นิยามคำว่าเพื่อน ที่หลายๆคนอาจไม่เคยคิดเหมือนโอโอมะซัง

เพื่อนกิน กินเพื่อน เพื่อนตาย หายไป ?

                    เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2552 โอโอมะซังได้มีโอกาศไปงานรับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก กว่าเพื่อนคนนี้จะเรียนจบต่อสู้ด้วยน้ำตา และเวลามาเนิ่นนาน และตัวโอโอมะซังก็เป็นกำลังใจให้ทุกๆครั้งที่เค้า มักจะบอกเสมอๆว่า "ไม่ไหวแล้ว จะหยุดเดินต่อไป และรำพันด่าตัวเองซ้ำๆว่าตัวเองโง่เขลาเบาปัญญา อิจฉาเพื่อนคนอื่นๆที่มีงานทำ ส่วนตัวเองต้องขอเงินครอบครัวไปวันๆ "  เพื่อนของโอโอมะซังคนนี้ เค้าตัวอ้วน ตัวโต แต่หัวใจเค้าเล็กเท่ากับ นิ้วก้อยข้างซ้ายของโอโอมะซังเลย จนมาถึง ณ วันที่ 17 ธันวาคม 2552 เป็นวันเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ระดับปริญญาตรี ของมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเพื่อนของโอโอมะซัง เค้าเรียนจบในคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขา อุตสาหการ เค้าก็ประสบความสำเร็จจนได้ ทำเอาโอโอมะใจหายไปเหมือนกัน เวลาผ่านไปไวมาก เหมือนเมื่อวาน ยังโทรศัพท์ด่าเพื่อนอยู่เลยว่า สู้ๆ อย่าท้อ และอย่าร้องไห้ ตั้งใจเรียนและต่อสู้ต่อไป แล้ววันนั้นวันที่เรารอคอยจะมาถึง (......จริงมั้ยคะเพื่อนรักตัวอ้วน)

            วันนี้โอโอมะซังเลยมีความหมายดีๆของคำว่าเพื่อนที่ โอโอมะซังคิดและรู้สึกว่าเป็นเช่นนั้น และเชื่อว่า คำว่า " เพื่อน"น่าจะมาจากคำว่า เพื่อ(For) +  แม่กน ในตัวสะกดของภาษาไทยเรา (โอโอมะซัง รู้ว่าบางคนอาจจะงง แต่อ่านบรรทัดต่อไปอาจจะไม่งงนะคะ) 

เพื่อ+แม่กน..............> สใจ (เกิดอาการสนใจเลยมาทำความรู้จักกัน)

               ..............> จ (คบกันไป ไม่สนว่าจะจนหรือรวย)

               ............> ข (ขนหาสิ่งดีๆและไม่ดีให้แก่กัน รวมถึงการนินทาเผ่าขน  )

               .............> ดิ้ ( ดิ้นรนเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน )

.............>หทาง (หาทุกหนทางเพื่อแหกกฏ(สมัยวัยรุ่น) แก้ปัญหา ท้าทาย)

.............>กร (เวลานอนกรน เราก็บ่นเพื่อนได้ แต่กับคู่สามีภรรยา ต้องยอม+อดทน)

.............> ค (คนกันเองไม่ว่าจะเป็น คนอีสาน เหนือ ใต้ ออก ตก คนดี คนเลว)

.............>หม่หมอง (ทำให้กันและกันหม่นหมองเศร้า เพราะเพื่อนสวยกว่าเรา อิอิ)

.............> ฝตก (เวลาเราวิ่งลุยฝนกับเพื่อนๆ มันก็สนุกดี)

.............> ช (เวลาเดินชนกัน ความรู้สึกของเพื่อนจะเขิลไม่กล้าบอกว่า ขอโทษคะ)

.............>ตเอง (แสดงความตัวตนของตัวเราเองได้อย่างสบายใจ)

.............> อหม่า (เพื่อนเยอะ หลายคนหลากอารมณ์ บางครั้งดูวุ่นวาย)

.............> มทิ(เพื่อนมักจะเข้าข้างเพื่อนและปกป้องถึงแม้เพื่อนจะมีมลทิลติดตัว)

.............>ปะป (ปะปนด้วยนิสัยหลายหลาย ใครจะรู้ ถ้าไม่ใช่เพื่อนกัน)

.............>วเวีย (วนไป เวียนมา ยังไงก็ไม่ลืมไม่ทิ้งกัน เพื่อนกันตลอดไป)

.............> บ่ ( เพื่อนที่ชอบบ่น แสดงว่าเพื่อนห่วงใยเหมือนแม่เรา)

.............>ค้หา (ค้นหาคำตอบ ว่าที่คบๆกันมาเป็นเพื่อนกินหรือเพื่อนตาย)

          สุดท้าย ท้ายสุด ไม่ว่าเพื่อนกินหรือเพื่อนตาย ยังไงก็เป็นบุคคล มนุษย์โลกที่เกิดมาเพื่อกันและกัน ส่วนจะดีจะร้ายเพียงไหน ใช้วิจารณญาณในการรับชมและรับฟัง ทั้งทางตาและจิตใจ ที่สำคัญที่สุด คือ สมอง

           ..... บอกตามตรง คิดถึงเพื่อนคะ คิดถึงเพื่อนสมัยอนุบาล ที่ไม่เคยเจอกันอีกเลย คิดถึงเพื่อนประถม คิดถึงเพื่อนมัธยม (นานๆทีเจอกัน) คิดถึงเพื่อนโครงการเรียนรู้ร่วมกัน คิดถึงเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัย(ห่างๆกันไป นานๆสังสรรค์) และคิดถึงเพื่อน ที่เราเดินทางร่วมกันมาถึงแม้เราจะไม่เคยรู้จัก แม้แต่ชื่อหรืออะไรก็แล้วแต่  เช่น เจอบนรถไฟ รถเมล์ เรือ เครื่องบิน (เพื่อนแบบนี้เค้าเรียกว่าเพื่อนร่วมชะตากรรม) คิดถึงเพื่อนร่วมงานเก่าๆที่ลาออกไป คิดถึงเพื่อนที่คบกันมาแล้วเค้าจากไปจากวิถีชีวิตวิบากกรรมแบบเราๆไป เพื่อไปอยู่กับ นางฟ้า เทวดาบนสวงสวรรค์

      --- และที่สำคัญที่สุด ใครคือเพื่อนของโอโอมะไม่ว่าจะเป็น รุ่นพี่ รุ่นน้อง รุ่นไหนๆ โอโอมะซังอยากบอกว่า คิดถึงและคิดถึงมากๆๆ และคุณคือผู้โชคดีที่มีเพื่อนที่ดีๆ อย่างโอโอมะซัง (มองมุมดีของโอโอมะซังนะคะ มุมอื่นหลับตาแล้วลืมไปเลย 555+) ที่เป็นเพื่อนและเราก็มีกันและกันในใจเสมอมา.............