"แล้วฝุ่นในใจของเราละ?" ในแต่ละวันเราใช้อะไรปัด.




กราบเท้า  คุณลุงคุณป้าด้วยความเคารพรัก

                นานนับเดือนที่ห่างหายไม่ได้พูดคุยกับคุณลุงคุณป้า  กราบขออภัยด้วยค่ะ  แสงดาวในคืนเดือนมืดยังระยิบระยับจับฟ้า  ดาวลูกไก่  ดาวไถ่   ดาวจระเข้  ยังคงประดับหล้าทุกราตรีให้เรามองเห็นเสมอ

                วันนี้มีเรื่องกระทบอารมณ์อยู่สองเรื่องซึ่งอ่านพบจากโลกไซเบอร์   เรื่องแรกเป็นเรื่องของหญิงสาววัยยี่สิบห้าปี  ซึ่งเป็นโรคนอนไม่หลับมาห้าถึงหกปีแล้ว   เธอสอนหนังสือด้วยค่ะ   กลางวันความจำเริ่มเสื่อม  กลางคืนเริ่มมีอาการประสาทหลอน...อ่านแล้วก็รู้สึกเห็นใจเธอไม่น้อย...

                เรื่องที่สองเป็นเรื่องราวชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่ง        ซึ่งมองภายนอกดูเหมือนเธอจะสดใส       หากแต่ภายในใจเธอขมขื่นด้วยปัญหาครอบครัวปัจจุบัน       ตลอดจนพื้นฐานทางครอบครัวที่แตกแยก   ชีวิตนี้ไม่มีใคร ?  นอกจากปัญหาที่ถาโถม...ทั้งสองเรื่องเปรียบเสมือน "ฝุ่นชีวิต"  ที่เกาะกินใจเจ้าของไม่สร่างซา 

                ทุกวันหนูหน่อยต้องคอยปัดฝุ่นรถเก๋งคู่ชีพเพื่อให้ดูสะอาดสดใส   ขณะปัดฝุ่นเฝ้าถามตนเองว่า "แล้วฝุ่นในใจของเราละ?"  ในแต่ละวันเราใช้อะไรปัด...

                คนบางคนขัดสีฉวีวรรณร่างกายภายนอกเสียสวยงาม  หากแต่ภายในหมักหมมไปด้วยกิเลสตัณหา      คือฝุ่นภายในใจที่ไม่เคยทำความสะอาด   ร่างกายเรายังอาบน้ำชำระล้างไม่ต่ำกว่าวันละสองครั้ง     หากใจคนไม่เคยชะล้างด้วยการให้ทาน  รักษาศีล   เจริญภาวนา   แล้วใจจักสะอาดได้อย่างไร   นอกจากการหอบหวงห่วงหายึดมั่นเพียงอัตตาตัวตนร่ำไป...  ยิ่งยึดมั่นในความทุกข์ด้วยแล้ว  ยิ่งส่งผลต่อสุขภาพเป็นฝุ่นในใจที่ยากจะเยียวยา  นอกจากโอสถของพระพุทธเจ้า...

                                                                       ด้วยความเคารพรัก
                                                                               หนูหน่อย

"ปลูกต้นไม้บำรุงราก  ปลูกฝังคุณธรรมบำรุงจิต"


ขอบคุณภาพ จากอินเทอร์เน็ต