... คือมือที่เลี้ยงลูกเก้าคนไม่จนอับ  

 ไม่มีทรัพย์กองให้ไร้ศึกษา

         ใช้แรงกายแรงสองมือคือวิชา         

    ภูมิปัญญาพลิกแพลงเอาส่งเจ้าเรียน

      มาบัดนี้...ภูมิปัญญาอีกมากมายสิ้นถ่ายทอด 

     คงไหม้มอดกับเถ้าถ่านในวันเปลึ่ยน

       ภูมิปัญญารุ่นต่อรุ่นไม่หมุนเวียน   

    แข่งกันเรียน...ลืมรากเหง้าของเราเอง

ไม่มีวันใดที่ฉันจะไม่คิดถึงพ่อ  ในความรู้สึกของฉัน พ่อเป็นพ่อที่ประเสริฐที่สุดในโลก  ถึงแม้ว่าพ่อจะไม่ได้รับการยกย่องจากหน่วยงานใด ๆ ให้เป็นคุณพ่อดีเด่น แต่พ่อ ก็เป็นพ่อดีเด่นของลูก ๆ ทุกคน และฉันเชื่อเหลือเกินว่า ชื่อเสียงเกียรติยศ ไม่สำคัญเลยสำหรับพ่อ เหมือนกับที่พ่อสอนลูก ๆ ให้เป็นคนดี พ่อบอกว่า เกียรติยศเป็นเรื่องที่สมมุติขึ้น  การเป็นคนดีนั่นแหละคือเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่

        เมื่อเด็ก ๆ ฉันเป็นลูกสาวที่ติดพ่อมาก  นอนกับพ่อ  ดูดนมพ่อ พ่อเป็นคนที่มีรูปร่างสมบูรณ์ เนื่องจากพ่อไม่เคยดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน พ่อจึงมีพุงหนา ๆ ให้ฉันขยำเล่นก่อนนอน บางครั้งฉันก็หลับ ทั้ง ๆ ที่ศีรษะยังอยู่บนพุงของพ่อ

            ในเรื่องของเกียรติยศ พ่อเคยบอกฉันว่า  ตอนพ่อเป็นหนุ่ม ๆ ผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน  เชิญให้พ่อเป็น “ครู”  สมัยนั้น ฉันคิดว่าคงเรียกว่า “ครูประชาบาล” เพราะพ่อเป็นคนเก่ง ทั้งเรื่องของหนังสือ(ภาษาไทย) และ การคิดเลข  โดยได้เงินเดือน ๆละ ไม่กี่บาท ฉันถามพ่อว่า ทำไมพ่อไม่เป็นครู  ไม่งั้น ลูกก็คงได้เป็นลูกสาวคุณครู หรืออาจเป็นลูกสาวครูใหญ่ก็ได้  พ่อบอกว่าเงินเดือนครู คงไม่พอให้พ่อเลี้ยงลูก  เพราะลูกหลายคน พ่อจึงทิ้งเกียรติยศตรงนี้ไป  ประกอบกับ สมัยนั้นการเล่นหนังตะลุง กำลังเป็นที่นิยมมาก พ่อบอกว่า ไปเป่าปี่ให้หนังตะลุง คืนเดียวได้เงินเท่ากับเงินเดือนครูทั้งเดือน ถึงฉันจะไม่ได้เป็นลูกครู แต่ฉันก็ภูมิใจในความเป็นพ่อ ภูมิใจที่ได้เกิดเป็นลูกของพ่อ

         พ่อเป็นเสาหลัก   เท่าที่จำได้ พ่อมิได้เป็นเฉพาะเสาหลักของคนในบ้าน อันประกอบด้วย พ่อ แม่ พี่ ๆ น้อง ๆ ของฉัน  แต่พ่อยังเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร  แผ่กิ่งใบ  ให้กับญาติพี่น้อง ทุก ๆ คนได้พึ่งพาอาศัยเสมอ

