สิบปากกว่า ไม่เท่าตาเห็น

         หลังจากได้ผ่อนคลายจากการนวดเท้าโปรแกรมหลักของบ่ายวันที่สองคือ การไปศึกษาและเรียนรู้ประวัติศาสตร์จีนที่พระราชวังฤดูร้อน พี่ช้างไกด์จีนประจำคณะบรรยายให้นักเรียนฟังเกี่ยวกับตำนานพระราชวังฤดูร้อน ที่แสนจะเย็นในตอนนี้ว่ามีชื่อภาษาจีนเรียกว่า “อี้เหอ หยวน” เป็นชื่อที่ใช้ในสมัยของพระนางซูสีไทเฮา เดิมชื่อ”ชิงอี้หยวน” เป็นพระราชวังที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกุบไลข่าน ตอนนี้ได้รับการคัดเลือกเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกตั้งแต่ปี ค.ค. 1998 พระราชวังแห่งนี้ถูกต่างชาติเข้ามาเผาทำลายถึง 2 ครั้ง แต่พระนางก็ได้สั่งให้มีการบูรณะซึ่งเป็นพระราชวังที่พระนางทรงโปรดมากๆ

          พระราชวังฤดูร้อนแห่งนี้กว้างใหญ่ไพศาล พี่ช้างบอกว่าประมาณ 1,400 ไร่ และมีทะเลสาบคุนหมิง ดูจากแผนที่ที่พี่ช้างแนะจุดสำคัญๆ พวกเราคงได้เดินกันจนถึงตะวันตกดินแน่นอน แต่ด้วยอากาศที่เย็นทำให้พวกเด็กๆ ไม่มีใครบ่นเรื่องระยะทาง เพราะชอบอากาศเย็นและความยิ่งใหญ่ของพระราชวังและความสวยงามของตำหนัก

          ตำหนักวี่หลันถังเป็นตำหนักที่ใช้คุมขังจักรพรรดิกวางซวีซึ่งคิดจะปฏิวัติจีนให้เข้มแข็งเพื่อต่อสู้กับต่างชาติที่มารุกราน แต่ปรากฏว่าทำไม่สำเร็จ บริเวณรอบตำหนักดูกว้าง แต่เมื่อไปดูห้องหับปรากฏว่าเล็กอาจจะเพราะใช้ในการคุมขัง

          ตำหนักเหรินโซ่วเตี้ยน เป็นที่ว่าราชการของจักรพรรดิกวางซวีกับพระนางซูสีไทเฮา หรือใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง รอบตำหนักประดับประดาด้วยสัตว์ในตำนานเช่น หงส์(เป็นตัวแทนมเหสี) มังกร(เป็นตัวแทนจักรพรรดิ) กิเลนทำหน้าที่ป้องกันไฟ

"ตัวกิเลน..ที่นิยมถ่ายรูปด้วยเพื่อความสิริมงคล"

          ตำหนักอี้เล่อเตี้ยน เป็นสถานที่ประทับในการชมการแสดงงิ้วของพระนางซูสีไทเฮาซึ่งเป็นการแสดงที่พระนางทรงโปรดมากๆ

          ตำหนักเล่อโซ่วถาง เป็นสถานที่ประทับส่วนพระองค์ของพระนางซูสีไทเฮา มีภาพน่ารักที่บรรดานักท่องเที่ยวจะไปมองภายในห้องในลักษณะยลตามช่อง ครูนกก็ไปดูด้วยค่ะอยากเห็นพระแท่นบรรทม และภายในห้องของพระนาง

          เดินไปเดินมาก็พบระเบียงยาวไกลมากๆ แต่ทิวทัศน์สวยงามชวนเดินเพราะอยู่ใกล้กับทะเลสาบ พี่ช้างบอกว่า ระเบียงฉางหลางเป็นระเบียงที่ยาวที่สุดในโลกค่ะ เป็นระเบียงที่สวยงามตกแต่งด้วยภาพวาดทั้งด้านนอกและด้านในระหว่างการเดินจะพบศาลาแปดเหลี่ยม 4 หลังห่างกันเป็นระยะ โดยมีชื่อชิงเหยา หลิวเจีย จี้หลานและชิวสุย อันนี้ยังไม่เข้าใจความหมายนะค่ะ ครูนกมัวแต่ถ่ายรูปฟังพี่ช้างได้ไม่ครบถ้วน

"ระเบียงฉางหลางที่สวยงามและยาวมาก"

"ศาลาแปดเหลี่ยม...กับกระเหรี่ยงชาวไทย"

        จากนั้นพวกเราก็พบกับเรือหินอ่อน ยาวถึง 36 เมตร แต่จากการสร้างเรือดังกล่าวทำให้ใช้เงินไปมากทำให้ไม่มีงบประมาณบำรุงกองทัพทำให้กองทัพเรือของจีนพ่ายแพ้ต่อญี่ปุ่น

"เรือหินอ่อน...ที่ยาวถึง 36 เมตร"

          พวกเราเดินจากบ่ายถึงตะวันตกดินก็ยิ่งค้นพบความงดงามของพระราชวังฤดูร้อนแห่งนี้ จนอยากจะอ่านภาษาจีนได้ทริปนี้คนที่ตอบคำถามทางประวัติศาสตร์กับพี่ช้างได้มากที่สุดคือ เด็กชายรถไฟของครูนก ที่เป็นหนอนหนังสือตัวยงของห้อง  ต้องลาด้วยแสงตะวันยามเย็นที่พระราชวังฤดูร้อน และพี่ช้างก็ซื้อมันเผามาแจกพวกเราให้ทานบนรถ(รอบๆพระราชวังจะมีรถเข็นขายผลไม้ ขายมันเผาเป็นสีสันวิถีชีวิตชาวจีนที่ดูเหมาะเจาะลงตัวกับบรรยากาศ)