“คนอื่นเขาจะศรัทธาก็เรื่องของเขา แม้เราจะไม่ศรัทธาแต่เราก็ไม่เคยหยุดทำ”

วันนี้ได้คุยกับครู หลังจากที่กลับจากงานศพพี่นก ครูท่านสอนไว้ว่า

“ติ๋วกับพี่นกนี่เหมือนคนละขั้ว

พี่นกมีศรัทธา แต่ไม่มีโอกาส

แต่ติ๋วมีโอกาสแต่ไม่ศรัทธา”

 

คุยกับครูอยู่นานแต่ใจหนูก็ยังต้าน อึ้ง    ๆ เพ่งโทษแข็ง ๆ ไม่เชื่อฟังครู ก่อนท่านจะวางสายไปท่านก็บอกว่า “ลองไปพิจารณาดู” สักพักท่านโทรมาอีก ท่านถามว่าได้เรื่องว่าอย่างไร หนูไม่กล้าพูด เพราะก็รู้สึกว่าพิจารณาแต่ไม่มีคำตอบมีแต่คร่ำครวญ ประมาณว่า

“หนูรู้สึกอิจฉาใคร ๆเขานะคะ ทุกคนมาหาครูด้วยแรงศรัทธา อยากอยู่ใกล้ครูอยากให้ครูสอน แต่หนูอยู่ใกล้ชิดครูมากกว่าใคร แต่ใจหนูไม่ได้ศรัทธาเลย เหมือนขอทานนอนเฝ้าขุมทรัพย์ แต่ไม่รู้วิธีทำประโยชน์จากขุมทรัพย์”

          หนูเคยถามตนเองอยากไปจากครูไหม คำตอบมันชัดและหนักแน่นมาก ๆ ค่ะว่า “ไม่” ถามต่อว่า “แล้วทำไมไม่ทำ” เป็นความรู้สึกกลับตัวไม่ได้ แต่เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง

หนูจึงตอบครูไปว่า

“หนูอยากศรัทธานะคะ แต่ใจมันก็ไม่ได้ศรัทธา”

ครูบอกว่า

"ก็แค่ตัดคำว่าอยากข้างหน้าออกก็ศรัทธาแล้ว”

หนูจึงนึกได้ว่า

 “เออ หนูโดนความอยากครอบงำ”

          ครูเอ่ยว่า

“มันจะเป็นอะไรก็ปล่อยให้มันเป็นไป แต่กูก็จะทำ แม้ศรัทธากูจะติดลบแต่กูก็จะทำ กูศรัทธาน้อยกว่าเพื่อน แต่กูก็ทำมานานตั้ง 2 ปี”

 

ใจหนูหลุดสว่างว้าบขึ้นมา ครูหยุดถาม “มันได้อะไรมั่งไหมเนี่ย”

หนูตอบท่านว่า

“เหมือนมันพึ่งนึกได้เจ้าค่ะว่า ป้าดฉันอดทนทำ มาตั้ง 2 ปี แล้วจะมาท้ออะไรกับตอนนี้”

ครูพูดต่อว่า

 “คนอื่นเขาจะศรัทธาก็เรื่องของเขา แม้เราจะไม่ศรัทธาแต่เราก็ไม่เคยหยุดทำ”

 

ครูจึงให้การบ้านมาทบทวนในตนเองว่า บารมี 10 หนูมีข้อไหนเด่น ข้อไหนพร่อง

          โอ้หนูได้เรียนรู้ว่า หนูมีข้อดีของจิตใจตนเอง คือ อึด มาก ๆ อดทน มาก ๆ ขนาดมันไม่มีศรัทธา มันก็ยังอดทนวิ่งแร่ ๆ ตามครูมาตั้ง 2 ปี เป็น 2 ปีที่หนูอดทน จะว่าหน้าด้าน หน้าทนตื้อครูก็ได้ค่ะ ท่านต้องอดทนสอนหนูมาก ๆ กว่าจะเข้าใจแต่ละเรื่องนี้มันย๊าก ยาก แต่หนูก็ไม่ถอย แต่ช่วงนี้คนที่เข้ามาหาครู มีคนที่แป๊บเดียวก็พุ่งจู๊ด แป๊บเดียวก็พุ่งจู๊ด หนูเลยท้อ มองหาแต่ข้อด้อยที่ตนเองไม่มี จนลืมว่าตนเองมีข้อดีอะไร อืม จิตใจเรานี่ถ้าไม่ทบทวนบ่อย ๆ ก็ลืมได้เหมือนกันนะเนี่ย

          กราบขอบพระคุณครูค่ะ 

ศรัทธาหนูก็จะทำ ไม่ศรัทธาหนูก็จะทำ ทำเพื่อให้เข้าถึงธรรม