เกาหลีใต้ (South Korea) หรือสาธารณรัฐเกาหลี (Republic of Korea) กับห้าปีที่ผ่านมาที่กระแสความคลั่งไคล้เกาหลี (Korea Fever) ระเบิดเถิดเถิงทั่วทั้งประเทศไทย และทั่วทั้งเอเชีย
ไม่ใช่แค่วัยรุ่นหนุ่มสาว ทั้งคุณนายแม่บ้าน แม่ค้าพ่อค้าตามตลาด เกือบทุกวัยทุกอาชีพทุกชนชั้นได้คลุกคลี ได้สัมผัสความเป็นเกาหลีทั้งสิ้น มากบ้างน้อยบ้าง ผ่านสินค้าและวัฒนธรรมเกาหลีซึ่งได้รับความนิยมติดอันดับ Top Three ของเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นดนตรี กีฬา ภาพยนตร์ ละครชุดทางโทรทัศน์ แฟชั่น เครื่องสำอางค์ และเครื่องมือเครื่องใช้อำนวยความสะดวกต่างๆ เกาหลีใต้นำลิ่วประเทศอื่นๆ ออกแบบและผลิตสินค้า จัดรูปแบบการนำเสนอวัฒนธรรมดั่งเดิมของชาติ และประยุกต์ประดิษฐ์วัฒนธรรมใหม่ (Applied Culture) ส่งขายทั่วเอเชีย และทั่วโลก ไม่เพียงนำหน้าประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆในเอเชีย แม้แต่ญี่ปุ่น เกาหลีก็แซงขวาปาดหน้าบุกตลาดเอเชีย ครองส่วนแบ่งเกือบทุกตลาดการค้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (แซงขวาที่ประเทศเกาหลีใต้นั้นอันตรายมาก เพราะรถยนต์ที่ขับที่เกาหลีพวงมาลัยอยู่ทางด้านซ้ายมือ และรถจะขับในช่องทางวิ่งรถด้านขวามือของถนน)
การพัฒนาประเทศที่มีประเทศญี่ปุ่นเป็นต้นแบบ จึงได้รับสมญานาม "ญี่ปุ่นใหม่" (New Japan)
เกาหลีเดินทะลุผ่านการเป็นประเทศเกษตรกรรม โดยเริ่มจากการเข้าสู่การเป็นประเทศที่เลี้ยงตัวเองด้วยผลผลิตทางการเกษตรควบคู่ไปกับการเปิดตลาดการค้าและอุตสาหกรรมขนาดกลาง จนกระทั่งวันนี้เกาหลีก้าวไปไกลกว่าเดิม กลายเป็นประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่ผลิตและขายสินค้าขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนและต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก ไปจนถึงคอมพิวเตอร์ และรถยนต์
ผู้คนทำงานหนักมีความทะเยอทะยาน และมุ่งเป้าหมายไปยังการแข่งขันในเวทีระดับโลก
ความฝันที่สูงและไกล แต่ไม่ยากเกินไปที่จะไปถึงสำหรับคนเกาหลีใต้ ด้วยจิตสำนึกและวิถีชีวิตที่มุ่งมั่นและเอาจริงเอาจัง ชาวเกาหลีใต้ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานด้วยจำนวนชั่วโมงต่อสัปดาห์ที่สูง แม้จะดูว่าเหน็ดเหนื่อย แต่ดูเหมือนว่าชาวเกาหลีใต้ทุกคนไม่ได้รู้สึกฝืนใจหรืออึดอัดใจแต่อย่างใด ทั้งนี้เป็นเพราะการมีความหวังร่วมกันของชาวเกาหลีใต้ทั้งชาติ ที่อยากเห็นประเทศของตนพัฒนา มีความเจริญ ประชาชนในประเทศมีความมั่นคง ดำเนินชีวิตได้อย่างมีเกียรติในสังคมโลก ดังนั้นทั้งภาครัฐบาล ทั้งภาคเอกชน และแม้แต่ภาคประชาชน ต่างร่วมด้วยช่วยกัน ผลักดันประเทศให้เจริญก้าวหน้า ไปในทิศทางที่กำหนดไว้ร่วมกัน
เกาหลีใต้กำหนดเป้าหมายในการพัฒนาประเทศที่กระชับและชัดเจน ด้วยตระหนักดีว่าการพัฒนาประเทศไปสู่ดินแดนในฝัน ต้องอาศัยการรับรู้และความเข้าใจจากทุกภาคส่วนในสังคม แม้ว่าความต้องการแต่ละฝ่ายแต่ละภาคส่วนจะมีความแตกต่างกันบ้าง แต่ชาวเกาหลีใต้ทุกคนทราบดีว่า การก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยขาข้างเดียวกันในจังหวะที่พร้อมเพรียงกันเท่านั้น ที่จะสามารถนำพาชาติให้พัฒนาได้อย่างมั่นคงและรวดเร็วกว่าใครๆ
