การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์
- 1. ความจำเป็น ความสำคัญ และยุทธศาสตร์
การบริหารและการจัดการศึกษาในยุคโลกาภิวัตน์ จำเป็นต้องอาศัยผู้บริหารมืออาชีพ โดยมีภาวะผู้นำที่มีสมรรถนะในการบริหารการเปลี่ยนแปลงผู้นำ ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของยุคโลกาภิวัตน์
สมรรถนะภาวะผู้นำดังกล่าว ครอบคลุมหลายลักษณะ เช่น การจัดการองค์กรแห่งการเรียนรู้ การจัดการความรู้ ภาวะผู้นำวิชาการ การขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ การปรับระบบบริหารให้โปร่งใส และตรวจสอบได้ เป็นต้น
ในการขับเคลื่อนองค์กรดังกล่าว สนธิ ลิ้มทองกุล (ยุทธศาสตร์การพัฒนาผู้บริหารมืออาชีพเพื่อแข่งขันในเวทีโลก, 2547.) ได้เสนอยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน 9 ประการ คือ
1. เรียนรู้เพื่อพึ่งตนเอง สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง
2. เปลี่ยนแปลงค่านิยม คุณวุฒิเพื่อสถานภาพ สู่คุณภาพการผลิต พัฒนาและบริการ
3. กำหนดหลักสูตรกระบวนการเรียนรู้ ประเมินโดยให้กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียเข้าร่วมด้วย
4. สร้างศาสตร์สาขาวิชา และยุบวิชาที่ซ้ำซ้อนลงไป
5. ส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตสื่อสารสนเทศทางการศึกษา
6. สร้างมาตรฐานต่างระดับและมีดุลยภาพระหว่างมูลค่ากับคุณค่า
7. ผนึกกำลังและมียุทธศาสตร์ร่วมในการจัดความร่วมมือ
8. ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของปัญหาและความสามารถพิเศษ
9. ส่งเสริมและเชื่อมโยงเครือข่ายทางปัญญา เพื่อสร้างฐานและงานวิจัยเพื่อเพิ่มขีด
ความสามารถ
ดังนั้น คุณลักษณะเฉพาะของผู้บริหาร โดยเฉพาะผู้บริหารสถานศึกษา จำต้องมีลักษณะเด่น ๆ ดังนี้
1. เป็นผู้มีวิสัยทัศน์
2. ตื่นตัวต่อโอกาส
3. การใช้สัมผัสหลายส่วนในการค้นหาคำตอบที่เหมาะสม
4. รักษาหรือส่งเสริมสร้างทัศนคติที่ดี
5. หาโอกาสพูดคุยกับผู้ใช้สินค้าเมื่อเริ่มแรก
6. แบ่งกลุ่มเล่นเกมส์
7. เก็บบันทึกความคิดเห็นต่าง ๆ
8. แสดงบทบาทเป็นนักสำรวจ
2. ภาวะผู้นำในการบริหาร
การบริหารยุคโลกาภิวัตน์ จำเป็นต้องอาศัยผู้บริหารที่มีภาวะผู้นำที่มีลักษณะเฉพาะหลายอย่าง จึงจะนำไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรที่กำหนดไว้ การที่จะเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพจำต้องอาศัยรูปแบบภาวะผู้นำ และการเป็นผู้นำที่ดี
ลักษณะผู้นำที่ดีมีหลายอย่าง ลักษณะหลักที่สำคัญ ได้แก่
1. การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ร่วมงาน โดยให้ผู้ร่วมงานเข้าใจและปฏิบัติภารกิจจนประสบความสำเร็จ สามารถทำงานร่วมกันได้ผลดี สำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบ
2. การมีเหตุผลและอุดมการณ์กว้างไกล
3. การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ยุติธรรม
4. การมีความอดทน น้ำอด น้ำทน อดกลั้น และกล้าเผชิญต่อเหตุการณ์
5. การมีไหวพริบ ใจกว้าง มีหลักธรรมประจำใจ
6. การตัดสินใจอย่างรอบคอบ ถูกต้อง และทันเวลา
7. การรู้จักใช้ขีดความสามารถขององค์กรและบุคคล
8. การมีความสามารถในการใช้ภาวะผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลง และ
9. การมีบุคลิกภาพดี
ผู้บริหารจำต้องมีศักยภาพในการใช้ภาวะผู้นำอย่างเหมาะสมในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงให้บรรลุเป้าหมายร่วมกันของทุกคนในองค์กร สามารถสร้างความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนทุกคน เพ่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์การ สามารถใช้ศิลป์และกระบวนการของการมีอิทธิพลต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคล และสามารถทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเกิดศรัทธา มีความเชื่อถือ มีความเชื่อมั่น ในการปฏิบัติงาน ตลอดทั้งสามารถสร้างสภาวะแวดล้อม สนับสนุนให้ร่วมมือกันสร้างประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่
สิปปนนท์ เกตุทัต (ผู้นำ, สำนักพิมพ์มติชน) ได้เสนอวิสัยทัศน์ผู้นำจะต้องมีทัศนกว้างไกลและสามารถทำให้ผู้ร่วมงานยอมรับและยินดีร่วมปฏิบัติตาม ผู้นำควรมีหลักปรัชญา ดังนี้
1. ทำให้ว่าง จิตว่าง ไม่ยึดอารมณ์มาเกี่ยวข้อง ไม่เอาผลประโยชน์โดยตรงต่อคนใดคนหนึ่งเข้าผูกพัน
2. ใช้สมอง
ปรีชาญาณ (Intellect) วิเคราะห์ให้กว้าง ให้รวบรวมทั้งผลดีและผลเสีย
3. ในการตัดสินใจต้องคำนึงถึงเรื่องที่กำลังพิจารณาและบริบทจังหวะเวลาโอกาส และความเสี่ยง มีสติตั้งมั่น ไม่กระทำในสิ่งที่รู้ว่าผิด
4. มองทิศทาง เป้าหมาย ตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้
5. เลือกคนเก่ง คนดีมาร่วมงาน จูงใจให้คนร่วมแรง ร่วมใจ ร่วมปฏิบัติงาน
6. จัดโครงสร้างองค์กร กระบวนการเลือกคนให้เหมาะกับงาน คำนึงถึงค่าใช้จ่าย ระยะเวลา งบประมาณ และการปฏิบัติงานให้บรรลุผล
7. มอบและกระจายอำนาจการตัดสินใจ
8. ติดตามงานแต่ละขั้นตอน ประเมินผลโดยมุ่งหมายประโยชน์รวมเป็นหลัก
เสม พริ้งพวงแก้ว (ผู้นำ , สำนักพิมพ์มติชน) เห็นว่าผู้นำควรเป็นคนสมบูรณ์แบบ สามารถนำหมู่ชนและสังคมสู่สันติสุข ความสามัคคี และความรุ่งเรืองในชีวิตและจำเป็นต้องมีธรรมะและคุณสมบัติ 7 ประการ คือ
- รู้หลักและรู้จักเหตุ อันประกอบด้วยหลักการและกฎเกณฑ์ของสิ่งทั้งหลาย มีความ
รับผิดชอบ
- รู้จักความมุ่งหมาย และรู้จักผล รู้ตำแหน่งหน้าที่
- รู้จักตน มีความรู้ มีคุณธรรมความสามารถ
- รู้จักประมาณความพอดีในการบริโภค และการใช้จ่ายในการพูดและการปฏิบัติ
- รู้จักกาลหรือเวลาอันเหมาะสม เวลาไหนควรทำอะไร ควรทำอย่างไร และให้ตรงเวลา