         พ่อเป็นโรงเรียนสารพัดช่าง   พ่อของฉันมักเป็นผู้ริเริ่ม ในการทำงานใหม่ ๆ เสมอ ไม่ว่าจะเป็น ช่างไม้  ช่างปูน  ช่างยนต์ สถาปนิก (พ่อเรียกว่า สถาปนึก) วิจิตรศิลป์   พ่อมีความคิดสร้างสรรค์  ถ้าเป็นสมัยนี้คงใช้คำว่า พ่อเป็นผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล  พ่อมักริเริ่มอาชีพใหม่ ๆ เสมอ  เมื่อมีคนอื่นทำตาม หมายความว่า ลอกเลียนแบบในลักษณะของการเป็นคู่แข่ง และมุ่งหวังทำลาย  พ่อก็จะไม่ย่อท้อ พ่อก็จะคิดทำอาชีพใหม่ไปเรื่อย ๆ ทำให้ลูก ๆ ได้ซึมซับเอาความรู้ ภูมิปัญญาด้านต่าง ๆ ของพ่อ จนสามารถนำมาใช้ประกอบอาชีพ สร้างครอบครัวให้มั่นคงได้

          พ่อเป็นหมอประจำบ้าน   ใครเป็นอะไรในบ้าน จะต้องผ่านการรักษาขั้นต้นจากพ่อก่อนเสมอ  ลูก ๆ ไม่ต้องไปหาหมอ ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดท้อง  หรืออุบัติเหตุถึงขั้นเลือดตกยางออกพ่อก็ช่วยได้เสมอ เพราะพ่อเป็นคนมีสมาธิดี  สติมา ปัญญาเกิดอยู่เสมอ  และบางโรคหมอหลวงก็ไม่สามารถรักษาให้หายได้  แต่พ่อก็ทำได้ เช่น น้องชายของฉัน เป็นโรคชัก  เวลาร้องไห้ทีไร  ก็จะชักตัวเขียว หน้าเขียว มีพ่อคนเดียวที่ทำให้หายได้ เพราะฉะนั้น วันใดที่พ่อไม่อยู่บ้าน ทุกคนก็จะทนุถนอม เอาอกเอาใจน้องชายเป็นพิเศษ  กลัวว่าหากน้องร้องไห้แล้วมีอาการชัก  ก็จะไม่มีใครช่วยได้  หรือแม้แต่เรื่องเด็กแรกเกิดร้องไห้ไม่ยอมหยุด  โบราณเชื่อว่าอาจมีผีมาหยอกมาเย้า  ก็จะมาขอให้พ่อช่วยไปปัดรังควานให้ เรื่องของการเชิญเจ้าที่เจ้าทาง หรือการตั้งศาลพระภูมิพ่อก็ทำได้

           พ่อเป็นตลกประจำบ้าน  ก่อนเขียนบันทึกนี้ ฉันพยายามคิดทบทวนความจำ  ว่าฉันเคยเห็นภาพพ่ออารมณ์เสียบ้างมั้ยนะ ฉันเคยเห็นพ่อทะเลาะกับคนอื่นบ้างมั้ยนะ  ฉันเคยเห็นพ่อทะเลาะกับแม่บ้างมั้ยนะ คำตอบมีเพียงคำตอบเดียว และเป็นคำตอบสุดท้าย คือ ไม่เคย  ฉันไม่เคยเห็นพ่ออารมณ์เสีย  เห็นแต่รอยยิ้มของพ่อ  ได้ยินแต่ข้อความที่ทำให้ฉันหัวเราะได้เสมอ  เวลาลูก ๆ ขัดแย้งกัน พ่อก็จะมีวิธีการที่ทำให้ลูก ๆ ขบขัน  หัวเราะ จนลืมเรื่องที่กำลังขัดแย้งกันอยู่ พ่อไม่เคยเฆี่ยนตีลูกคนใดเลย  หากลูกคนใดโดนพ่อดุ นั่นย่อมหมายความว่า ได้กระทำความผิดอย่างฉกาจฉกรรจ์

             พ่อเป็นธนาคา   ฉันชอบขอเงินพ่อ เพราะพ่อมักให้มากกว่าที่ฉันขอ ขอยี่สิบพ่อให้สามสิบ  ขอสามสิบพ่อให้ห้าสิบ  หรือไม่พ่อก็จะแขวนเสื้อไว้ที่เสากลางบ้าน  เวลาฉันต้องการใช้จ่ายเรื่องในบ้าน เงินที่แม่ให้ไว้ไม่พอ (เพราะแม่มักให้น้อยกว่าที่ขอ 55+) ฉันก็สามารถไปเบิกเงินจากธนาคาร “กระเป๋าเสื้อของพ่อ”  ได้เสมอ พอพ่อกลับมาก็จะรายงานให้พ่อทราบ พ่อก็ไม่เคยว่าอะไรเลย

