บันทึกนี้เขียนเพื่อเชิญชวนสมาชิก ย้อนอดีตรำลึกถึงนักร้อง/นักดนตรีเเละวงดนตรียุคเก่าๆที่กำลังถูกลืมเลือน ไปจากสังคมวัยรุ่นไทย ด้วยกระเเสเกาหลีฟรีเวอร์ .....นักร้องไทยปัจจุบันถูกกลืนเป็นเกาหลีไปหมดเเล้ว...เเม้จะเป็นยุคสมัยก็ตามทีเเต่อย่างน้อยเราคนรุ่นเก่าก็ควรไม่ลืมผู้สร้างทางให้วงการนี้...ผู้เดินหน้ามาก่อนเช่นเดียวกัน....ผมขอเริ่มด้วยวงชาตรีครับ เพราะเป็นต้นเเบบให้ผมเมื่อครั้งเล่นดนตรีหาตังเรียนหนังสือกับเพื่อนๆที่ชลบุรีขอรับ

วง “ชาตรี”
จุดเริ่มต้นของวงชาตรี เกิดขึ้นที่ วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ ฯ แผนกช่างภาพ ในปี พ.ศ. 2518 โดย นราธิป กาญจนวัฒน์ ได้เชิญเพื่อนอีก 2 คน คือ ประเทือง อุดมกิจนุภาพ และคฑาวุธ สะท้านไตรภพ ซึ่งเรียนอยู่ด้วยกัน มาร่วมกันทำเพลงให้วัยรุ่นชอบ ทำให้วัยรุ่นไทยรักและชอบเพลงไทยมากกว่าที่เป็นอยู่ ดังนั้น เขาทั้ง 3คนจึงได้ตกลงใจว่าจะตั้งชื่อวงเป็นชื่อแบบไทยแท้ว่า“ชาตรี”เมื่อเริ่มแรกนั้น วงชาตรีใช้กีตาร์โปร่งทั้ง 3 ตัว ต่อมาวงชาตรีได้ อนุสรณ์ คำเกษม ซึ่งเป็นเพื่อนเรียนอยู่ห้องเดียวกันมาเป็นมือกลอง และได้เข้าร่วมประกวดโฟล์คซองซึ่งทางชมรมโฟล์คซองเป็นผู้จัดขึ้น แต่เมื่อการประกวดผ่านไปถึงรอบที่ 2 วงชาตรีก็สละสิทธิ์จากการประกวดครั้งนั้น แต่คุณครูไพบูลย์ ศุภวารี ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการการตัดสินเห็นว่า วงชาตรีมีลักษณะแปลกและเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตัวต่างกับวงอื่นๆ จึงได้ชวนวงชาตรีไปอัดเสียงในรายการ 120 นาทีมัลติเพล็กซ์ ซึ่งเป็นรายการวิทยุที่ครูไพบูลย์จัดอยู่
วงชาตรีได้ฝากผลงานเพลงไว้มากมายหลายเพลงจนทำให้แฟนในรายการรู้จักวงชาตรีเป็นอย่างดี แฟนเพลงพากันเรียกร้องอยากให้ทำเทปของวงชาตรี ดังนั้นครูไพบูลย์จึงรวบรวมผลงานเพลงของวงชาตรีบันทึกเป็นเทปคาสเซ็ทเพื่อเผยแพร่ให้แฟนๆได้ฟังตามเสียงเรียกร้อง นอกจากนี้ครูไพูลย์ ยังมีความคิดริเริ่ม บันทึกเสียงร้องและดนตรีแยกลำโพงซ้ายขวา เพื่อให้แฟนเพลงนำไปร้องด้วยตนเองได้ นี่คือความคิดที่ล้ำหน้าไปไกลถึงสามสิบปีโดยไม่ได้เลียนแบบใคร น่าเสียดายที่คาราโอเกะของครูไพบูลย์ไม่เป็นที่นิยมในสมัยนั้นเพราะ ความไม่สะดวกในทางเทคโนโลยี เนื่องจากยุคนั้นเทปคาสเซ็ทยังเป็นเรื่องหายากและมีราคาแพง..
