กฤษณา ทำรายได้กับผู้ปลูกมหาศาล
ท่านทราบหรือไม่ว่าต้นกฤษณา หรือ ไม้หอม ทำรายได้ให้กับผู้ปลูกได้อย่างมากมายทีเดียว ถ้ายังไม่ทราบติดตามอ่านต่อซิครับ การปลูกกฤษณา(ไม้หอม) มีข้อจำกัดอยู่บ้าง ถ้าสนใจจะปลูกต้องศึกษาข้อมูลให้เข้าใจอย่างแจ่มชัดทุกเรื่อง โดยศึกษาดังนี้
1 สายพันธุ์ ส่วนมากจะนิยมสายพันธุ์จากจังหวัดตราด หรือ จันทบุรี เชื่อว่าน้ำมันที่ได้จากต้น จะมีความหอมเป็นที่ต้องการของพ่อค้า แม่ค้า นั่นคือได้ราคาดีเมื่อกลั่นเป็นน้ำมันและน้ำมันหอมเป็นที่ต้องการของพ่อค้ามาก
2. วิธีการปลูกและการดูแลรักษา ให้ต้นกฤษณา เติบโต การจะปลูกให้ได้ผลดีนั้นมีพื้นที่ หมายถึงที่ดินที่จะปลูก ต้องไม่เป็นที่น้ำท่วม ดินก็ต้องเป็นดินร่วน ไม่ควรเป็นดินเหนียวเพราะดินเหนียวจะอมน้ำได้มาก อาจทำให้ต้นกฤษณาไม่โตหรือโตช้ากว่าดินร่วน และการปลูกควรปลูกในลักษณะที่เรียกว่าปลูกแซมต้นไม้อื่น เช่น ปลูกแซมใน สวนกล้วย เพื่ออาศัยร่มเงาจากต้นกล้วย เป็นต้น การปลูกอาจปลูกเป็นแถว หรือปลูกแบบยกแปลงก็ได้ ระยะห่างก็แล้วแต่ อาจใช้ 2 คูณ 4 เมตร หรือ 3คูณ 4 เมตร เป็นต้น
3. การดูแลโรคและศัตรูที่จะทำลายต้นกฤษณา ให้ตายก่อนที่จะกระตุ้นสาร ถามถึงโรคแล้วส่วนใหญ่กฤษณาไม่คล่อยมีโรคอะไรมาก นอกเสียจากน้ำท่วม หรือมีหนอนเขียวกินใบ ซึ่งหนอนเขียวนี้ตัวใหญ่และมีจำนวนมาก ถ้าเกิดขึ้นที่สวนไหน เจ้าของดูแลรักษาไม่ดี ป้องกันไม่ดีรับรองว่ากฤษณาอาจตายทั้งสวนที่เดียว เพราะวงจรชีวิตของหนอนที่ว่านี้จะออกหากินในตอนกลางคืน กินเฉพาะใบอ่อนและจะขยายพันธุ์ได้คราวละมาก ๆ ดังนั้นต้องกำจัดโดยวิธีที่เราเรียกว่า นำไฟมาล่อในตอนกลางคืน เพื่อจับตัวแม่ หรือตัวแก่ที่มาเล่นไฟไปทำลาย โดยใช้ไฟแบ็คไล้
4. การกระตุ้นสารในต้นกฤษณา มีวิธีมากมาย หลายวิธีซึ่งเป็นความลับที่ไม่มีใครบอกใคร เพราะว่าจะทำให้เป็นคู่แข่งกัน หรือเหตุผลอื่น ๆ ซึ่งก็ไม่อาจทราบได้ จึงขอสรุปง่าย ๆ ดังนี้ กระตุ้นโดยการใช้สว่านเจาะไปที่ต้นกฤษณา แล้วใส่สารเข้าไป การเจาะต้นนั้นก็มีทั้งเจาะทั้งต้นทั่วต้น เหลือส่วนยอดไว้เพียงเล็กน้อย หรือกระตุ้นโดยการใช้ตะปู 4 นิ้ว