             พ่อเป็นครูที่สอนด้วยใจ  บางครั้งฉันก็แปลกใจนัก พ่อสอนลูก ๆ อย่างไรนะ ทำไมลูก ๆ ทุกคน ถึงได้เป็นคนดี บางทีทำให้คิดว่า ฉันเป็นครูที่ไม่ได้เรื่องเลย  ขนาดใช้ไม้เรียว  ใช้เทคนิคต่าง ๆ มากมายสอนนักเรียน แต่ทำไมนักเรียนของฉันยังเป็นคนดีไม่ได้ดั่งใจเลย  แต่พ่อของฉันสอนลูก ๆ ทุกคนให้เป็นคนดีได้ดั่งใจ ใครอยากเรียนหนังสือพ่อก็ให้เรียนตามกำลังสามารถ ลูกคนใดไม่อยากเรียนหนังสือ สมองไม่ค่อยจะดี พ่อก็จะถ่ายทอดวิชาชีพต่าง ๆ ให้  ลูก ๆ ทุกคนมีอาชีพ มีกิจการของตัวเอง สามารถเลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี  มีก็เพียงฉันนี่แหละที่รับราชการครู ซึ่งดูเหมือนจะมีฐานะด้อยกว่าคนอื่นเขา  บางครั้งฉันก็อยากลาออก ในยามที่ฉันท้อแท้กับชีวิต เบื่อหน่ายกับการทำงานที่มีเจ้านาย  แต่ฉันก็ทำเช่นนั้นไม่ได้ เพราะอาชีพรับราชการเป็นหนึ่งเดียวแห่งความภาคภูมิใจที่ฉันมีให้กับพ่อ

         พ่อเป็นเกษตรกรดีเด่น  พ่อทำอาชีพหลายอาชีพ ที่ฉันบอกว่าพ่อเป็นเกษตรกรดีเด่น  เพราะพืชผักต่าง ๆ ที่พ่อปลูก มักจะได้ผลผลิตที่เหนือเกษตรกรคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำนา  การปลูกผัก  พ่อจะนำหน้าในการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เสมอ และพ่อก็ไม่เคยหวงวิชา พ่อถ่ายทอดความรู้ ความคิด ให้กับเพื่อนบ้านได้ทำตามเสมอ  จนบางครั้งเพื่อนบ้านจะตั้งชื่อ ผลไม้ หรือผักที่พ่อเป็นผู้นำร่องในการนำมาเผยแพร่จนเรียกกันติดปากว่า “ผักบุ้งลุงกล่อม”  “ฟักทองลุงกล่อม”  “ชมพู่ลุงกล่อม” พ่อจะสอนลูก ๆ เสมอว่า ถ้าเรารู้จักแบ่งปันให้คนอื่น เราก็จะได้รับการแบ่งปันจากเขา

          พ่อเป็นนักบริหารชั้นยอด  พ่อบริหารเวลาเก่งมาก  ทำงานนอกบ้านเวลาใด  กลับเข้าบ้านก็เข้าสวนผัก พ่อก็จะมีความสุขอยู่กับพืชผัก ผลไม้ ของพ่อ ฉันเองมีความสุขมากที่ได้คลุกคลี เล่นดินเล่นทราย อยู่กับพ่อในสวนผัก คุยเล่นกับพ่อในขณะที่พ่อดูแลต้นไม้ของพ่อ มันเป็นความสุขสุดยอดเลยหละ  พ่อไม่เคยทำให้แม่ และลูก ๆ ต้องรอคอยการกลับของพ่อ