และแผนตามเวลา
6. รู้จักชุมชน การเข้าไปหาชุมชนตามระเบียบประเพณี ระเบียบวินัย วัฒนธรรมและความเชื่อถือของชุมชน
7. รู้จักบุคคล อัธยาศัย อุปนิสัย ความสามารถ และคุณธรรม
สุเทพ พงศ์ศรีวัฒน์ (ภาวะผู้นำแบบเปลี่ยนสภาพทางการศึกษา) ได้ประมวลแนวคิดเกี่ยวกับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงไว้ ดังนี้
อาจมาจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งหรือมากกว่าจากสามปัจจัยที่คาบเกี่ยวกัน ได้แก่
1. โดยการยกระดับความตระหนัก (Awareness) และความรับรู้ (Consciousness) ของผู้ตาม ถึงความสำคัญและคุณค่าของผลงานที่ต้องการ ตลอดจนสามารถเห็นแนวทางที่จะทำให้สำเร็จได้
2. โดยการทำให้ผู้ตามมองข้ามผลประโยชน์ส่วนตัว เพราะเห็นความสำคัญของประโยชน์ของทีมงานหรือองค์การโดยรวม
3. โดยวิธีการเปลี่ยนระดับความต้องการด้านแรงจูงใจของผู้ตามใหม่ ด้วยการขยายกรอบของความต้องการดังกล่าวของผู้ตามให้กว้างยิ่งขึ้น
2. ภาวะผู้นำแบบเปลี่ยนสภาพ จึงประกอบด้วย
1. การเป็นตัวแบบอย่างของพฤติกรรม (Role Modeling)
2. การสร้างแรงดลใจ (Inspirational Motivation)
3. ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ (Visionary Leadership)
4. การมุ่งความสัมพันธ์เป็นรายคน (Individualized Consideration)
5. การกระตุ้นการใช้ปัญญา (Intellectual Consideration)
6. การดำรงไว้ซึ่งอำนาจส่วนบุคคล (Maintaining a source of personal Power)
3. สิ่งที่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงกระทำ ประกอบด้วย
1. ทำงานอย่างมีจิตสำนึก ด้วยใจรักและมีความภาคภูมิใจต่องานที่ทำ
2. แสดงพฤติกรรมที่เป็นตัวอย่างในสิ่งต้องการกระตุ้นให้ผู้อื่นกระทำ
3. ประพฤติ ปฏิบัติ อย่างเสมอต้น เสมอปลายตลอดเวลา
4. คิดออกไปนอกกรอบของงานไปสู่อนาคต (คิดแบบหลุดโลก)
5. เสริมแรงและพยายามผลักดันให้วิสัยทัศน์สู่อนาคตอยู่ในกระแสของวงการ ตลอดเวลา
6. ใช้การสื่อสารทางวาจาอย่างมีประสิทธิภาพ
7. ไม่พูดไร้สาระหรือพูดซ้ำซากแต่ขาดความจริงใจ
8. ปรับระดับของภาษาที่ใช้ให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้ฟัง
9. ปฏิสัมพันธ์เป็นรายบุคคล และพบปะพูดคุยแบบสองต่อสองกับผู้ร่วมงาน
10. พยายามศึกษาให้เข้าถึงบุคลิกภาพที่แท้จริงของผู้ร่วมงานรายคน
11. คิดหาวิธีใหม่ที่ดีกว่าในการทำงานอยู่ตลอดเวลา
12. กระตุ้นคนอื่นให้คิดหาวิธีใหม่ที่ดีกว่าในการทำงานอย่างสม่ำเสมอ
13. กระตุ้นและส่งเสริมให้เกิดการริเริ่ม ทดลองใหม่ ๆ ขึ้นโดยไม่มีการตำหนิใครเมื่อการปฏิบัติงานดังกล่าวพบว่ามีความล้มเหลว
14. แสวงหาความคิดความช่วยเหลือจากผู้ตามพร้อมทั้งเต็มใจรับข้อมูลป้อนกลับจากผู้ตาม
15. เอาใจใส่แก้ปัญหาขั้นตอนกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ทำให้งานล่าช้า (Red – Tape) และเป็นอุปสรรคอยู่ตลอดเวลา
