เป้าหมายที่เป็นโจทย์ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือเมื่อเรา ได้“รู้ศักยภาพตนเอง” และ“รู้ศักยภาพของเพื่อน” แล้ว เราจะนำ “ความรู้”ที่เป็น “ข้อค้นพบใหม่”นี้ไปสร้างกระบวนการจัดการความรู้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงสู่ผลลัพธ์ในทีมงาน หรือในชุมชนของเราได้อย่างไร

อ.เอก_จตุพร  นำกระบวนการ ลปรร.เปิดพลัง(Open will) "คุย คิด คลำ คลึง คลิก”ในช่วงบ่ายวันที่ 14 ธ.ค.และต่อเนื่องถึงช่วงเช้าวันที่15 ธ.ค.ผ่านกิจกรรมกลุ่มย่อย 2ครั้งโดย มี อ.ศิลา และหนานเกียรติคอยเสริมในบางช่วง

กิจกรรมกลุ่มย่อย ช่วงที่ 1 “คุณค่า  ความหมายและกระบวนการKMในองค์กรของเรา”

คิดคนเดียว  ประชุมกลุ่มย่อย(ตามกล่มฐาน)  แล้วนำเสนอแบบอิสระตามความคิดสร้างสรรค์ของกลุ่ม

                         

                                        กลุ่ม "ศูนย์ใจ"

กลุ่ม "ศูนย์ใจ"พูดคุยและรับฟังกันอย่างฉันท์มิตร ทุกคนมีบทบาทในการแลกเปลี่ยนการพูด และฟังกันอย่างเท่าเทียม มีท่าทีเต็มใจที่จะพูด และฟังกันอย่างไม่กังวลใจ บรรยากาศโดยรวมจะมีความเป็นกันเอง สบายใจ สนุกสนาน   นำเสนออย่างมีสีสัน(นำหน้าสาระ)  สื่อที่เสนอจึงมีความเป็นศิลปะที่สวยงาม     

                         

                                    กลุ่ม "ศูนย์สมอง"

กลุ่ม "ศูนย์สมอง"แต่ละคนมีลักษณะการคิดไตร่ตรอง ใคร่ครวญ แต่การพูดก็มีการนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ อย่างเป็นระบบ  มีรายละเอียด  เป็นขั้นเป็นตอน  เป็นแบบแผน   สามารถสรุปเนื้อหาเป็นหลักการสำคัญได้พร้อมตัวอย่างประกอบได้ชัดเจน เนื้อหามีความครอบคลุม ครบถ้วน  เพียงแต่บรรยากาศของกลุ่มพี่ออกจะเครียด  เคร่งขรึม  เอาจริงเอาจัง(แบบจึดชืด)และช้าไปหน่อยนะพี่(เพื่อนเขาไปถึงไหนแล้ว)

                         

                                          กลุ่มศูนย์ท้อง

การสนทนาดูคึกคัก ลุยไปเลยลูกพี่  เอาให้“CHANGE”ไปเลยลูกพี่  ท่าทางทุกคนมีความสนุกสนานร่าเริง คนพูดก็อยากพูด คนฟังก็อยากฟัง  ดูแล้วสมาชิกในวงทุกคนเป็นคนมีนิสัยกล้าพูด กล้าคุย   กล้านำเสนอ กล้าลุย แต่เวลาสรุปเป็นความเห็นของกลุ่มถึงแม้จะดูคึกคัก  มีชีวิตชีวา  แต่ดูๆแต่ละคนจะไปทางใครทางมัน  แล้วจะรีบไปไหนหล่ะลูกพี่มาคุยตกลงกันหน่อย

กิจกรรมกลุ่มย่อย ช่วงที่ 2 “ถ้าจะให้กระบวนการKM(การถอดความรู้ในงานพัฒนา)ในองค์กรของเราขับเคลื่อนเราต้องทำอะไรและเราต้องการการสนับสนุนอะไรบ้าง”

คิดคนเดียว  ประชุมกลุ่มย่อย(คละฐาน)  แล้วนำเสนอแบบอิสระตามความคิดสร้างสรรค์ของกลุ่ม

เมื่อเกิดการประชุมกลุ่มในลักษณะการผนึกพลังการลปรร.(คละฐาน)  ร่วมกันบนฐานความหลากหลาย(ผสมผสานลักษณ์)แล้ว

ดูแล้วแม้โจทย์ที่วิทยากรให้จะเป็นเรื่องที่ดูจะยากส์มากๆๆๆ...

กับโจทย์ปัญหาที่มีความยุ่งยากซับซ้อน........

แต่ทุกกลุ่มก็สามารถทำงานร่วมกันได้  เป็นไปด้วยความลื่นไหล  บรรยากาศคึกคักพอๆกันทุกทีม

ดูเนื้อหาสาระก็มีรายละเอียดที่ชัดเจนทุกทีมเช่นกัน  ....