          พ่อเป็นสุดยอดนักจิตวิทยา  เพื่อนบ้านทุกคนให้ความเคารพนับถือพ่อเสมือนญาติผู้ใหญ่ บ่อยครั้งที่พ่อใช้ให้ฉันทำโน่นทำนี่ให้กับเพื่อนบ้าน บ่อยครั้งที่พ่อสอนให้ลูก ๆ แบ่งปันสิ่งต่าง ๆ ให้เพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นความพร้อมใจของแม่ด้วย สมัยนั้นฉันไม่ค่อยจะเข้าใจอะไรนัก เพราะฉันยังไม่เป็นผู้ใหญ่พอ  เมื่อพ่อเห็นฉันสงสัยในการแบ่งปันของพ่อ พ่อก็อธิบายว่า การแบ่งปันสิ่งต่าง ๆ ให้ผู้อื่นถือเป็นการสะสมไว้กินในวันหน้า ฉันได้แต่ฉงนในเวลานั้น  แต่ ณ เวลานี้ฉันได้ทบทวน ฉันเข้าใจชัดเจน และรู้แจ้งเห็นจริงทันที เมื่อฉันกลับบ้านทีไร ฉันจะเห็นเพื่อนบ้านแวะเวียนมาเยี่ยมคุณพ่อเสมอ ๆ พร้อมกับมีข้าวของติดไม้ติดมือมาฝากมิขาด  จนฉันแทบจะไม่ต้องอนาทรร้อนใจในการทำอาหารให้พ่อ เพราะเพื่อนบ้านมักทำอาหารหรือนำอาหารว่าง ผลไม้ที่ชอบ มาฝากพ่อเสมอ  คำพูดที่ติดปากเพื่อนบ้านคือ “ ฉันเห็น......นึกถึงลุงกล่อม เลยซื้อมาฝาก” นี่แสดงว่า พ่อของฉัน อยู่ในใจเขา  เขาถึงได้นึกถึงพ่อเวลาเห็นอะไร ๆ ที่พ่อชอบ  เหมือนกันฉันในยามนี้ ทุกครั้งที่ทำอาหารที่พ่อชอบ ฉันก็จะคิดถึงพ่อ พ่อชอบแกงเลียง  พ่อชอบน้ำพริกมะเขือต้ม หรือมะเขือเผา  พ่อชอบขาหมูต้มเกลือ เรื่องขาหมูต้มเกลือเนี่ย เป็นที่รู้กันทั้งตำบล เวลาใครมีงานมงคล ต้องฆ่าหมูเป็นตัว ๆ (ประเพณีทางภาคใต้) เจ้าภาพ หรือคนชำแหละหมู จะต้องนึกถึงพ่อของฉัน และจะเก็บส่วนที่ดีที่สุด ที่พ่อชอบ มาให้พ่อเป็นประจำ

               พ่อต้องเปลี่ยนอาชีพบ่อย เพราะพ่อไม่ชอบแก่งแย่ง แข่งขันกับใคร อาชีพสุดท้ายของพ่อ เป็นอาชีพที่ไม่มีใครแย่งพ่อไปได้เลย  จวบจนพ่อทำไม่ไหวด้วยวัยชรามาเยือน นั่นคืออาชีพการ ทำหีบศพ  (ซึ่งจริง ๆ แล้ว พ่อก็ไปช่วยทำให้ฟรี ๆ มานานหลายปีแล้ว) ตอนที่พ่อเริ่มทำอาชีพนี้ เป็นช่วงเวลาที่ฉันเริ่มเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว   ต้องไปเรียนที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ภาคใต้  ต้องไปพักอยู่ที่บ้านในตัวเมืองสงขลา  ซึ่งพ่ออีกแหละเป็นสถาปนึก ไปสร้างไว้ให้ลูก ๆ ได้อยู่อาศัย  พ่อบอกฉันว่า เคยคิดอยากทำอาชีพนี้มานานแล้ว แต่เกรงว่า ลูกจะกลัว จึงไม่ได้ทำ ตอนนี้ลูกไม่ค่อยได้อยู่บ้านแล้วจึงทำ

              พ่อเป็นคนริเริ่มการทำหีบศพแบบที่เรียกว่า “โลงแอร์” เป็นคนแรก

              พ่อมีรูปแบบของหีบศพให้เลือกตามวัยของผู้ใช้  ถ้าเป็นหีบศพของคนแก่ ก็จะเป็นแบบสามยอด มีกนกลายไทย  ซึ่งพ่อก็ทำเอง วาดเองอีกแหละ

              พ่อออกแบบเต้นท์ที่ใช้ให้เหมาะสมกับรูปแบบของงานศพอีกด้วย

              พ่อยังริเริ่มสร้างที่นั่งของพระ เวลามาสวดศพ  โดยปูพื้นไม้ในเต้นท์ ด้วยการยกให้สูงกว่าพื้นดิน และมีบันไดขึ้น  ทำให้ไม่มีปัญหาเวลาฝนตก

              นอกจากนี้พ่อยังเป็นผู้รอบรู้ในการทำพิธีกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานบวช  งานแต่งงาน  งานศพ  ทอดกฐิน  ทอดผ้าป่า  พ่อมักเป็นเจ้าภาพองค์กฐิน ซึ่งก็สามารถรวบรวมเงินทำบุญได้ครั้งละเยอะ ๆ ทุกปี