16. คลุกคลีและปรากฏตัวอยู่ในที่ทำงานผู้ร่วมงานเป็นประจำ
การบริหารโรงเรียนจะก่อให้เกิดผลิตผล (Outcomes) จากการกระทำซึ่งพอสรุปได้ดังตาราง ต่อไปนี้
|
มีพฤติกรรมผู้นำ (Dimension) |
ผลิตผล (Outcomes) ที่คาดหมาย |
|
ด้านการกำหนดทิศทาง |
ด้านผู้นำโดยเสน่หาขึ้นในโรงเรียน ซึ่ง |
|
- การสร้างวิสัยทัศน์ร่วม |
- ได้รับการยอมรับนับถือสูง |
|
- การสร้างฉันทามติด้านเป้าหมาย |
- ได้รับความไว้วางใจ |
|
- การสร้างความคาดหวังสูงด้านการปฏิบัติงาน |
- เป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ |
|
ด้านการพัฒนาบุคลากร |
- คนเป็นศูนย์กลางขององค์การ |
|
- ให้การสนับสนุนช่วยเหลือรายบุคคล |
- โครงสร้างและงานจะไร้ความหมายถ้าไม่ยึด |
|
- สร้างบรรยากาศกระตุ้นการใช้ปัญญา |
ความสำคัญของคน |
|
- แสดงตัวแบบอย่างของการปฏิบัติและค่านิยม |
|
|
สำคัญของโรงเรียน |
|
|
ด้านการจัดระเบียบใหม่ของโรงเรียน |
- ความร่วมมือ ร่วมใจ เป็นหัวใจของการดำเนิน |
|
- การสร้างวัฒนธรรมของโรงเรียน |
งานทั้งหลายของโรงเรียน |
|
- ริเริ่มและรักษาไว้ซึ่งโครงสร้างและกระบวน |
|
|
การที่เน้นการตัดสินร่วมกัน |
|
|
- สร้างสรรค์สัมพันธ์ของคนในองค์การและกับ |
|
|
ชุมชน |
|
4. จากแนวคิดของ Leithwood และคณะ พอสรุปว่าภาวะผู้นำแบบเปลี่ยนสภาพจำต้องขยายกรอบความคิดให้กว้างและลึก มากยิ่งขึ้น ดังตารางต่อไปนี้
|
มิติพฤติกรรมผู้นำ (Dimension) |
ผลิตผล (Outcomes) ที่คาดหมาย |
|
ด้านการแก้ไขปัญหา |
เกิดประสิทธิผล ดังนี้ |
|
- การเข้าใจปัญหา |
- สามารถแนะแนวทางแก้ปัญหา |
|
- การแก้ปัญหา |
- สามารถแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนได้อย่างต่อเนื่อง |
|
|
- สามารถแสวงหาความรู้เกี่ยวกับปัญหาร่วมกัน |
|
|
- สามารถมองย้อนกลับถึงกระบวนการแก้ |
|
|
ปัญหา |
|
|
|
|
|
|
|
มิติพฤติกรรมผู้นำ (Dimension) |
ผลิตผล (Outcomes) ที่คาดหมาย |
|
ด้านสนับสนุนภาวะผู้นำของครู |
- ภาวะผู้นำของครูใหญ่มีอิทธิพลกว่าภาวะผู้นำ |
|
- มีความรู้ ความเข้าใจ อย่างถ่องแท้ในความเป็น |
ของคณะครูร่วมกัน |
|
ผู้นำครู |
- ภาวะผู้นำของครูใหญ่มีความสำคัญมากต่อ |
|
|
การปรับปรุงแผนงาน โครงสร้างโรงเรียนและ |
|
|
องค์การ พันธกิจ โรงเรียน และวัฒนธรรมของ |
|
|
โรงเรียน |
|
|
- สามารถคาดหมายให้ชัดเจนถึงความแตกต่าง |
|
|
ของวิธีการใช้ภาวะผู้นำของครูใหญ่และครูใน |
|
|
แง่รูปแบบและการมีผลที่กระทบต่อโรงเรียน |
|
ด้านทำให้ครูผูกพันต่อการเปลี่ยนแปลง |
สิ่งต่อไปนี้มีอิทธิพลให้ความผูกพันของครูสูง |
|
- เป้าหมายส่วนตัว |
ขึ้น |
|
- ความเชื่อในขีดความสามารถ |
- การกำหนดทิศทางของผู้นำ |
|
- ความเชื่อในบริบทแวดล้อม |
- การสร้างวิสัยทัศน์ร่วม |
|
- มีกระบวนการกระตุ้นด้านอารมณ์ |