รวมทั้งสื่อการนำเสนอก็มีสีสันสวยงามทุกทีมครับ 

สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากกิจกรรมลปรร.เปิดพลัง(Open will) "คุย คิด คลำ คลึง คลิก” โดยKMแบบนพลักษณ์ จากการร่วมWSกับอ.เอก_จตุพร  และทีมงาน

เปิดพลัง(Open will)  บริหารความรู้สึกด้วยการเปิดใจคิดและ คุย"“คุณค่า  ความหมายและกระบวนการKMในองค์กรของเรา”

  • KMคือกระบวนการจัดการทั้งความรู้และไม่รู้ของตัวเอง
  • “ใจ  กาย  สมอง ล้วนเป็นส่วนสำคัญในตัวเรา   แล้วเราจะแยกมันไปทำไม” 
  • ทำอย่างไร “ใจ  กาย  สมอง”จึงจะไหลมารวมกันสู่ “พื้นที่ส่วนกลางของการ ลปรร.”เป็นพื้นที่ร่วมของทุกคนไม่ว่าจะมาจากฐานไหนล้วนมีคุณค่า  เคารพในความแตกต่าง
  • และเมื่อเกิดการผนึกพลังการลปรร.ร่วมกันบนฐานความหลากหลาย(ผสมผสานลักษณ์)  ดูแล้ว แม้จะเป็นเรื่องที่ยากส์ๆๆๆ...กับปัญหาที่ยุ่งยากซับซ้อนแค่ไหน........ด้วยการรวมพลังสร้างสรรค์ ....ทุกอย่างก็เป็นไปได้
  • จากการลปรร.และการพูดคุยด้วย "กัลยาณมิตรสนทนา" "สุนทรียสนทนา"ในพื้นที่ว่างหรือพื้นที่ส่วนกลางร่วมกัน ด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย รู้สึกว่าปลอดภัย ไว้วางใจซึ่งกันและกันและมีอิสระภาพที่จะคิดที่จะคุยด้วยความพร้อมความเต็มใจ(บริหารความรู้สึก)
  • มีวง ลปรร. อย่างต่อเนื่องแล้ว  ก็จะทำให้เกิดการยกระดับการเรียนรู้นั้นเป็นเกลียวความรู้และเป็นคลังความรู้ที่มีพลังต่อไปได้
  • ตราบเท่าที่เรายังมีความหวัง  มีความเชื่อมั่นและมุ่งมั่น  การเปลี่ยนแปลงย่อมเกิดขึ้นได้ 

คลึง ต่างกับ นวดอย่างไร?? ผมเคยถาม อ.เอกไว้ในช่วงการเตรียมการ_ก่อนการสัมมนา

 "การนวดหมายถึง การทำกระบวนการไปเรื่อยๆตามสบาย ในบรรยากาศสุนทรียะครับ ส่วนคลึงนั้น เน้นเป็น จุดๆครับ จุดไหนสำคัญก็คงต้องคลึงมันนานหน่อย เช่น ตรงไหนที่เส้นมันตึง มันยึด ใช้เวลาคลึงตรงนั้นนานๆหน่อย ให้สบาย เลือดลมคล่องครับผม"

คุณเอกบอกผมไว้...ดังนั้นการเปิดพลัง(Open will)  การ “คิด” และ “ คุย"“คุณค่า  ความหมายและกระบวนการKMในองค์กรของเรา” ในช่วงนี้ จึงเป็นการ "นวด"ในแบบที่เป็นกระบวนการไปเรื่อยๆตามสบาย ในบรรยากาศสุนทรียะผมคิดของผมอย่างนั้นครับ

 เปิดพลัง(Open will) บริหารความรัก ด้วยการคลำ" และ “คลึง“ถ้าจะให้กระบวนการKM(การถอดความรู้ในงานพัฒนา)ในองค์กรของเราขับเคลื่อนเราต้องทำอะไรและเราต้องการการสนับสนุนอะไรบ้าง”

