เครือข่ายสุนทรียสังคีต

วันนี้ผมขอคัดลอกงานเขียนของคุณเทพดรุณ (ผู้ก่อตั้งเครือข่ายสุนทรียสังคีต http://angelguitar.ning.com/)  เพื่อเผยแพร่ครับ คุณเทพดรุณถ่ายทอดการทำ ai มาอย่างน่าติดตามมากครับ

...ผมจะขอกล่าวถึง ai จากการที่ผมได้ศึกษาและทดลองปฏิบัติมานะครับ สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะศึกษา ai นั้น ตอนนี้หนังสือภาษาไทยนั้น มีให้อ่านกันค่อนข้างน้อยมาก แต่หนังสือภาษาอังกฤษมีเยอะครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ศึกษา ai โดยไม่ได้นั่งอ่านหนังสือภาษาอังกฤษแบบ "หน้าปกยันปกหลัง" จะพูดง่ายๆ คือ "ไม่ได้แน่นทฤษฎีอะไรขนาดนั้น" แต่การศึกษา ai นั้นจะสมบูรณ์ไม่ได้เลยถ้าผู้ศึกษาไม่ได้นำมาทดลองทำจริงๆ ลองเทียบกับการเล่นดนตรีดูนะครับ ถ้าเราอ่านทฤษฎีดนตรีจนเข้าใน ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเล่นดนตรีได้ ต้องเอามาฝึกหัด เอามาประยุกต์ หรืออย่างนักดนตรีบางคนไม่รู้ทฤษฎีดนตรีเลยแต่ก็สามารถเล่นดนตรีได้อย่างงดงาม จริงมั้ยครับ ai ก็คล้ายๆ กันครับ ต้องมีการฝึกฝน ให้เกิดทักษะ และทักษะที่สำคัญที่สุดในการเริ่มต้น ai สำหรับผมนั้นก็คือ "การถามอย่าง ai"และ "การฟังอย่าง ai" เรามาลองกันเลยจะดีกว่า ลองผิดลองถูกไป ใครทำก็เวิร์คครับ

....ผมขอเริ่มจากการถามนะครับ เพราะเป็นขั้นตอนแรกที่จะทำให้เราได้ข้อมูลมา ถึงเราจะดำเนินตามขั้นตอนจนครบ 4D แต่ถ้าสิ่งที่เราได้มามันไม่ใช่ สิ่งที่ออกมาก็จะผิดเพี้ยนไป แต่ไม่รู้จะเพี้ยนไปในทางที่ดีหรือที่แย่นะครับ ในการเริ่มต้นนั้นบางคนอาจคิดไม่ออกว่าจะถามอะไรดี บางคนอาจสงสัยว่าจะถามยังไงให้มันเป็น ai (วะ!) ผมจึงมีคำบางคำมาให้คุณไว้เลือกใช้สอยเข้าไปอยู่ในคำถามเพื่อจะเพิ่มกลิ่นอายของความเป็น ai เข้าไปในคำถามของคุณครับ ใช้ได้ตามอัธยาศัยตามความเหมาะสมเลยครับ มาดูกันดีกว่า

....ที่สุด เป็นคำที่นิยมมากที่สุดครับ เพราะเราต้องการหาประสบการณ์สุดยอด เพื่อนำมาขยายผล เราอาจจะถามอะไรก็ได้ในเรื่องที่เราอยากถาม ซึ่งอาจจะเป็น ครั้งไหน เหตุการณ์ไหน คนไหน แล้วมีคำเหล่านี้ในประโยคครับ "ดีที่สุด" "ประสบการณ์ที่ดีที่สุด" "ผลออกมาดีที่สุด" "น่าทึ่งที่สุด" "สบายใจที่สุด" "ตรงใจที่สุด" "ภูมิใจที่สุด" "ชอบที่สุด" "ราบรื่นที่สุด" "ได้ผลที่สุด" "ประสบความสำเร็จที่สุด" "มีความสุขที่สุด" "เข้าท่าที่สุด" "ผลออกมาดีที่สุด" "สร้างปัญหาน้อยที่สุด" "สนุกที่สุด" "เวิร์คที่สุด"

....รู้สึกจะที่สุดเยอะจัง เดี๋ยวเอาคำอื่นแก้เลี่ยนบ้างนะครับ "ดีขึ้น,มากขึ้น อย่างผิดหูผิดตา" "ดีขึ้น,มากขึ้น อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน" "ทำงานได้ง่ายขึ้น" "ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นแถมยังผิดน้อยลง" สำหรับคนที่ใช้ Tipping Point มาผสม อาจจะถามเกี่ยวกับ "จุดเปลี่ยน" ด้วยครับ ถามถึงช่วงที่เล็กที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น "วินาทีที่เปลี่ยน" หรือ "วินาทีที่ตัดสินใจ" ครับ

....ถ้าใครอ่านมาจนถึงตรงนี้แล้ว น่ารักมากๆ ครับ ผมรู้สึกดีใจมากเลย งั้นจะแถมอีกเรื่องนะครับ จากประสบการณ์ของผมแแล้ว ที่ทำแล้วเวิร์คนะครับ พยายามหลีกเลี่ยงลักษณะการถามว่า "เพราะอะไรถึง...." แล้วแทนด้วย "มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นถึง...." พยายามให้ได้คำตอบที่มีลักษณะเป็น เรื่องราว สถานการณ์ เหตุการณ์ ประสบการณ์ อย่างเช่น ตอนนั้น วันนั้น คนนั้น แล้วก็ประกอบด้วย ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ถ้าจะให้ดีนะครับ ถามให้ลึกถึง ตอนนั้นคิดอะไรอยู่ รู้สึกยังไง ไปเจออะไรมาถึงคิดอย่างนี้ แล้วเราจะได่อะไรมากมายที่ซ้อนอยู่ในคำตอบเหล่านั้น ลองดูครับ ใช้ไปเรื่อยๆ แล้วท่านจะประยุกต์ได้อีกมาก

....เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ขอให้มีใครปิ้งปั้ง จุดประกายไดเอียขึ้นมาบ้างนะครับ ถ้าได้ผลยังไงมาแบ่งปันให้กันฟังบ้างนะครับ สุดท้ายผมก็ขอจบด้วยประโยคอมตะจากเรื่องสตาร์วอลนะครับ "ขอ ai จงสถิตอยู่กับท่าน" สวัสดีครับ

ใครสนใจติดตามนักปฏิบัติ Aprecaitive Inquiry สามารถสมัครเป็นเครือข่ายสังคมกับคุณเทพดรุณได้ที่

http://angelguitar.ning.com/