ประสานความ เนรมิตผู้สูงวัยภาคเหนือ ฟันดี

       วันที่ 21- 23   ธันวาคม 2552  นี้   ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน  ซึ่งศูนย์อนามัยที่ 10 ร่วมกับศูนย์อนามัยที่ 8 นครสวรรค์    ศูนย์อนามัยที่ 9 พิษณุโลก และกองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย   จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ   “ประสานความคิด  เนรมิตผู้สูงวัยภาคเหนือ  ฟันดี”  ภายใต้โครงการฟันเทียมพระราชทานและการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ปี 2553 ณ.โรงแรมเวียงทอง  จังหวัดลำปาง

         กองทันตสาธารณสุขร่วมกับศูนย์เขต   ได้พยายามพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุมาตลอด ตั้งแต่ ปี 2549  เพื่อให้ได้รูปแบบที่เป็นกิจกรรมส่งเสริมอย่างชัดเจน   ดูแลโดยผู้สูงอายุเองและพึงพาหน่วยงานรัฐตามความจำเป็น   ปัจจุบันพบว่าเกิดชมรมผู้สูงอายุมากมาย  ที่เป็นเครือข่ายกัน  กองทันตฯและศูนย์เขต  จึงจัดเวทีนี้เพื่อให้ชมรมผู้สูงอายุได้เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน  เพื่อพัฒนากิจกรรมในชมรมเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพในช่องปากให้ยั่งยืน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อให้เครือข่ายของรัฐที่เกี่ยวข้องหันมาสนับสนุนมากขึ้น

        ผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้โดยมากเป็นแกนนำผู้สูงอายุเจ้าหน้าที่ของรัฐที่รับผิดชอบงานทันตฯ  และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

       ซึ่งในงานนี้ได้รับเกียรติจากท่านรองอธิบดี  กรมอนามัย  นพ.ประดิษฐ์  วินิจจะกุล  มาเปิดงานและบรรยายพิเศษเกี่ยวกับ  “ อนามัยช่องปากกับสุขภาพผู้สูงอายุ” 

ผอก.ศูนย์อนามัยที่ 10

นพ.ชัยพร  พรหมสิงห์ กล่าวรายงาน

       ท่านรองอธิบดีกรมอนามัย  นพ.ประดิษฐ์  กล่าวเปิดงานและบรรยายพิเศษ

 

           หลังจากนั้น ศ.เกียรติคุณ นพ.พงษ์ศิริ  ปรารถนาดี  บรรยายให้ความรู้  เรื่อง  “ ปัจจัยสุขภาพดี”   กับแนวคิดที่ว่า มันถูกต้องแล้วหรือที่เราทำตัวให้เป็นภาระแก่ลูกหลาน ??   ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ผู้สูงอายุควรจะหันกลับมาเห็นคุณค่าและสร้างศักดฺศรีให้กับตัวเอง  ด้วยการใส่ใจสุขภาพตัวเองแต่เนิ่นๆ   และที่สำคัญอาจารย์บอกว่าต้องส่ำเสมอด้วย  เพื่อลดการเป็นภาระให้กับคนอื่น

                       อาจารย์ นพ.พงษ์ศิริ

 

          ก่อนที่จะแยกย้ายกันลงไปศึกษาการทำงานกันจริงของชมรมผู้สูงอายุต่างๆในพื้นที่   อ.อุทัยวรรณ  กาญจนกามล  กรุณาได้มาให้คำแนะนำแบบกระชับเกี่ยวกับ  การสร้างข้อถามสร้างพลัง  เพื่อค้นหาสิ่งดีๆที่มีอยู่ในชุมชน  ในบรรยายการของการไปร่วมกันสร้างสุข

 อ.อุทัยวรรณ  กาญจนกามล

ภาพกิจกรรมในช่วงเช้าค่ะ

            หลังรับประทานอาหารเที่ยงด้วยกันแล้ว  เราแยกย้ายกันไปเก็บเกี่ยวข้อมูล  และสิ่งดีๆที่มีอยู่ในชุมชนตามพื้นที่กัน   ผู้เขียนเลือกไป ที่ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุ วัดต้นซ้อ  บ้านแม่ฮาว  อ.ห้างฉัตร