จิตวิญาณที่มีคุณภาพ ลัทธิขงจื้อ ค่านิยมที่ยังคงเข้มข้นแทรกปนอยู่ในสายเลือดของชาวเกาหลี
“ต้องสู้ให้เต็มที่" “เราทำได้อย่าท้อแท้ ทำให้ถึงที่สุด" ความมุ่งมั่น ความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง การตระหนักรับรู้ในภาระหน้าที่ของตนเอง การลงมือปฏิบัติการงานในรับผิดชอบของตนอย่างแข็งขัน การวางตัวและมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลต่างๆอย่างเหมาะสมดีงาม อีกทั้งศีลธรรม ขนบจารีต วิถีปฏิบัติมากมายของชาวเกาหลี ล้วนแล้วแต่มีรากฐานมาจากลัทธิขงจื้อ ซึ่งเป็นอุดมการณ์ที่ชาวเกาหลีใต้ยึดมั่น ศรัทธามาช้านาน สิ่งที่คนเกาหลีใต้ทำและไม่ทำ ล้วนแต่เป็นบัญญัติที่สืบเนื่องเชื่อมโยงใยมาจากคำสอนของลัทธิขงจื้อทั้งสิ้น
หลักดำเนินชีวิตดี นำพาชีวิตดำเนินไปอย่างมั่นคง บนหนทางที่ดี
ความสมานฉันท์กลมเกลียวภายในครอบครัวซึ่งเป็นสถาบันทางสังคมขนาดเล็ก ก่อเกิดเป็นความรักใคร่ปรองดองที่เหนียวแน่นขึ้นของคนในชุมชน ในชาติ ท่ามกลางกระแสคลื่นทางเศรษฐกิจของโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และมีการการแข่งขันที่สูง ความสมัครสมานสามัคคีของชาวเกาหลีใต้ ทำให้สามารถพัฒนา และนำพาชาติให้รุดหน้าโลดแล่นอยู่ในโลกปัจจุบันได้อย่างไม่อายใคร
คนรุ่นเก่าจูงมือนำทางคนรุ่นใหม่ พัฒนาชาติเปิดประเทศ ส่วนชาวเกาหลีใต้รุ่นใหม่เป็นวัยรุ่นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสำนึกในการพัฒนาตนเอง
หลังจากที่คนรุ่นก่อนปูทางไว้อย่างดี ชาวเกาหลีใต้รุ่นใหม่ก็ไม่ได้ทำให้คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ และบรรพบุรุษของตนเองต้องผิดหวัง ว่ากันว่าชาวเกาหลีใต้รุ่นใหม่กำลังจะบุกอีกฝากหนึ่งที่เหลือของโลกเลยทีเดียว และปัจจุบันพวกเราเองก็สามารถมองเห็นกันได้บ้างแล้วถึงปรากฏการณ์ที่เป็นความหวังของชาวเกาหลีใต้ที่ว่านั้น ทั้งนักร้อง นักดนตรี นักกีฬาที่ประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียงและโดดเด่นในระดับโลกมากมาย อีกทั้งผลิตภัณฑ์ สินค้าอิเลคทรอนิค รถยนต์ยี่ห้อเกาหลีต่างๆ ซึ่งได้รับความนิยมเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด สำนึกที่ดีในการพัฒนาตนเองซึ่งมีอยู่ในสายเลือดของชาวเกาหลีใต้รุ่นใหม่โดยมีเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นไปยืนอยู่แถวหน้าในเวทีการแข่งขันระดับสากลนี้เองกระมัง ที่จะเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ชาวเกาหลีใต้จะใช้ไขเปิดประตูอนาคตอันรุ่งโรจน์ของชาติต่อไป
แม้ว่าสินค้าและวัฒนธรรมเกาหลีซึ่งได้รับความนิยมติดอันดับ Top Three ของเอเชีย.. พี่มูนเห็นจากข่าวสัมภาษณ์ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองของเราว่า ในแง่ของการมาลงทุนด้านการผลิตเพื่อการส่งออก เมืองไทย ยังคงเป็น Top One ของเอเซียค่ะ ตอนนี้ พี่มูนก็ได้แต่ติดตามและลุ้นให้เป็นความจริงค่ะ อิ อิ มีความสุขมากๆ นะคะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับคุณ Moon smiles on Venus&Jupiter
ขอบคุณสำหรับการร่วมแบ่งปันข้อมูล แสดงความคิดเห็นและความรู้สึกครับ