- การสร้างฉันทามติต่อเป้าหมายของโรงเรียน |
|
|
- การแสดงความคาดหวังของการปฏิบัติงานสูง |
|
ด้านการสร้างเงื่อนไขให้ครูออกงานทางความรู้ |
- ความเป็นสัญลักษณ์ ซึ่งเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่ง |
|
และทักษะวิชาชีพ |
ของภาวะผู้นำแบบเปลี่ยนสภาพนั้น ยังไม่พบว่า |
|
- พัฒนาขีดความสามารถของครูรายบุคคล |
มีผลโดยตรงต่อการปรับปรุงของโรงเรียนแต่ |
|
|
อย่างใด โดยครูมองเรื่องนี้ว่าไม่ใช่ประเด็นที่ |
|
|
เป็นสาระสำคัญ |
|
|
- การใช้เทคนิคการแลกเปลี่ยน (Transaction) |
|
|
เพื่อเป็นเครื่องมือจูงใจการทำงานของครู จึงยังมี |
|
|
ความจำเป็นต้องใช้เพื่อสนับสนุนความเป็น ผู้นำ |
|
|
แบบเปลี่ยนสภาพอยู่ |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
มิติพฤติกรรมผู้นำ (Dimension) |
ผลิตผล (Outcomes) ที่คาดหมาย |
|
ด้านภาวะผู้นำสำหรับองค์การแห่งการเรียนรู้ |
- ภาวะผู้นำส่งผลอย่างสำคัญต่อการสร้าง |
|
- การเรียนรู้เป็นทีม |
บรรยากาศและเงื่อนไขของทั้งการเรียนรู้เป็นทีม |
|
- การเรียนรู้ทั้งโรงเรียน |
และการเรียนรู้ทั้งโรงเรียน |
|
|
- ผู้นำสามารถเป็นทั้งสร้างโอกาสและเป็นผู้ |
|
|
กำหนดวิธีการที่จะทำเกิดการเรียนรู้ขึ้น โดยผ่าน |
|
|
กิจกรรมต่าง ๆ เช่น การกำหนดพันธกิจ |
|
|
วัฒนธรรมโครงสร้างและทรัพยากร |
|
ด้านการรักษาดุลยภาพเชิงอารมณ์ |
- ภาวะผู้นำเป็นปัจจัยสำคัญที่ สามารถเป็นทั้ง |
|
- ช่วยป้องกันการเกิดภาวะเครียด และภาวะไฟ |
ผู้สร้างภาวะไฟหมดเชื้อขึ้น และเป็นผู้บรรเทา |
|
หมดเชื้อของครู |
ภาวะดังกล่าวให้แก่ครู |
|
|
- ภาวะผู้นำส่งผลกระทบทางอ้อมต่อภาวะไฟ |
|
|
หมดเชื้อของครู โดยผ่านองค์ประกอบต่าง ๆ |
|
|
ขององค์การภายใต้การใช้ภาวะผู้นำของครูใหญ่ |
3. ภาวะผู้นำในการบริหารการศึกษา
ในการที่จะดำเนินการบริหารและจัดการศึกษาในยุคโลกาภิวัตน์ ผู้บริหารการศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษาจำต้องมีภาวะผู้นำที่ดี และเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและในอนาคต ทั้งนี้เพราะผู้บริหารดังกล่าวจะต้องมีภาวะผู้นำทางการศึกษา (ธีระ รุญเจริญ, 2549) ในเรื่องต่อไปนี้
- หลักการบริหารที่พึงประสงค์
- การบริหารฐานโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษา
- การสร้างและพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
- การบริหารงานทั้ง 4 ด้าน การบริหารวิชาการ การบริหารบุคคล การบริหาร
การเงินและงบประมาณ และการบริหารงานทั่วไป
การบริหารดังกล่าว จำต้องอาศัย
- การใช้กระบวนการกลุ่ม
- การกระจายหน้าที่และความรับผิดชอบ
- การนำการเปลี่ยนแปลงที่ริเริ่มสร้างสรรค์และ
- การใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหาร โดยมุ่งผลประโยชน์ของผู้เรียน