กำนันสมศักดิ์  แสนเรือง  ได้กล่าวต้อนรับ

 พต.สุริยัน  หนองปรีคำ 

ประธานชมรมผู้สูงอายุห้างฉัตร

        เล่าถึงความเป็นมาของชมรมฟื้นฟูฯ วัดต้นซ้อ  เพราะในแต่ละหมู่บ้านพบว่าปัจจุบันมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น  ปัญหาเรื่องสุขภาพก็ตามมา  เป็นภาระทั้งกับครอบครัวและรัฐ  เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล    พบว่า จำนวนผู้สูงอายุ 1,254 คน  นั้นแบ่งเป็น 3 ประเภท  คือ

  • กลุ่มที่ 1  ช่วยตัวเองได้  จำนวน  644 คน  หรือ 51%

  • กลุ่มที่ 2  ช่วยตัวเองได้แต่ช่วยผู้อื่นไม่ได้  จำนวน 564 คน หรือ 45%

  • กลุ่มที่ 3 ช่วยทั้งตัวเองและผู้อื่นก็ไม่ได้ จำนวน 46 คน หรือ 4 %

       จากข้อมูลข้างต้น ท่านเจ้าอาวาสวัดต้อซ้อ  ซึ่งสนใจเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ  และสมุนไพร  ได้ให้ข้อเสนอแนะว่า  น่าจะเอาผู้สูงอายุเหล่านี้มาทำกิจกรรมสุขภาพร่วมกันที่วัด   เพื่อ..

  • แลกเปลี่ยนพูดคุยกันเกี่ยวกับสุขภาพ 

  • สร้างความสัมพันธ์ระหว่างวัดและชาวบ้านให้มากขึ้น

  • สร้างศรัทธาและจิตอาสาของคนในชุมชนด้วยกัน

        ได้มีการเขียนโครงการเพื่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและสถานที่ประกอบการ  เกี่ยวกับ  ความช่วยเหลือด้านงบประมาณ  การให้ความอนุเคราะห์มาตรวจและแนะนำเกี่ยวกับสุขภาพของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข  เพื่อคัดกรองและป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง  ในรายที่เจ็บป่วยก็ส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาล  และกลับมาฟื้นฟูที่ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพฯนี้

       กิจกรรมในศูนย์ฟื้นฟูฯ  ประกอบด้วย...

  • การนวดแผนโบราณ  และการประคบสมุนไพร

  • กิจกรรมการออกกำลังกาย

  • กิจกรรมเพื่อสร้างงานและความเพลิดเพลินให้ผู้สูงอายุ  เช่น การจักสาน  การประดิษฐ์ดอกไม้  การทำสมุนไพรลูกประคบ  เป็นต้น

     กิจกรรมการดอกไม้ประดิษฐ์

 

การนวด  ประคบ

         ในส่วนของเรื่องสุขภาพช่องปาก  น่าสนใจมากเพราะเป็นกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมมากที่สุด  ผู้เขียนเห็นว่าชมรม...ใช้การย้อมสีฟันมาเป็นยุทธศาสตร์ให้เกิดการขับเคลื่อนเรื่องของสุขภาพช่องปาก  โดยให้ผู้สูงอายุทำเอง  แนะนำกันเอง  และสามารถรุกเข้าไปแนะนำให้ลูกหลานในโรงเรียนได้ด้วย  ผู้เขียนเห็นว่า  นอกจากเป็นการส่งเสริมสุขภาพที่ได้ผลแล้ว  ยังเป็นการสร้างคุณค่าในตัวเองให้กับผู้สูงอายุได้อย่างดี  อย่างที่อาจารย์พงษ์ศิริ  กล่าวไว้ในข้างต้น  และปัจจัยอีกอย่างที่สำคัญ คือ การมีจิตอาสา   การเสียสละของชุมชน

ภาพกิจกรรมที่ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพค่ะ

ถ่ายภาพด้วยกัน

            ขากลับนั่งมาในรถตู้ได้ยิน  คุณหมอก๋า  รองผอก.ศูนย์อนามัยที่ 10  พูดเรื่อง  “ตัวชี้วัดคุณภาพที่มีพลังมากกว่าค่าของตัวเลข  คือเรื่องจิตอาสา   และความสามัคคีของชุมชน”  ผู้เขียนฟังแล้วรู้สึกเห็นด้วยอย่างยิ่งและคิดว่าถ้าเอามาใช้กับชุมชนที่นี่  ดูจะเหมาะอย่างที่สุดเลยค่ะ

 

คุณหมอก๋า  รองผอก.ศูนย์อนามัยที่ 10 

                                                      ขอบคุณค่ะ