เมื่อวานได้ร่วมประชุมประจำเดือนเกษตรอำเภอ ช่วงสุดท้ายของการประชุมมีการเสนอปัญหาที่พบในแต่ละอำเภอ พบว่าทุกอำเภอล้วนกำลังมีปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดในนาข้าว รวมๆ ทั้งจังหวัดแล้วก็หลายแสนไร่
ในระยะนี้ช่วงกลางคืน เวลาเดินทางไปไหนก็จะพบเห็นเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลตัวเล็กๆ นับแสนนับล้านตัวบินมาตอมแสงไฟตามท้องถนน หรือไปแสงสว่างทั่วๆ ไป หากพบเห็นเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลมาตอมไฟเช่นนี้ พยากรณ์ได้เลยว่าในแปลงข้าวของเกษตรกรบริเวณใกล้เคียงคงมีการระบาดไปเรียบร้อยแล้ว...


เมื่อวานช่วงการเดินทางไปต่างอำเภอ ก็จะพบเห็นนาข้าวจำนวนมากถูกเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลทำลายเป็นลักษณะเหมือนภาพด้านล่างนี้อยู่ทั่วไป

ภาพจาก http://www.brrd.in.th/rkb/data_005/rice_xx2-05_bug02.html
ผมมองว่าเป็นธรรมชาติของการทำการเกษตร/ทำนาของบ้านเรานะครับ ที่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องแมลงศัตรูข้าวระบาดอย่างรุนแรงเป็นบางช่วงเพราะ
-
การเกษตรบ้านเราเน้นที่การผลิตพืชเชิงเดี่ยว
-
การทำนาก็ทำนากันตลอดปี
-
การใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชเป็นวิธีการหลัก
-
การหว่านข้าวก็ใช้เมล็ดพันธุ์ในอัตราที่สูง ( 30- 40 กก./ไร่) ทำให้ต้นข้าวแน่นเกินไป
-
ใส่ปุ๋ยยูเรีย (ปุ๋ยสูตร 46-0-0 ) เป็นหลัก ทำให้ต้นอวบแมลงชอบ
-
ฯลฯ
แนวทางในการป้องกันนั้นมีหลายทาง เช่น พันธุ์ข้าวที่มีความต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล , การเลือกวิธีการปลูกข้าว นาหว่านจะระบาดรุนแรงกว่านาดำ เพราะต้นหนาแน่นกว่า , อย่าใช้ปุ๋ยเคมีมากเกินไป , การใช้สารเคมีฆ่าแมลงจะไปทำลายศัตรูทางธรรมชาติของเพลี้ยฯ แนวทางที่ดีที่สุดก็คงจะเป็นการผสมผสานหลายๆ วิธีเข้าด้วยกัน และที่สำคัญการจัดระบบการปลูก-เว้นช่วงการทำนาเสียบ้างเพื่อช่วยตัดวงจรของแมลงก็น่าจะปฏิบัติ
แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้น ก็ขึ้นอยู่ที่ตัวเกษตรกรเอง(รวมไปถึงทิศทางการผลิตของประเทศ) เพราะส่วนใหญ่เกษตรกรจะรู้วิธีการ แต่ไม่ยอมนำไปปฏิบัติเพราะเท่าที่เคยสอบถามส่วนใหญ่มักจะอ้างว่า
-
จำเป็นต้องทำนาอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องการรายได้/ก็แปลงข้างเคียงเขาทำก็ทำตาม
-
การใช้สารเคมีมันง่ายและสะดวกดีกว่าวิธีการอื่นๆ
-
ใช้อัตราเมล็ดพันธุ์มากเข้าไว้เผื่อหอย เผื่อแมลงมันกิน
-
การเดินสำรวจแปลงนาสม่ำเสมอ เพื่อเตรียมการป้องกันโรคแมลงมันยุ่งยาก
-
ฯลฯ

