วันที่ 5 ธันวาคมของทุกๆ ปี นอกจากเป็นวันที่ประชาชนชาวไทยทราบกันดีว่า  เป็นวันคล้ายวันพระราชสมทบ ของ "ในหลวง" ของเราแล้ว  สำหรับผู้เขียนแล้วยังมีความหมายพิเศษอื่นๆ อีกหลายๆ อย่าง...
    เมื่อประมาณ 33 ปี ที่แล้วของวันนี้ ประมาณห้าโมงเช้า แม่รู้สึกว่าปวดท้องแป็บๆ สักพักพอทรงตัวได้ แม่ก็ลุกขึ้นคิดว่าจะไปห้องน้ำ เท่านั้นแหละ แม่ว่าเหมือนมีอะไรหลุดออกจากร่างพร้อมทั้งเสียงร้องไห้จ้าของเด็กหญิง ตัวเล็กๆ...คนหนึ่ง จากวันนั้นถึงวันนี้ แม่ก็ยังเล่าได้อย่างแจ่มชัด ...และบอกผู้เขียนเสมอว่า ลูกคนนี้คลอดง่ายมาก อาจเป็นเพราะเป็นลูกคนที่ห้าหรือเพราะตัวเล็กก็คงใช่ เลี้ยงก็ง่าย ส่วนใหญ่จะนอนวันละมากๆ...ไม่ค่อยงอแง...นั่นคือเหตุการณ์หนึ่ง
     สิ่งที่สำคัญในวันนี้อีกเรื่อง คือ ทุกๆ ปี ครอบครัวเราก็จะยึดวันสำคัญวันนี้เป็นวันรวมญาติพี่น้องมาร่วมสังสรรค์ กินข้าวร่วมกัน พร้อมหน้าพร้อมตา...และเป็น "วันพ่อ" ของพวกเราทุกคน เพราะท่านไม่รู้ว่าวันเดือนที่เกิดวันไหน ในบัตรประชาชนจะระบุแค่ ปี พ.ศ. ที่เกิด ดังนั้น พวกเราก็จึงนับวันสำคัญวันนี้ มาแสดงความเคารพ กตัญญูต่อ "พ่อของเรา" เป็นพิเศษด้วยเช่นกัน... 
    ...ตั้งแต่จำความได้ ถ้าจะพูดถึงความผูกพันระหว่างผู้เขียนกับพ่อ สิ่งที่ผู้เขียนจำได้ไม่ลืม คือ พ่ออยากให้ผู้เขียนมีความรู้และตั้งใจเรียนมากๆ ไม่อยากให้ลำบากเหมือนท่านซึ่งไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ ตอนเด็กๆ ท่านเล่าว่า ถ้าท่านมีโอกาสเรียนหนังสือ ปานนี้ท่านคงได้เป็นเจ้าเป็นนาย (ครู) แล้ว ผู้เขียนก็คิดเช่นนั้น... ท่านสามารถคิดเลขได้เร็วและเขียนหนังสือสวยกว่าผู้เขียนมากแม้แต่ในปัจจุบันนี้ก็ตาม
   ...ยังจำได้ ครั้งหนึ่ง ประมาณ ปอสอง ผู้เขียนไม่อยากไปโรงเรียน ลงทุนห่มผ้าเพื่อให้ตัวร้อน แม่มาดูปลุกให้ไปโรงเรียนก็งอแงบอกว่าไม่สบาย จนต้องเป็นหน้าที่พ่อ พ่อบอกว่าจะซื้อก๋วยเตี๋ยวแห้งให้ไปโรงเรียน (สมัยนั้นก๋วยเตี๋ยวถ้วยละห้าบาท ใครมีกินก็จะโก้มากๆ) แล้วก็ขับรถไปส่งถึงโรงเรียนพร้อมห่อก๋วยเดี๋ยว...ตามที่สัญญาไว้... ตั้งแต่นั้นผู้เขียนก็ไม่เคยขาดโรงเรียนเลย เพราะรู้ว่าที่สุดพ่อกับแม่ ก็ไม่ยอมให้ขาดเรียนโดยเด็ดขาด...ผู้เขียนเรียนรู้ว่า การให้เหตุผลและรางวัลในการเสริมแรง ส่งผลให้ผู้ที่ได้รับเรียนรู้ในการปรับตัวได้ดี...แม้แต่ปัจจุบัน การจะลาหรือหยุดงาน ข้าพเจ้าก็จะคิดเสมอว่า...มีความเหมาะสมหรือไม่ มากน้อยเพียงใด อยู่เสมอ...
