การรับรู้อารมณ์ และ ความรู้สึกของคน ผ่านการมอง

     จากการประชุมเมื่อวันที่  5 -7 ธันวาคมที่ผ่านมา   กิจกรรมวันที่6  เป็นกิจกรรมเวทีครอบครัวสุขภาวะ  เป็นกิจกรรมที่นำพ่อแม่ และ ลูก  มาเข้าสู่เวทีเปิดใจเพื่อจัดการความขัดแย้งในครอบครัวอย่างสันติวิธี

 

     กิจกรรมในครึ่งวันแรก (9 โมงเช้า ถึง เที่ยงวัน)  เป็นกิจกรรมเล่นเกมและนันทนาการ ที่สนุกสนานทั้งครึ่งวัน  

 

 

 

 

     ครึ่งวันบ่ายจึงค่อยจัดกิจกรรมเปิดใจ

 

 

      มีคุณครูหลายท่านบอกว่ากิจกรรมนันทนาการ ใช้เวลามากไปและยืดเยื้อ   ให้เล่นเกมแค่เกมเดียวก็พอ  หลังจากนั้นก็จัดกิจกรรมเปิดใจเลย  ซึ่งถ้าจะทำกันจริงๆไม่ให้ยืดเยื้อ   ครึ่งวันเช้าก็น่าจะเสร็จ

 

      คุณครูอีกท่านเห็นด้วยครับ  บอกว่าเขาก็จะทำแค่ครึ่งวันเหมือนกัน

 

      ผมว่านี่คือความล้มเหลวของการรับรู้ความรู้สึกของคนอื่นหรือ

Empathy  ครับ    เป็นการรับรู้ความรู้สึกแบบ I   in    me   เสร็จแล้วก็คงทำกิจกรรมเปิดใจแบบ I  in  it

 

     เป็นความไม่เต็มของการมองคนครับ

 

       คุณครูบางท่านที่ไม่ค่อยมองหรือรับรู้ความรู้สึกของคนอื่นครับ  ว่าเขาอยู่ในอารมณ์ใด  พร้อมที่จะเปิดใจหรือไม่   สร้างพื้นที่ที่ปลอดภัย  และพื้นที่แห่งความไว้วางใจให้เขาแล้วหรือยัง

 

       ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและเป็นเรื่องละเอียดอ่อนพอสมควรครับ

 

        คงต้องเปลี่ยนมุมมองในการมองพฤติกรรมคนเสียใหม่ครับจากการมองแบบ  I   in me  ลองมามองแบบ I   in you   หรือมองแบบ empathyแล้วก็จะจับอารมณ์ได้ (แต่ระวังอย่าให้เตลิดไปถึง Sympathyนะครับ)

 

       อารมณ์ และ ความรู้สึก  มีผลสำคัญต่อความคิดและการใช้เหตุผลนะครับ  อย่ามองข้ามความปลอดภัย  อย่ามองว่าเกม นันทนาการเป็นเรื่องยืดเยื้อเสียเวลาเปล่า

 

     ถ้ามองข้ามอารมณ์และความรู้สึกไปต่างหาก  ที่เป็นเรื่องเสียเวลาเปล่าอย่างแท้จริง

 

                   ขอบคุณครับ