ชีวิตคนเราไม่มีความแน่นอนบางครั้งก็มีทุกข์บางครั้งก็มีความสุข

สัปดาห์ที่ผ่านมามีโอกาสไปร่วมงานแต่งงานของลูกสาวสุดสวยของ อ.หลิยฮุ่ย และอ.แพนด้า ที่โรงแรมอามารีแอร์พอร์ต ดอนเมือง ตามที่ได้รับการ์ดเชิญ เห็นเจ้าสาวแล้วบอกได้เลยว่าถอดแบบมาจากคุณแม่ไม่มีผิดเพี๊ยน หากหันหลังแล้วบอกไม่ได้ว่าใครแม่ใครลูก หุ่นก็คล้ายกัน เจ้าบ่าวคงจินตนาการได้เลยว่าตอนเจ้าสาวหกสิบหุ่นจะเนอย่างไร  เห็นบรรยากาศแล้วรู้สึกคุณแม่จะปลื้มมากๆอย่างออกหน้าออกตา

 

งานนี้มี อ.ไร้กรอบ พร้อมคนที่บ้าน คอนดักเตอร์ ป้าจุ๋ม เบิร์ดและน้องผู้ชายอีกคนจำชื่อไม่ได้ แถมมีหมอสุธี อีกคน เก็บภาพมาให้ดู เห็นบรรยากาศแล้ว คนยังไม่แต่งก็อยากแต่ง  คนแต่งแล้วก็ยังอยากจะแต่ง 

 

หลังจากมีพิธีการเส็จ อ.แพนด้าก็ขึ้นเวทีแนะนำกลุ่มเฮฮาศาสตร์ ให้แขกเหลื่อได้รู้จักว่าที่มาเป็นอย่างไร ทุกคนก็ขึ้นไปบนเวทีแนะนำตัว แถมให้ลุงเอกกับ อ.ไร้กรอบ อวยพรคู่บ่าวสาว

ลุงเอกก็เลยขอยก 3 สิ่งขึ้นมากล่าวอ้างว่า ประการแรกต้องเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรจะคงที่ได้ตลอดทั้งร่างกายและจิตใจ การได้มาอยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมงอาจเห็นสิ่งที่ดีและไม่ดีระหว่างกัน ต้องปรับเปลี่ยนและเข้าใจสิ่งนี้ เพราะไม่มีใครดีทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์

ประการที่สองคนเราอาจผิดพลาดพลั้งจะตั้งใจหรือไม่ก็แล้วแต่เราควรจะให้อภัยซึ่งกันและกัน แต่ก็ไม่ควรทำอะไรผิดซ้ำซากและต้องอัยกันตลอด

ประการสุดท้ายการทำงาน การดำรงชีวิต บางครั้งคนเราจะท้อแท้ ก็ควรต้องมีการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน แค่นี้ก็น่าจะอยู่กันยืด ลุงเอกก็ใช้มา 30 ปีแล้วตั้งแต่ปี 2522 ก็คิดว่าตำรานี้ใช้ได้ เรียกว่าตำราดำรงชีวิต

หากใครอยู่ไม่นานเริ่มมีทุกข์โน่นทุกข์นี่ ก็ขอเอาคำอนของท่าน ว.วัชรเมธี มากล่าวอ้าง ที่ว่าหากไม่เปลี่ยนวิธีคิดชีวิต ไม่ดีขึ้นแน่