เป็นที่ตั้ง คือ บรรลุเป้าหมาย วัตถุประสงค์ จุดมุ่งหมาย และมาตรฐานคุณภาพ ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายต่าง ๆ ตั้งแต่
- กฎหมายรัฐธรรมนูญ
- พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ
- มาตรฐานการศึกษาของชาติ
- มาตรฐานคุณภาพการศึกษาเพื่อประเมินคุณภาพภายนอก
- มาตรฐานคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการศึกษาปฐมวัย
กมล สุดประเสริฐ (รายงานการสัมมนา เรื่อง ผู้นำทางการศึกษาในยุคโลกาภิวัตน์, 2545) ได้ให้แนวคิดบางประการเกี่ยวกับภาวะผู้นำของผู้บริหารการศึกษาของไทย ดังนี้
1. ผู้บริหารทั้งระดับบนและล่างต้องเปลี่ยนพฤติกรรมภาวะผู้นำ
ความรู้ สติปัญญา คือ อำนาจ
บุคลิกภาพ เจตคติ และค่านิยมเป็นฐาน
พฤติกรรมภาวะผู้นำ การจัดการเปลี่ยนแปลง การสื่อสารความเป็นผู้นำ
- 2. ผู้นำในระดับเขตพื้นที่การศึกษา
ควรพิจารณาเกี่ยวกับ
- อำนาจและอิทธิพล
- สติปัญญา และความคิดสร้างสรรค์ (วิสัยทัศน์)
- บุคลิกภาพ
- ค่านิยม และเจตคติ
- บุคลิกภาพของผู้นำ
- ทักษะความเป็นผู้นำ
- บารมี และรูปแบบภาวะผู้นำ
- 3. ผู้นำสถานศึกษา
ควรมีภาวะผู้นำในการบริหารจัดการศึกษาในเรื่อง
- การบริหารงานบุคคล
- การบริหารงานวิชาการ หลักสูตร การเรียน การสอน การประเมินผล การประกัน
คุณภาพ
- การบริหารงานการเงิน งบประมาณ
- การบริหารงานบริการนักเรียน
- การบริหารความสัมพันธ์โรงเรียนและชุมชน
- ระบบการจัดการข้อมูลสารสนเทศ
4. ทักษะภาวะผู้นำจำเป็นต่อการปฏิรูปการศึกษา
- การบริหารจัดการศึกษาต้องได้รับการพัฒนา
- การปฏิรูปการศึกษาจะกระทำได้ดีมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับผู้บริหาร และ
คณะทำงานและผู้ใกล้ชิดที่เป็นเสาหลักของสถานศึกษาเอง
- 5. สถานศึกษาคือหน่วยประกันคุณภาพ
- สถานศึกษาต้องรายงานให้สาธารณชน ทราบถึงคุณภาพของตนและรับผิดชอบที่
ตรวจสอบได้
- สาธารณชนต้องติดตาม ประเมินดูการปฏิบัติงานของสถานศึกษาและแสดงความ
คิดเห็น
นงราม เศรษฐพานิช (รายงานการสัมมนาผู้นำทางการศึกษาในยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่ง
- เป็นยุคเศรษฐกิจและสังคม ฐานความรู้
- มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
- วัฒนธรรมไร้พรมแดน
- การผลิตเปลี่ยนจากผลิตเป็นจำนวนมาก ๆ เป็นการผลิตตรงตามความต้องการของ
ผู้ใช้เฉพาะที่จะต้อง :
- มีเป้าหมายอยู่ที่ผู้เรียน
- เน้นความสำคัญของการปฏิรูปการเรียนรู้
- มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล
- ไม่ใช้อำนาจเกินขอบเขต
- ไม่ทำตัวเด่นคนเดียว
- เป็นผู้กล้านำการเปลี่ยนแปลง
- เห็นความสำคัญของชุมชน
- เป็นคนใฝ่รู้
- มีคุณธรรม และ
- มีวุฒิภาวะทางอารมณ์
