยความรักและความปรองดอง

ข้อ 12 จงอย่าเรียกร้องสิ่งใดๆจากใครอื่น และจงยอมรับผู้อื่นอย่างที่เขาเป็นโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ลักษณะของจิตใจอันเป็นปาฏิหาริย์ ต้องการสภาวะที่ ไม่เรียกร้องสิ่งใดๆจากผู้อื่นเลย

:หลักการนี้ปลดปล่อยคุณเป็นอิสระในทุกๆด้านของชีวิต จงมองผู้อื่นในฐานะของขวัญสำหรับคุณ โดยคุณไม่คาดหวังหรือร้องขอสิ่งใดจากเขาเลย แต่ละคนต่างทำหน้าที่ทางโลกของตนไปด้วยกัน การฝึกทัศนคติเช่นนี้ให้ผลดีอย่างน่าแปลกใจ เพราะยิ่งคุณคาดหวังหรือร้องขอจากผู้อื่นน้อยลงเท่าใด คุณกลับยิ่งจะได้รับสิ่งที่น่าคาดหวังจากเขาได้มากขึ้นเท่านั้น รวมทั้งความเต็มใจ ประสิทธิภาพและผลงาน เพราะมนุษย์ทุกรูปนามมีความดีอยู่ในตัว

ข้อ 13 จงเริ่มพัฒนาอำนาจที่แท้จริงให้มีขึ้นในตัวคุณเอง

:อำนาจที่แท้จริงมิใช่ความสามารถในการควบคุม ครอบงำ หรืออยู่เหนือผู้อื่น อำนาจที่แท้จริงมิใช่อยู่ที่ว่าผู้อื่นปฏิบัติต่อคุณอย่างไร การทำให้ตนเองมีอำนาจที่แท้จริงคือ การรู้ซึ้งอยู่ภายในว่าคุณอยู่ด้วยจุดมุ่งหมายของชีวิต หรืออยู่เพื่อปฏิบัติภารกิจของความดี ด้วยจิตใจที่สงบและสอดคล้องกลมกลืนกับตนเองและผู้อื่น การรู้สึกถึงอำนาจที่แท้จริงโดยไม่เป็นเหยื่อทางอารมณ์ที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมภายนอกหรือคนอื่น

ข้อ 14 จงฝึกฝนการทำสมาธิเป็นประจำทุกวัน คือการกำหนดจิตเข้าไปภายในตนอย่างสงบ เพื่อเข้าให้ถึงแหล่งปัญญาญาณหรือความรู้แจ้งจากญาณรู้ภายในตน

ความเชื่อ 7 ประการในการสร้างปาฏิหาริย์ที่เป็นจริงให้บังเกิดขึ้น

1 มีพลังอำนาจชีวิตที่มองไม่เห็น แต่ตระหนักรู้ได้ด้วยใจอยู่ภายในตัวคุณ

ขอให้คุณวางใจอย่างเต็มเปี่ยมว่ามันอยู่ข้างในตัวคุณ

2 คุณสร้างความคิดขึ้นมาเอง

คุณมีชีวิตอยู่เพราะคุณนึกคิดว่าคุณกำลังมีชีวิตอยู่ เมื่อใดที่คุณหยุดนึกคิด เท่ากับคุณเลิกมีชีวิตในโลกทางกาย ปาฏิหาริย์ย่อมเกิดจากความคิด ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างการกระทำทั้งปวง

3 ไม่มีขีดจำกัด

ทุกสิ่งที่คุณเชื่อว่ามีขีดจำกัดเป็นผลพวงที่คุณถูกสอนมาให้เชื่อและคิดในลักษณะเช่นนี้

4 ชีวิตของคุณมีจุดมุ่งหมายหรือเจตนารมณ์

5 คุณเอาชนะความอ่อนแอได้โดยทิ้งมันไว้ข้างหลัง

6 ต่อเมื่อคุณได้ตรวจสอบสิ่งที่คุณเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้แล้ว คุณถึงจะเปลี่ยนความเชื่อได้

จงเปลี่ยนความเชื่อต่อสิ่งที่คุณสร้างภาพไว้ในใจว่าเป็นไปไม่ได้ ให้กลายเป็นความเชื่อว่ามันเป็นไปได้

7 คุณสามารถอยู่เหนือการใช้ความคิดเชิงตรรกะได้

ความรู้สึกที่เรียกว่า แรงบันดาลใจ ลางสังหรณ์ เป็นสิ่งที่พิสูจน์ด้วยเหตุผลไม่ได้

แม้มิติทางกายเป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์ มิติทางใจนั้นยิ่งอัศจรรย์กว่านั้นมาก

จากหนังสือ อยู่อย่างปาฏิหาริย์ (Real Magic: CREATING MIRACLES IN EVERYDAY LIFE) เขียนโดย ดร.เวย์น ไดเออร์ แปลโดย โกมล ปานชี