              มีอยู่ครั้งหนึ่ง มหาวิทยาลัยปิดเทอม  ฉันกลับบ้าน พ่อเล่าให้ฟังว่า เมื่อสองสามวันก่อน เกิดอุบัติเหตุบนสะพานติณสูลานนท์ มีคนตายสามราย เขานำศพมาวางไว้ที่ศาลาข้างทาง  ยังไม่มีหีบศพ  พ่อต้องรีบทำจนดึกดื่น  พ่อทำไปพ่อก็ได้กลิ่นแปลก ๆ พ่อบอกว่าคนตายเค้ามาเร่งให้ทำ เพราะตอนนี้หนาวมาก  พ่อก็รีบทำจนเสร็จ เพราะสงสารผู้ตาย 

                เมื่อพ่อทำอาชีพนี้ไม่ไหว  ก็ไม่มีลูกคนใดรับสืบทอด  ลูกสาวคนสุดท้องอยากทำแต่สามีไม่เห็นด้วย  ลูกชายคนกลางพี่ชายติดกับฉันอยากทำ แต่ภรรยาและลูกสาวไม่ยอม  จึงว่างเว้นมาหลายปี

                 ครั้งหลังสุดฉันทราบว่า พี่ชายดื้อกับภรรยา ตัดสินใจทำอาชีพนี้ ทำได้ไม่กี่งาน พี่สะใภ้เห็นเงินเป็นกอบเป็นกำก็ไม่รังเกียจอาชีพนี้  มิหนำซ้ำยังได้ไปขอให้เจ้าอาวาสวัดสอนวิชาการจัดดอกไม้หน้าหีบศพให้ด้วย คราวนี้เลยครบวงจร เรียกว่าไม่ยอมให้เงินกระเด็นเข้ากระเป๋าคนอื่นเลย  กิจการดีวันดีคืน เป็นธุรกิจครอบครัวที่ทำรายได้อย่างงาม

                ถ้าจะบรรยายเรื่องราวความประทับใจในตัวพ่อ ฉันคิดว่าคงไม่จบสิ้นง่าย ๆ ซึ่งนอกเหนือจากนี้ฉันคงต้องบันทึกไว้ในใจฉันตลอดกาล  ฉันโชคดีเหลือเกินที่ได้เกิดเป็นลูกของพ่อ  อยากให้ความโชคดีนี้ได้เกิดกับลูก ๆ ของฉันบ้างจัง  ฉันอยากให้ลูก ๆ ของฉันได้โชคดีเหมือนฉัน  ให้เหมือนกับที่ฉันได้ภาวนาอธิษฐานมาตลอดว่า ขอให้ฉันได้เจอผู้ชายดี ๆ เหมือนพ่อ

               ณ วันนี้  วันที่พ่อ อายุใกล้จะครบ 90  ปีแล้ว  พ่อก็ยังเป็นคุณพ่อสุดที่รัก  เป็นยอดคุณพ่อ  ของลูก ๆ  พ่อเดินไม่ได้แล้ว  แต่พ่อก็ยังมีสายตาที่ดีมาก  มีความจำเป็นเลิศ ยังมีคำพูดที่เรียกเสียงหัวเราะจากผู้มาเยี่ยมได้เสมอ  พ่อไม่เคยหงุดหงิด  ไม่เคยอารมณ์เสีย  พ่อยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอ

               ฉันไม่ค่อยได้ดูแลพ่อมากนัก เนื่องจากเป็นลูกสาวที่อยู่ไกลบ้าน คุณพ่อจึงมีพี่สาวคนโต และ น้องสาวคนเล็กดูแลอย่างดี  ส่วนฉันจะกลับไปเยี่ยมพ่อทุก ๆ ปี ในช่วงเดือนเมษายน  ไปกราบพ่อ ไปหอมแก้มพ่อ  กอดพ่อ  ร้องเพลงให้พ่อฟัง

                วันพ่อปีนี้ฉันอยากร้องเพลงนี้ “ลูกของพ่อ”  ให้พ่อฟัง  แต่ฉันก็มีภารกิจที่ไม่สามารถไปหาพ่อได้  ฉันก็จะเตรียมเพลงนี้ไว้ร้องให้พ่อฟัง  ในวันสงกรานต์ สำหรับวันนี้ฉันอยากบอกพ่อเหลือเกินว่า

“ฉันโชคดีที่สุดในโลก ที่ได้เกิดเป็นลูกของพ่อ 

เพราะพ่อคือพ่อที่ประเสริฐที่สุดในโลก”