  • หากเรามองว่าการจัดการความรู้คือการจัดการกระบวนการเรียนรู้ภายในของเราและดึงพลังตัวตนของเราออกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่น ก็จะทำให้เรารู้สึกวางใจอย่างเป็นกลางได้ว่า "ทุกสิ่งทุกอย่าง" ล้วนมี "ทุนดั้งเดิม"ที่มีอยู่ภายใน “ตัวตน” ของเราและเพื่อนๆของเราอยู่แล้ว
  • เพียงแต่เราสร้างแผนที่ในการค้นหาศักยภาพข้างในของตัวเราและเพื่อนๆให้เจอ และต้องเปิดโอกาสในการดึงศักยภาพของผู้อื่นเพื่อมาแบ่งปันสิ่งดีงามอย่างมีคุณค่าร่วมกันด้วย      
  • เราสามารถจัดการความไม่รู้ของเราผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้คนที่หลากหลาย       
  • ยิ่งแตกต่าง   ยิ่งต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจ    ยิ่งทำให้มองเห็นโอกาสในหนทางที่เป็นแสงสว่างแห่งปัญญาและเป็นพลังแห่งความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลต่อกันต่อกัน
  • การพูดคุยกันด้วย "กัลยาณมิตรสนทนา" "สุนทรียสนทนา"ในพื้นที่ว่างหรือพื้นที่ส่วนกลางร่วมกันผ่านช่องทางการสื่อสาร พูดคุย ในรูปแบบต่างๆที่หลากหลายและต่อเนื่อง  นี่คือเจตนารมณ์ร่วมกันของเรา

การ “ คลำ" และ “คลึง”ของ อ.เอก_จตุพร ได้มีส่วนอย่างยิ่งในการทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเกิดความรู้สึกผ่อนคลาย  รู้สึกไว้วางใจ ปลอดภัยที่จะแลกเปลี่ยนพูดคุยกับเพื่อนๆด้วยความเข้าใจ   เคารพในความแตกต่างและกระตือรือล้น ที่จะเรียนรู้จากเพื่อนๆทำให้แต่ละคนสามารถ "มีอิสรภาพ" "มีความมั่นใจ" และ "ไว้วางใจ"(ปลอดภัย)ที่จะแสดงความเป็นตัวตนของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่(บริหารความรัก)

เปิดพลัง(Open will) บริหารความรู้ด้วยการ“คลิกสู่การบ่มเพาะ"สร้างชุมชนนักปฏิบัติ(COP)ผ่านวง ลปรร.ด้วย "กัลยาณมิตรสนทนา" "สุนทรียสนทนา"

  • การสัมมนาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการจุดประกายทำให้เราได้มองเห็นศักยภาพตัวตนในการดึงสิ่งดี ๆ จุดแข็งของตัวเองออกมาใช้และได้เห็นความแตกต่างระหว่างตัวเองกับผู้อื่นในเบื้องต้นเท่านั้น  
  • เป้าหมายที่เป็นโจทย์ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือเมื่อเรา ได้“รู้ศักยภาพตนเอง” และ“รู้ศักยภาพของเพื่อน” แล้ว   เราจะนำ “ความรู้”ที่เป็น “ข้อค้นพบใหม่”นี้ไปสร้างกระบวนการจัดการความรู้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงสู่ผลลัพธ์ในทีมงาน หรือในชุมชนของเราได้อย่างไร
  • การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่และยั่งยืนคือการเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเราเอง   ด้วยความเป็นกัลยาณมิตรในตน ที่ได้มาจาก "การใคร่ครวญในตน" จากการ "ค้นพบตัวเอง"สู่การ "ค้นพบศักยภาพของเพื่อน"นำสู่ "สุนทรียสนทนา""กัลยาณมิตรสนทนา"ก่อเกิดพลังงานสร้างสรรค์มหาศาล สร้างแรงบันดาลใจมากมาย..ต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ที่สำคัญทั้งหมดนี้ล้วนเกิดขึ้นได้จากการเปลี่ยนแปลงภายในตัวเองที่ยิ่งใหญ่นั่นเอง

"การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ย่อมเกิดจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในลักษณะการพุดคุยกันในแบบสุนทรียสนทนา(Dialogue)ค่ะ"

คุณครูใหม่แห่งโรงเรียนเพลินพัฒนา ได้เคยบอกเล่าประสบการณ์กับพวกเราไว้ตอนเมื่อครั้ง ทีมงานและผู้บริหารในองค์กรพวกเรา ได้เดินทางไปเยี่ยมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “การสร้างองค์กรแห่งความสุขและการจัดการความรู้”ที่โรงเรียนเพลินพัฒนาเมื่อครั้งวันที่18 ก.ย.52ที่ผ่านมา

มาถึงตอนนี้แล้ว การเปิดพลัง(Open will) บริหารความรู้ด้วยการ“คลิก ของอ.เอก_จตุพร ในครั้งนี้น่าจะได้ทำให้เพื่อนๆเราหลายคนเริ่มที่จะคิดออกแล้วหล่ะครับว่า  แต่ละคนล้วนมีทางเลือกที่หลากหลายที่จะใช้“ความรู้”ที่เป็น “ข้อค้นพบใหม่”นี้ไปสร้างกระบวนการจัดการความรู้ในทีมงาน หรือในชุมชนของเราได้อย่างไร  สำคัญคือพวกเขาสามารถที่จะบอกตัวเองและเพื่อนๆได้ว่าจะทำกันอย่างไร นั่นคือ “การคลิก”ได้เกิดขึ้นแล้วครับ