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ โดย สุรศักดิ์ หลาบมาลา (2543) ได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับผู้นำทางการศึกษาของอังกฤษเกี่ยวกับความรู้ การพัฒนาโรงเรียน ซึ่งพอสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
ความรู้และความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้
1. ปัจจัยซึ่งมีส่วนสำคัญในการให้การศึกษาที่มีคุณภาพ ลักษณะของโรงเรียนที่มีประสิทธิภาพ กลวิธีในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน กลวิธีการส่งเสริมจิตใจ ศีลธรรม การพัฒนาทางสังคม และพฤติกรรมอันดีของนักเรียน
2. กลวิธีในการบรรลุเป้าหมายในการเรียนการสอนภาษา และคณิตศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพ
3. วิธีการประยุกต์ใช้สารสนเทศและเทคโนโลยีการเรียนการสอนและการจัดการ
4. วิธีการใช้ข้อมูลในการเปรียบเทียบ พร้อมกับนำข้อมูลเกี่ยวกับผลการเรียนของนักเรียนในอดีตมาใช้เพื่อประโยชน์ในการกำหนดเป้าหมาย และกำหนดเกณฑ์ที่จะต้องพัฒนานักเรียน
5. ข้อบังคับและรูปแบบในการจัดทำและประเมินหลักสูตร
6. วิธีการสอนและการประเมินการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการใช้สารสนเทศเทคโนโลยีและการสื่อสาร
7. อิทธิพลของการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ศาสนา และเทคโนโลยีที่มีต่อกลวิธีการวางแผนและการนำแผนของโรงเรียนไปปฏิบัติ
8. รูปแบบภาวะผู้นำ การนำภาวะผู้นำไปปฏิบัติและผลกระทบของภาวะผู้นำในบริบทต่าง ๆ ภายในโรงเรียน
9. การจัดการและกฎหมายต่าง ๆ เช่น กฎหมายการจ้างงาน กฎหมายเกี่ยวกับความเสมอภาคและการจ้างงาน กฎหมายการบริหารงานบุคลากร ความสัมพันธ์กับหน่วยงานภายนอกโรงเรียน การเงินและการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของสังคม
10. กรอบนโยบายระดับชาติ และระเบียบอื่น ๆ ที่ออกตามนโยบายและหน้าที่ของกระทรวงการศึกษาและการจ้างงาน และหน่วยงานราชการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
11. กรอบนโยบายเกี่ยวกับกฎหมายของการศึกษา ความสำคัญของกฎหมายการศึกษาที่มีต่อภาวะหน้าที่ของผู้บริหารสถานศึกษา รวมทั้งกฎหมายการศึกษาที่ประกาศใช้ระหว่าง พ.ศ. 2494 – 2540 กฎหมายเกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัยและกฎหมายเกี่ยวกับเยาวชน
12. การนำข้อมูลและข่าวสารจากสำนักงานการศึกษาท้องถิ่น กระทรวงศึกษาและการจ้างงานหน่วยงานทางราชการ และสมาคมต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์ในโรงเรียน
13. การบริหารการศึกษาระดับประเทศ ระดับท้องถิ่นและระดับโรงเรียน
14. นำหลักฐานจากการตรวจการและการวิจัยมาใช้ในการพัฒนาวิชาชีพ และการพัฒนาโรงเรียน
15. กลวิธีในการสอนนักเรียน เกี่ยวกับหน้าที่ โอกาสภาระรับผิดชอบ และสิทธิของประชาชน
16. กลวิธีในการสอนนักเรียนเกี่ยวกับจริยธรรมและความหลากหลายทางวัฒนธรรม