ต่อมา ห้างเมโทรแผ่นเสียงซึ่งเป็นเจ้าตลาดเพลงไทยสากลในยุคนั้นได้ติดต่อผ่านคุณไพบูลย์ มายังวงชาตรีให้อัดแผ่นเสียงกับบริษัท โดยให้เหตุผลว่า การทำแผ่นเสียงจะดีกว่าเทปเพราะสามารถนำไปออกอากาศตามสถานีวิทยุได้อย่างกว้างขวาง อัลบั้มชุดแรกของชาตรีจึงออกมาในรูปแบบของแผ่นเสียง นั้นคือ ชุด “จากไปลอนดอน”ซึ่งใช้กีตาร์โปร่งบรรเลงทั้งหมด หลังจากชาตรีออกแผ่นเสียงชุดแรก ในปี พ.ศ.2518 เทปคาสเซ็ทเริ่มมีอิทธิพลต่อวงการมากขึ้น ผู้คนเริ่มนิยมเทปตามลำดับ ทำให้ราคาของเครื่องเล่นค่อยๆถูกลง แต่ตอนนั้น พ.ร.บ ลิขสิทธิ์ เพลงยังไม่ออก วงการเพลงจึงเน้นหนักไปในการขายแผ่นเสียงเท่านั้น ส่วนเทปที่มีอยู่ในท้องตลาดมีแต่เทปผีเทปปลอมเกลื่อนตลาดไปหมด เนื่องจากเทปสามารถบันทึกเสียงง่ายไม่เหมือนแผ่นเสียง ดังนั้นอัลบั้มที่ฮิตสุดขีดอย่าง จากไปลอนดอน จึงโดนปลอมเข้าไปหลากหลายหน้าตาบนแผงเทป เรียกว่าคนซื้อสามารถเลือกปกเอาตามใจชอบได้เลยทีเดียวhttp://www.thaipr.net/nc/readnews.aspx?newsid=B90D5E8F7CF88099649230DC6ECCFCC0&query=x6e0ubXD1eS3wg==
ภูสมิง หน่อสวรรค์ นักร้องเพลงโฟล์กซอง ลูกครึ่งไทย-ลาว เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2499 ที่ประเทศลาว เป็นบุตรชายของ นายพลภูมี หน่อสวรรค์ ซึ่งเป็นทั้งทหารและนักการเมืองฝ่ายขวาของลาวระหว่างที่เรียนระดับชั้นมัธยม ที่โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ ภูสมิงได้ตั้งวงดนตรีกับเพื่อน ๆ ชื่อ "พับบลิคเทเลโฟน" ขึ้นมา ออกแสดงตามสถานบันเทิงรอบเมืองเชียงใหม่

จากนั้นจึงเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ มาเรียนด้านบริหารธุรกิจอยู่ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สมัยที่ยังใช้ชื่อว่า วิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ อยู่ ภูสมิงได้ร่วมกลุ่มกับเพื่อนที่รามคำแหง และจุฬาฯ ตั้งวงดนตรีโฟล์คซองไปเล่นประจำอยู่ที่ ร้านทิกกาเดอรี่ ข้างสถานทูตอังกฤษ เป็นภาษาอังกฤษ กระทั่ง ธนิต ศิลปะกิจ ผู้เคยทำงานร่วมกับจรัล มโนเพชร ในคอนเสิร์ตแฮนด์ อิน แฮนด์ ทราบข่าวว่าภูสมิงแต่งงานเพลงไทยไว้บ้าง จึงชักชวนกันทำอัลบั้มเพลง
วง ฟรีเบิร์ดส (นกอิสระ)
ประวิทย์น้องชายของ ระย้าและตะวันสองนักจัดรายการวิทยุชื่อดัง ฟอร์มวงดนตรีเล่นกันในหมู่เพื่อน ๆ เพลงที่เล่นส่วนใหญ่เป็นแนว country & southern rock ชื่อวงตั้งตามชื่อเพลง"Free Bird" ของวง Lynyrd Skynyrd ซึ่งเป็นวงที่พวกเขาชื่นชอบ ระย้าเมื่อได้ยินวงของน้องชายเล่นเพลงอึกทึกครึกโครมก็เลยชวนประวิทย์ทำเทป โดยตัวเองจะเป็นผู้ดูแลการผลิตให้
ในปี พ.ศ.นั้นการได้ออกผลงานไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อพี่ชายกล้าลงทุนมีหรือที่พวกเขาจะปฏิเสธเพียงแต่ว่ายุคนั้นกำลังเป็นยุคเปลี่ยนผ่านที่วัยรุ่นไทยเริ่มหันมาฟังเพลงไทยมากขึ้นแต่จำนวนวงดนตรีที่ออกผลงานยังมีน้อยมาก ฟรีเบิร์ดสซึ่งเล่นแต่ดนตรีสากลออกแสดงตามงานต่าง ๆ ในรั้วมหาวิทยาลัย จึงหนักใจเล็กน้อยเมื่อต้องบันทึกเสียงผลงานเพลงไทยแต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดีโดยได้ ประยงค์ พงษ์ธนานิการ และ ตะวัน ดูแลการแต่งเพลงให้ ผลปราฏว่า คอย ผลงานชุดแรกออกวางจำหน่ายในปี 2525 ฮิทระเบิด