ปัญหาบางอย่างก็เกิดซ้ำซากไม่รู้จะพึ่งใครดี
คงต้องช่วยชาวนาหาทางออก
ทำนาเมื่อสามสิบสี่สิบปีที่แล้วไม่รู้จักปุ๋ยยาฆ่าแมลงเลย
แม้แต่รถเกี่ยวข้าวก็ยังไม่มีไม่เห็นได้ใช้กันเกี่ยวกันเอง
ในฐานะชาวนาเก่ารู้สึกใจหายเลยได้ยินเรื่องนี้
ระบบการผลิต แนวคิดความเชื่อเปลี่ยนไปเยอะแล้ว
แต่ปัญหาเดิมก็ยังอยู่ ใครสร้างความเชื่อให้ชาวบ้านไว้เรื่องเทคโนโลยี่
ระบบคิด ชาวบ้านพึ่งผู้อื่น(เทคโนฯ)
เทคโนฯจะออกจากทางตันนี้ได้อย่างไร
สวัสดีค่ะ
จากประสบการณ์ที่เคยปฏิบัติมา เกษตรกรหว่านข้าวหนามากอย่างที่อาจารย์บอกค่ะ
แต่ก็จะมีหนึ่งแปลงที่หว่านข้าวบาง แล้วเกษตรกรได้ประสบการณ์ตรงด้วยการโฉบแมลงมาเพื่อเรียนรู้
แปลงที่มีข้าวหนาแมลงจะเยอะ แปลงที่มีข้าวบางเกือบจะไม่มีแมลงเลยค่ะ
ทำให้เกษตรกรเรียนรู้ด้วยตัวเอง และบอกต่อ แต่ก็ทำได้เพียงส่วนน้อยเท่านั้นค่ะ
เพราะความเชื่อเดิมๆ ความคิดแบบเดิมๆ ยังมีอยู่ ก็ต้องชวนเขามาทดลองกับเราเรื่อยๆ ไปแหละค่ะอาจารย์
ชวนคนที่เขาสนใจเผื่อวันข้างหน้าจะได้ขยายผลต่อไปค่ะ
ถ้ามีโอกาสจะเรียนเชิญอาจารย์มาบรรยายพิเศษบ้างนะคะ หรือไม่ก็จะไปดูงานของอาจารย์นะคะ
เข้ามาที่บล๊อกของอาจารย์ ได้แต่ความรู้ดีๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ
อากาศเปลี่ยนแปลงรักษาสุขภาพด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะ สิงห์ป่าสัก
*** เคยอ่านเรื่องราวความอัตคัต ของชาวนา พรานกระต่าย ป่านนี้คงแย่ไปตามๆกัน สงสารจังค่ะ
*** ขอส่งกำลังใจไปให้ชาวนาชาวไร่ทุกคนนะคะ สุ้ๆค่ะ
ชาวนาสุพรรณบุรี โดนเพลั้ยกระโดด
กัดกินถึงหัวใจ กินน้ำตาต่างข้าวกันแล้ว
ข้าวที่เคยทำได้ เหลือเพียงครึ่งเดียว
แ่ต่การลงทุน..เต็ม 100 เท่าเดิม
หลานม่อนมาเยี่ยมครับ
คุณสิงห์ป่าสักพูดได้ถูกต้องครับ เกษตรกรก็พอมีความรู้ครับแต่ผมว่าเขาไม่ฉุกคิดและนำวิชาการมาใช้พวกเราก็ออกส่งเสริมอบรมด้านการนใช้เมล็ดพันธุ์การใช้ปุ๋ย รวมถึงการการลดต้นทุนด้วยการใช้สารชีวภัณฑ์ชนิดต่างๆก็มีบางคนที่สนใจนำไปปฏิบัติก็ได้ผลดีแต่ชาวนาข้างเคียงกลับไม่เชื่อ รวมถึงการอบรมวิธีการไปผลิตและนำไปใช้ในชุมชนแต่เมื่ออบรมไปแล้วก็เงียบไม่มีการนำไปทำต่อพอเกิดปัญหาก็โวยวายว่ารัฐ ข้าราชการไม่ช่วยเหลือ ในเมื่อเกษตรกรไม่ช่วยเหลือตัวเองก่อนงบประมาณเท่าไรก็ไม่อาจช่วยได้ราชการซื้อสารเคมีแจกบางที่แบ่งกันได้ครึ่งขวดเพราะงบมีน้อย ในฐานะนักส่งเสริมการเกษตรช่วยคิดแก้ปัญหาให้เกษตรกรของเรานำสิ่งที่ได้ไปปฏิบัติอย่างจริงจังหน่อยเชื่อว่าสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้
ขอชมแนวคิด เรา นวส ตัวเล็กๆ แต่ศัตรุพืชเล็กยิ่งกว่า แต่ร้ายมาก ทัน กับไม่ทัน ต่อเหตุการณ์ นี่สิ รอบแล้วผ่านไป รอบใหม่อีกแล้ว จะทำอย่างไร นี่แหละ สำคัญยิ่ง นวส กับ เกษตรกร ต้องพบกันแยกกันไม่ออกหรอกครับ ต้องทำ ต้องสู้อย่างชาญ และชำนาญครับ ขอบคุณ