๘๒ ปี อาจยาวนาน หรือสั้นไปสำหรับคนบางคน

 ๒-๓ วันมานี้ ผู้เขียนมีภารกิจ เกี่ยวกับต้องดูแลพ่อ ที่เจ็บหนัก ไม่รู้สึกตัว รับอาหารไม่ได้ และลูกๆ มาพร้อมเพรียง เพื่อรอส่งพ่อ ในวาระอันสมควร

 เมื่อคืนนี้ กลับมาถึงบ้าน ยามดึก จึงได้ชมพระบารมีของพ่อหลวงของผู้เขียน ด้วยใจที่เปี่ยมสุขยิ่งนัก

ขอจงทรงพระเจริญ

ผู้เขียนยกมือพนม และตั้งจิตอธิษฐานให้พ่อหลวง

  ในช่วงก่อนหน้านี้ ทางสถานีอนามัย ได้รับนโยบายให้ค้นหาผู้สูงอายุ ที่มีอายุ ๘๒ ปี ที่มีสุขภาพแข็งแรงดี หรือหากมีโรคประจำตัว ก็รักษาสุขภาพให้อยู่ในภาวะปกติได้ ผู้เขียนได้ดำเนินการค้นหา คัดเลือก ผู้ที่สูงอายุดังกล่าว เพื่อส่งเข้าร่วมโครงการนั้น  ปรากฏว่า สิ่งที่ผู้เขียนได้พบ ได้รับรู้เรื่องราว ของคนอายุ ๘๒ ปี มีดังต่อไปนี้

 ** คนที่มีวัย ๘๒ ปี ทั้งสังขารและความจำ แทบจะไม่ปกติแล้ว

**การเดิน การเคลื่อนไหว ล้วนต้องอาศับลูกหลาน

**ใช้ไม้เท้า และเดินเท่าที่จำเป็น

**ความคิดส่วนมาก มักท้อแท้ และเบื่อหน่ายตนเอง

**เกือบทุกรายมีโรคประจำตัวเรื้อรัง

**บางคนพิการนอนแบบอยู่แต่ที่บ้าน หมดหวัง

**และ ฯลฯ

ที่สุดผู้เขียนก็ไม่ได้ส่งผู้สูงอายุ เข้าร่วมโครงการนี้สักคน

    คนอายุ ๘๒ ปี นับว่าเป็นนักเดินทางที่ทรหดมากแล้ว ประสบการณ์อาจมีมากมาย แต่ก็หมดแรงจะเล่า จะสืบสาวต่อไปให้ใครรู้ แม้จะเคยโดดเด่นมาขนาดไหน แต่บัดนี้ ไม่มีใครกล่าวขวัญถึงอีกต่อไป สังคมและคนรู้จักแคบลงทุกทีๆๆ และบางคน เหลือเพียงสังคมที่อยู่กับตัวเองเท่านั้น

 ผู้เขียนกำลังมองเห็นว่า หากแม้นบ้านเรือนใด มีคนอายุ ๘๒ ปีอยู่ในบ้าน พึงควรได้ใส่ใจ ดูแลกัน อย่างตั้งใจ เพราะวัยนี้ กำลังอยู่ในวันเวลาที่เงียบเหงาที่สุดในชีวิต

  พ่อของผู้เขียนเอง ก็มีอายุ ๘๒ ปีบริบูรณ์เช่นกัน และพ่อทำได้ดีที่สุดเวลานี้ เพียงรักษาลมหายใจ ไว้เท่านั้น จนกว่าจะถึงวันสุดท้าย อย่างอื่นที่จะคิด จะทำ ไม่มีโอกาสอีกต่อไป

 แต่สำหรับเมื่อคืนที่ผ่านมา ผู้เขียนกลับได้ชมภาพที่มีคุณค่ามากที่สุดในชีวิต ผู้เขียนเห็นพระราชาของแผ่นดินไทย ที่มีพระชนมายุครบ ๘๒ ปี เสด็จออกมาให้พสกนิการชื่นชม ทั้งๆที่พระองค์ ประทับอยู่ที่โรงพยาบาลมานานนับเดือน ท่านกำลังประชวร

 แต่พระอิริยาบทนั้น กลับสง่างาม ทรงโบกพระหัตถ์ ไปยังประชาชน ที่กลั่นเสียงถวายพระพรมาจากทั่วสารทิศ กึกก้อง ทั้งในที่แห่งนั้น และทั่วแผ่นดิน และจากปากของผู้เขียนด้วยเช่นกัน

  ทรงมีพระราชดำรัส ที่ตรึงเข้าไปในหัวใจของทุกคน

๘๒ พรรษา ของพระองค์ ไม่เหมือนผู้ใด ทรงกระทำในสิ่งที่ผู้คนทั้งหลายในวัยนี้ คงบอกลากันไปแล้ว ทรงนึกถึงใจของลูกๆที่เฝ้ารอชม รอฟัง คำจากพ่อ ทรงเสด็จผ่านประชาชนของพระองค์ ทรงให้กำลังใจแก่ทุกคน ให้สามัคคี ให้กลับไปทำประโยชน์ เพื่อบ้านเมืองและส่วนรวม ทรงเป็นหลักชัยให้ทุกคน เหมือนเดิม

 แล้วเราทุกคนก็สุขสมหวังกันแล้ว อิ่มอกอิ่มใจ มีกำลังใจทำสิ่งที่พ่อบอกต่อไป ลืมความขุ่นข้องหมองใจต่อกันไปชั่วขณะ ทุกคนมีความหวัง มุ่งมั่น และเดินทางกลับบ้านกันด้วยรอยยิ้ม

  แต่ในขณะนั้น พระราชา ที่มีวัย ๘๒ พระองค์นี้  กลับทรงเสด็จกลับเช่นกัน แต่เสด็จกลับไปประทับรักษาพระองค์ต่อไป ณ โรงพยาบาลศิริราช

 ๘๒ ปี อาจยาวนาน หรือสั้นไปสำหรับคนบางคน แต่ไม่ได้สำคัญนัก อยู่ที่ว่า ๘๒ ปีนั้น มีคุณค่า หรือไร้ค่าต่างหาก

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ขอเดชะ