ด้วยบทเพลง "คอย" ซึ่งใช้โครงสร้างของเพลงที่เรียบง่ายด้วยคอร์ดวน D Bm G A7 และท่อนแยกอีกกลุ่มคอร์ด แต่ท่อนโซโลพวกเขาโชว์การเล่นลีดที่ยาวเหยียดในตอนท้ายเพลง ทำให้วัยรุ่นยุคนั้นที่เล่นกีตาร์ต้องแข่งกันแกะเพลงนี้เล่นกันยกใหญ่เพื่อนำมาโชว์ว่าใครเล่นได้เหมือนกว่ากัน ขอแสดงความเห็นไว้ตรงนี้ว่า ฟรีเบิร์ดส น่าจะเป็นวงดนตรีที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กรุ่นนั้นจริงจัง (ไม่ใช่หัดเล่น) กับการเล่นกีตาร์มากกว่าวงร่วมรุ่นอื่น ๆเมื่อพวกเขาแสดงสดในรายการโลกดนตรี ห้องส่งที่ใช้แสดงออกอากาศอัดแน่นไปด้วยผู้ชมเป็นความแน่นในระดับเดียวกันกับวันที่ แกรนด์เอ็กซ์ พึ่งมาเปิดการแสดงก่อนหน้าไปไม่กี่ครั้ง หลังจากนั้นผลงานในชุดที่ 2 จบเกมส์ ยังประคองความสำเร็จจากชุดแรกไว้ได้ ก่อนที่พวกเขาจะค่อย ๆ แผ่วความนิยมลงไป แต่ผลงานที่ออกมาก็อยู่ในระดับที่กลุ่มแฟนเพลงของพวกเขาไม่ผิดหวัง รายละเอียดเกี่ยวกับวงเพิ่มเติมท่านผู้อ่านสามารถไปเยี่ยมชมได้ที่ บ้านเพลงเก่า
แหล่งที่มา:www.oldsonghome.com/freebirds
![]()
เมื่อปี พ.ศ. 2527 วง"เดอะ แคร็บ" ซึ่งเป็นวงดนตรีร็อก เล่นตามสถานที่ต่างๆ มีแนวที่สะดุดตาเปี๊ยก โปสเตอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง จึงพาไปเล่นภาพยนตร์เรื่องวัยระเริง และเปลี่ยนชื่อวงเป็น "ไมโคร" โดยสุนทร สุจริตฉันท์ อดีตสมาชิกวงรอยัลสไปรท์ เป็นผู้ตั้งชื่อให้[ต้องการอ้างอิง] ทำให้อำพล ลำพูน และวงไมโครมีชื่อเสียงในยุคนั้น ก่อนที่วงไมโคร จะออกอัลบั้ม ไมโครได้ทีโอกาสไปลองแสดงสด คอนเสิร์ตแดดเดียว ช่อง 9 อ.ส.ม.ท. เรวัต พุทธินันทน์เห็นความสามารถของวง จึง นำวงไมโครเซ็นสัญญากับ แกรมมี่ เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ในปี พ.ศ. 2529 วงไมโครออกอัลบั้มแรกคือ "ร็อก เล็ก เล็ก" สังกัด แกรมมี่ เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี หลังจากจากนั้นมีผลงานต่อมาคือ "หมื่นฟาเรนไฮต์" และ "เต็มถัง"
ในปี พ.ศ. 2534 อำพล ลำพูน แยกตัวไปเป็นนักร้องเดี่ยว ไกรภพ จันทร์ดี จึงรับหน้าที่นักร้องนำแทน ไมโครมีอัลบั้มออกมาอีก 2 อัลบั้มกับแกรมมี่ และ 1 อัลบั้มจากค่ายฟิลฮาร์โมนิค แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ปลายปี พ.ศ. 2546 สมาชิกไมโครทั้งหมดรวมตัวกันอีกครั้ง โดยแสดงคอนเสิร์ต "ไมโคร ตำนานมือขวา - Put The Right Hand In The Right Concert" ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 12-14 ธันวาคม พร้อมกับออกหนังสือ "Micro in a day" รวบรวมภาพ ประวัติ เส้นทางชีวิตของวงและสมาชิกแต่ละคน ซึ่งจัดทำโดยนิตยสารอะเดย์ อีกด้วย

อุเทน พรหมมินทร์ หรือชื่อเล่นว่า เท่ห์ เป็นนักร้องแนวป็อปและเพลงไทยสากลร่วมสมัย เจ้าของเพลงดัง โกหกหน้าตาย, วิชามาร, ไม่ไว้วางใจ ซึ่งเป็นเพลงรัก แต่มีเนื้อหาเสียดสีการเมือง
จากวิกิพีเดีย




* ผมเริ่มเล่นกีตาร์เพลงแรก ก็เพลง "จากไปลอนดอน" ครับ ช่วงนั้นจะมีวง "วาสุชา" เพลง สบายโก๋ โดยคุณสมชาย รัศมี
* เมื่อเดือนที่แล้ว ผมไปเจอคุณนราธิป ที่กรุงเทพฯ โดยบังเอิญครับ ในสถานที่ปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง
อีกภาพของชาตรี...จาก : www.osk101.com/webboard/showthread.php?t=1152...
