ในการประชุม Franco-Thai Seminar on University Governance เมื่อวันที่ ๒๓ - ๒๔ พ.ย. ๕๒ ผมนั่งฟังทีมฝรั่งเศสคนแล้วคนเล่า ขึ้นมานำเสนอเรื่องราวของสถาบันอุดมศึกษาในแง่มุมต่างๆ แล้วสรุปกับตัวเองว่า คนในวงการอุดมศึกษาของเขาไม่ได้อยู่กันตามสบาย แต่ต้องอยู่กันอย่างดิ้นรน ต้องแสดงหลักฐานต่อสังคม ต่อนักการเมือง และต่อกลไกควบคุมต่างๆ ว่า อุดมศึกษาได้ทำงานก่อผลดีต่อบ้านเมืองคุ้มกับเงินที่ใช้ไป
เขาต้องหากลไกต่างๆ มาประเมินตนเอง ประเมิน impact ประเมินภาพใหญ่ เพื่อชี้ให้เห็นว่าประเทศต้องลงทุนต่ออุดมศึกษารูปแบบต่างๆ มิฉนั้นก็จะทำให้ประเทศล้าหลัง
แค่นั้นยังไม่พอ วงการอุดมศึกษาฝรั่งเศสยังถูกท้าทายจากการรวมยุโรปอีกด้วย แล้วสหภาพยุโรปก็กำหนดข้อตกลงต่างๆ ที่ทำให้อุดมศึกษาของประเทศสมาชิกต้องปรับตัวอย่างมากมาย
ฟังเขาแล้วหันมาดูที่บ้านเรา ผมรู้สึกว่า เราสบายกว่าเขามาก แรงบีบคั้นของเราดูจะไม่มากเท่าเขา
นี่กระมัง สาเหตุที่ทำให้เราไม่ค่อยก้าวหน้า
วิจารณ์ พานิช
๑๑ ธ.ค. ๕๒
มาสวัสดีใกล้ปีใหม่ 2553 ครับ ท่านอาจารย์ Prof. Vicharn Panich
เขาจึงเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเพาะระบบสร้างคนเขามีคุณภาพหรือไม่ครับ..?
มาขอคำอวยพรปีใหม่ครับ...
ปรารถนาให้ท่านอาจารย์อยู่เป็นร่วมโพธิทองของมวลพี่น้องชาวโกทูโนว์ตราบนานเท่านาน...
อาจารย์ วิจารย์
*อนุโมทนาขอบคุณสำหรับข้อสังเกตที่ทรงคุณค่าสำหรับนักการศึกษา
*การจัดการศึกษาของไทย บางครั้งฐานลอยมากๆ เพราะขาดการวิเคราะห์ความเป็นเรา เช่น จุดเด่นของเรา ภูมิปัญญาของเรา ปัญหาและอุปสรรคของเรา อัตลักษณ์ของความเป็นเรา
*นักวิชาการไทยหลายท่านรู้เขา (บางทีก็รู้ไม่ทั้งหมด) แต่ไม่รู้เรา เวลาจัดกรอบแนวคิดในการวางรากฐานการศึกษา "เราจึงลอยออกจากอัตลักษณ์ความเป็นเรา"
*ในขณะที่สังคมกำลังขัดแย้ง สับสน วุ่นวายเช่นปัจจุบัน ไม่มีอะไรจะดีไปกว่า "สันติศึกษา"
ปีใหม่ขอคุณพระศรีรัตนตรัย ปกป้องคุ้มครองอาจารย์ให้เป็นที่พึ่่งพาของ "ลูกศิษย์ทุกคน" ตลอดไป และมีสุขภาพแข็งแรง