1. ผู้บริหารสถานศึกษาควรจะสามารถใช้รูปแบบภาวะผู้นำ ในการนำบุคลากรในโรงเรียนและสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อ
1. สร้าง และมีพันธะสัญญาต่อวิสัยทัศน์อย่างชัดเจนเพื่อประสิทธิภาพของโรงเรียน
2. ริเริ่มและจัดการการเปลี่ยนแปลง และการปรับปรุงเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้กำหนดไว้แล้ว
3. จัดลำดับความสำคัญของงาน ของแผนและขององค์การ
4. ควบคุมและประสานการปฏิบัติงานของบุคลากร
5. สร้าง สนับสนุนและทำงานร่วมกับทีมงานให้มีผลงานสูง
6. ทำงานในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของทีมงาน
7. มอบหมายความรับผิดชอบ มอบหมายงาน และติดตามการปฏิบัติงานเพื่อให้งานทุกส่วนดำเนินการไปด้วยดี
8. กระตุ้นและจูงใจนักเรียน บุคลากร ผู้ปกครอง กรรมการโรงเรียนและชุมชนในวงกว้าง
9. กำหนดมาตรฐานและปฏิบัติตนเป็นตัวแบบแก่นักเรียนและบุคลากร
10. เสาะหาคำแนะนำและการสนับสนุนเมื่อมีความจำเป็น
11. ปฏิบัติตนต่อคนทั่วไปอย่างมีจิตสำนึกและแก้ไขความขัดแย้งต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น
2. ผู้บริหารสถานศึกษา ควรมีความรอบรู้ในวิชาชีพและความเชี่ยวชาญในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
1. ได้รับการเคารพนับถือในการปฏิบัติหน้าที่ และสามารถโน้มนำบุคคลอื่นได้
2. ให้ทิศทางในการปฏิบัติงานด้านวิชาชีพแก่บุคลากร
3. ใช้ประโยชน์จากรายงานการตรวจสอบและผลการวิจัย
4. นำการปฏิบัติที่ดีจากภาคอื่นและองค์การอื่นมาปรับใช้กับโรงเรียนของตน
ทักษะการตัดสินใจ คือ ความสามารถในการสืบสวนการแก้ปัญหา และการตัดสินใจ ผู้บร
ดีมากเลยทำอย่างนี้ต่อไปนะคับ
ดีมากคับ
ถูกต้องแล้วครับ
เนื้อหาน่ารู้มากนะค่ะ
เป็นแนวทางที่ดีค่ะ (ปนัดดา)
เป็นการศึกษาอีกทางหนึ่งน่าสนใจมาก(ปนัดดา)
น่าสนใจมากค่ะขอบคุณ
เป็นการศึกษาอีกทางหนึ่งน่าสนใจมาก จะแวะมาดูบ่อยๆ นะค่ะ
เป็นการศึกษาเพื่อให้ผู้อ่านเกิดความรู้เพิ่มเติม
ส่งเสริมการศึกษาค่ะ
มีเนื้อหาน่าศึกษาค่ะ
รูปแบบเนื้อหาดีค่ะ
สวัสดีค่ะมาทักทายและ เข้ามาอ่าน การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ ค่ะ เนื้อหา ok น่ะค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์เข้ามาทักทายและก็เข้ามาอ่านแล้วนะค่ะมีเนื้อหาดีและเป็นความรู้อีกรูปแบบหนึ่ง
สวัสดีค่ะอาจารย์เข้ามาทักทาย แล้วได้อ่านเนื้อหาการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ รูปแบบเนื้อหาดีค่ะ
สวัสดีค่ะเนื้อหาดีมากค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์ได้เข้ามาดูแล้วค่ะเนื้อหาในเรื่องนี้ ก็ ok ดีค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์เข้ามาทักทาย อ่านเนี้อหาเเล้วสุดยอดค่ะ
ทักทายค่า
เนื้อหาดีมาก น่าศึกษาเลยทีเดียว
สวัสดีค่ะอาจารย์ อ่านแล้วให้ความรู้เพิ่มเติม เนื้อหาดีค่ะ