สวัสดีครับ คุณ k - kukait
เป็นช่วงที่เป็นวัยรุ่นพอดี เพลงจากไปลอนดอน ดังมากครับ
ดีใจที่ท่านนำเอาสิ่งดีๆ ในอดีตมาบอกเล่าให้ฟังครับ
พี่สุเกิดทันคะ แต่ช่วงนั้นก็คงเป็นอายุ รุ่นๆน้องๆวงชาตรีเขาคะ เพลงลอนดอนนี่เคยได้ยิน แต่จำไม่ได้ ตอนนอนเพลงนี้คนวัยรุ่นสตริงจะถามหา และชอบมากคะ หรือพี่สุไม่จำผิด เพราะตอนนั้นยังเด็กที่ไม่มีปัญญาซื้อเครื่องเทปคะ ฟังจากวิทยุ หรือตู้เพลงนี่แหละ
พี่สุยังไม่ได้สนใจเขาเท่าไหร่ วงนี้ รู้แต่ว่าเขาดังคะ
-มิน่าหละ น้องครูกู้เกียรติ เคยเป็นศิลปินเดี่ยว เคยเป็นนักดนตรีมาก่อนนี่เอง อารมณ์ถึงได้มีศิลปะ และอารมณ์ดีตลอดๆๆๆๆๆ
-มีความสุขในวันคริสต์มาสและวันปีหใหม่นะคะ นะคะ
เมื่อ จ. 14 ธ.ค. 2552 @ 09:02
#1733690 [ ลบ ]
นอกจากชาตรีเเล้ววงก่อนหน้าที่ดังระเบิดในแวดวงวัยรุ่ยรุ่นไทยคือวงนี้.....
สวัสดีอาจารย์
* ได้ฟังวงชาตรี จำได้ว่าตอนนี้ยังเด็กมาก..... แต่เป็นเพลงที่ติดหูกันทุกยุคนะ จากไปลอนดอน สัญญาใจ.... เวลาไปทัศนศึกษา หรือออกค่ายตอนเรียนมหาลัย ก็ยังร้องกันอยู่ค่ะ....
* ช่วงมัธยม วงสตริงเริ่มเฟื่องฟูค่ะ ช่วงแกรนด์เอ็กช็ คีรีบูร ดิอินโนเซ้นท์ บรั่นดี ไมรโคร....ชอบมากๆ จำได้ไม่ลืม แบบว่ากรี๊ดกันสุดๆ เวลาได้ดูพี่เขาแสดงคอนเสริ์ต (ที่ ตจว.)
* ขอบคุณมากค่ะอาจารย์ ยังชอบฟังเพลงของชาตรี....แม้พี่เขาจะสูงวัยกว่า แต่เป็นวงที่มีคุณภาพ เพลงเพราะ ฟังสบาย เดี๋ยวนี้ก็ฟังอยู่ค่ะ
* ระลึกถึงค่ะ
ร่วมย้อนอดีตรำลึกถึง วงชาตรี และนักร้อง/นักดนตรีเเละวงดนตรียุคเก่าๆ.. ไม่ลืมค่ะ.. ขอบคุณอาจารย์ k-kukiat ค่ะ
สวัสดีครับ
แม้ผมเกิดไม่ทัน แต่ยังระลึกถึงทุกวงที่เป็นความบันเทิงของไทยเราในยุคนั้นครับ ^^
ขอบพระคุณมากๆเลยครับ อ่านแล้วก็ปลื้มทุกทีเวลาใครเขียนถึงวงเก่าๆ
ไม่ลืม ไม่ลืม :~)