จุมสารแล้วตอกเข้าไปที่ต้นกฤษณา จะตอกมากหรือน้อยก็แล้วแต่เจ้าของ แต่วิธีนี้ยังไม่ดีเพราะมีปัญหาตรงที่หลังจากกระตุ้นสารโดยตอกตะปูไว้ ต้องปล่อยไว้ประมาณ 2 ปี ทำให้เนื้อไม้กฤษณางอกมาปิดตะปู เวลาจะถอนตะปูออกต้องใช้แรงงานถอนออกยากมาก อาจสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย และต้องปล่อยเนื้อไม้ว่างไว้ ทำให้ไม่คุ้มกับการปลูก เดี๋ยวนี้มีวิธีการใหม่โดยการผสมผสานกันระหว่างวิธีที่ 2 คือใช้ตะปู จุ่มสารตอกไว้ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ของต้นปล่อยทิ้งไว้สักระยะหนึ่งแล้วจึงใช้สว่าน ขนาด 4 หุน เจาะระหว่างต้นที่ว่าง ๆ แล้วใส่สารกระตุ้นไว้เป็นจุด ๆ เพื่อให้ได้น้ำมันมาก ๆ อาจเป็นทั้งต้น ซึ่งวิธีนี้ชมรมผู้ปลูกกฤษณาจังหวัดพิษณุโลกทำได้สำเร็จแล้ว ใครสนใจมาศึกษาดูงานได้ชมรมอยู่ที่บ้านซำตะเคียน อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
5. การกลั่นน้ำมันก็สำคัญมากเพราะว่าจะต้องเริ่มตั้งแต่สับไม้โดยเลือกเอาแต่ชิ้นไม้ที่มีน้ำมัน ชิ้นที่ขาวจะไม่มีน้ำมัน ต้องเลือกทิ้งไป แล้วตากแดดให้แห้งจากนั้นนำไปบดให้ละเอียด แล้วนำไปกลั่น หรืออาจหาภาชนะใส่เนื้อไม้ที่บดแล้วแช่น้ำหมักปล่อยไว้ประมาณ 15 - 20 วัน หรืออาจนานกว่านี้ก็ได้ แล้วจึงนำไปกลั่น การกลั่นนั้นก็ต้องเข้าใจเทคนิคท เพราะว่าจะต้องมีน้ำเย็นมาหล่อไว้ด้านบน ซึ่งการกลั่นนี้ต้องควบคลุมอุณหภูมิให้ดี จังหวะไหนจะเร่งไฟ จังหวะไหนจะลดไฟ
6. การเก็บน้ำมัน การกรองน้ำมันซึ่งก็สำคัญ เพราะถ้าผ้ากรองไม่ดีน้ำมันอาจไม่ได้ตรงตามที่ตลาด หรือพ่อค้าต้องการ ดังนั้นต้องศึกษาให้เข้าใจจึงจะได้ผล
7. การตลาด ขั้นตอนนี้สำคัญมาก ผู้ปลูกจะร่ำรวย หรือจน ก็อยู่ที่การตลาด คือ ต้องรู้ว่าใครจะซื้อน้ำมันเรา และซื้อในราคาเท่าไร ซื้ออย่างไร เป็นน้ำมัน หรือซื้อเป็นไม้ชิ้น จึงมีความสำคัญที่สุดก็ว่าได้ ดังนั้นขอสรุปว่าการปลูกกฤษณานั้นต้องอาศัยความชำนาญและการรู้จักขั้นตอนต่าง ๆ ดังกล่าวจึงจะประสบคว่ามสำเร็จร่ำรวยดังกล่าวแล้ว เรายินดีให้คำปรึกษาในทุกเรื่อง
ชมรมผู้ปลูกกฤษณาพิษณุโลก / พิมพ์ / เผยแพร่