ในวันที่หนูรู้สึกเหนื่อย ท้อแท้ หมดหวัง ไม่อยากจะเขียนบันทึกใน G2K ครูท่านพูดกับหนูว่า
“เคยได้ยินคำว่า ต้องช่วยกันไหม”
พระที่ท่านทำงาน ท่านภาวนาไหม
พระท่านช่วยคนอื่นไหม
พระท่านภาวนาไหม เห็นไหมว่าทุกคนภาวนา”

“อย่าเห็นแก่ตัว ความทุกข์ของตนเองเก็บไว้ก่อน เก็บไว้ในใจ
ตอนที่วิเวกคนเดียว ค่อยจัดการกับแผลที่เหวอะหว่ะ
อย่าเอาทุกข์ไปให้คนอื่น ทำยังไงหล่ะถึงจะทำได้
ก็มีสติ ตอนทำงานก็กลับมาอยู่กับลมหายใจ
ไม่ต้องคิด รักษาศีลกับภาวนา
ก็แค่นั้น”
ในวันนั้นตอนที่ครูพูดประโยคนี้กับหนู หนูมีความรู้สึกโกรธเคือง ไม่พอใจ คิดแต่ว่าหนูเหนื่อยค่ะ และก็รู้สึกว่า หนูทำอะไรก็ผิดทั้งนั้น ทำอะไรก็โดนดุ สู้ไม่ทำซะดีกว่าอย่างน้อยก็ไม่โดนดุ ตอนนั้นคิดแบบนี้แหละค่ะ และหนูก็คิดว่า หนูเขียนบันทึกไม่ได้เรื่อง เขียน ๆ ไป จะมีประโยชน์อะไร เฮอะ ๆ มันคิดได้เลวร้ายขนาดนี้ทีเดียวค่ะ
แต่จากวันนั้นจนถึงวันนี้ หนูอดทน ฝึกฝนตนเอง พยายามเขียนจากสิ่งที่ตนเอง ได้ยินได้ฟัง ได้รู้ ได้เห็น และได้คิด มองย้อนเข้ามาในตนเอง เห็นความเปลี่ยนแปลงในใจ เห็นความมั่นใจ เห็นบันทึก ที่ค่อย ๆ ได้รับการถ่ายทอดออกมาจาก "ใจ" ก็รู้สึกว่า หนูยิ่งเขียน ใจหนูยิ่งสบายขึ้น ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ว่าเขียนไปแล้วจะได้อะไร จะเป็นประโยชน์หรือไม่
แต่ที่ปรากฏชัดในตนเอง คือ ยิ่งเขียน ใจยิ่งสบายขึ้น เบิกบานมากขึ้น
กราบขอบพระคุณครูค่ะ ที่เมตตาสอนสั่ง