    "พ่อ" เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิตของผู้เขียนหลายอย่าง เรื่องที่พ่อมักพูดถึง เช่น การใช้จ่ายเงิน พ่อบอกว่าการใช้เงินเกินตัวจะทำให้ลำบาก พ่อไม่นิยมการเป็นหนี้และการกู้ยืมเงิน ในชีวิตพ่อไม่เคยกู้เงินจากธนาคารใดๆ มีแต่ฝากเงิน แม้จะมีจำนวนไม่มากแต่ไม่เป็นหนี้และก็ต้องมีฝากตลอด...เพื่อเอาไว้ใช้ในยามที่จำเป็น พ่อถือ "ความซื่อสัตย์" เป็นที่ตั้ง เมื่อพูดแล้วต้องทำให้ได้ด้วย พ่อจะตื่นแต่เช้าตรู่ในแต่ละวัน จากนั้นจะไปหาปลาในลำน้ำโขงตามฤดูกาล กว่าลูกๆ จะตื่น พ่อก็จะกลับมาบ้าน พร้อมกับปลา กุ้ง หรืออาหารตามฤดูที่หาได้ เป็นอาหารสดตอนเช้า พ่อบอกว่า บ้านเรายังอุดมสมบูรณ์ แม้ว่าจะหายากขึ้น แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีกิน...เสียเลยทีเดียว
    อาจมีบางครั้งที่เกิดเรื่องกระทบกระทั่งกันระหว่างพี่น้อง ตามปกติของการอยู่ร่วมกัน ผู้เขียนรู้ว่า พ่อและแม่ ต่างก็มีความทุกข์ และไม่อยากให้เกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้น บางครั้ง "พ่อ" จะเป็นคนพูดตรงๆ พูดตรงกับใจ สั้น ห้วน ตามประสาคนท้องถิ่น จนขัดใจหลายต่อหลายคนที่เป็นคนฟัง แต่ผู้เขียนก็คิดเสมอว่า ทุกอย่างที่ท่านพูด คิด ท่านย่อมหวังดีต่อลูกๆ ของท่านทุกคน...มีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้สายสัมพันธ์ในครอบครัวของเราแปรเปลี่ยน...
    ตอนนี้พ่ออายุมากแล้ว แต่ก็ยังสู้งานหนัก ลูกๆ เป็นห่วง ท่านก็ยังทำงานของท่านทุกๆ วัน เหมือนเดิม...เหมือน "หน้าที่" ของ "พ่อ" ไม่มีวันหยุด ท่านบอกว่า มีแรงก็ทำต่อไป จะหยุดได้เมื่อหมดแรงหรือหมดลมหายใจ...ก็เท่านั้น...
    แม้ตอนนี้...ผู้เขียนและพ่อไม่ค่อยได้พูดคุยกันมากนัก ด้วยวิถีชีวิตการทำงาน...แต่ผู้เขียนก็รู้ว่า ทุกๆ วันของพ่อที่เป็นอยู่ ก็เพื่อ "ลูกของพ่อ" ขอเพียงให้แต่ละคน มีความสุข สมหวังในชีวิตตามที่แต่ละคนเป็น แม้ว่าไม่แสดงออกด้วยคำพูดหรือการกระทำ แต่ลูกๆ ก็สัมผัสได้ถึงความห่วงใยในสายตา 
    ลูกขอกราบขอบพระคุณสำหรับ "ความรักของพ่อ" ที่มีให้ตลอดมาและตลอดไป
    "รักพ่อคะ"