ลูกโป่งสีแดงใบนั้น หลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย หัวใจของฉันแทบสลาย ฉันพยายามกระโดดตามลูกโป่งใบนั้น แต่ ก็สุดจะไขว่คว้าเอาไว้ได้

...เมื่อสมัยฉันอยู่ ป. 3 เห็นจะได้ประมาณ ปี พ.ศ. 2513  แม่ให้ตังค์ไปโรงเรียนวันละ หกสลึง...ฉันกินขนมประมาณ 1 บาทแล้วเหลือเก็บใส่กระต่ายสีขาวที่หัวเตียงวันละ 50 สตางค์...บางครั้งฉันก็ได้จากคุณยายบ้าง  คุณป้าให้บ้างตอนปิดเทอม ฉันจะได้เงินเยอะมากสำหรับวัยขนาดนั้น  ก็ประมาณ ร้อยกว่าบาท ฉันก็เก็บใส่กระต่ายสีขาว...วันหนึ่งฉันอยากได้ลูกโป่ง...ฉันจึงแคะสตางค์ออกมาจากตัวกระต่ายน้อย...หัวใจฉันแทบหยุดเต้นเมื่อฉันทำกระต่ายออมสินแตก...แม่ต้องตำหนิฉันแน่ๆ...ฉันต้องโดนทำโทษแน่ ๆ...และแล้วฉันต้องเก็บรวบรวมเงินที่ได้พร้อมกับซากออมสิน ไปหาแม่ที่กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว...แม่ไม่เคยว่าฉันสักนิด...เพียงแต่บอกว่าทำอะไรให้ปรึกษาแม่...ฉันก็เลยต้องบอกว่าฉันอยากได้ลูกโป่ง...แม่ให้เงินฉันไปซื้อ...และแล้ว...ลูกโป่งสีแดงก็หลุดลอยไปจากมือฉัน...หัวใจของฉันแทบสลาย...ฉันกระโดดตามลูกโป่งใบนั้น  แต่ก็สุดจะไขว่คว้าเอาไว้ได้...ทั้งๆที่ฉันทนุถนอมพยายามจะมัดกับข้อมือเล็กๆของฉัน...แต่ฉันทำไม่ได้...ฉันนั่งร้องไห้เงียบๆเพราะเสียดายลูกโป่งใบนั้น...คำว่าสุดไขว่คว้า สำหรับวัยเด็ก...มันยากที่จะบรรยาย... มาบัดนี้...คำว่าสุดไขว่คว้าของฉันกำลังหวนกลับมาอีกครั้ง...ครั้งนี้ไม่ใช่ลูกโป่ง...แต่กาลเวลาและการกระทำ...มันเปลี่ยนคำว่าสุดไขว่คว้าของฉันเป็น... "หมดกรรมกันเสียที"  ฉันได้มองย้อนกลับอย่างดีใจ!!!พร้อมกับบอกกับตัวเองว่า...ขอบคุณลูกโป่ง