สรุปงานวิจัย เรื่องที่ 3

ชื่อเรื่อง วิสัยทัศน์เทคโนโลยีสารสนเทศของผู้บริหารกับการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารเสนเทศในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1

ผู้วิจัย  วัชรพงษ์  โฮมแพน

ปีที่วิจัย 2550

วัตถุประสงค์

1. เพื่อศึกษาวิสัยทัศน์เทคโนโลยีสารสนเทศของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1

2. เพื่อศึกษาการพัฒนาระบบสารสนเทศในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1

3. เพื่อเปรียบเทียบวิสัยทัศน์เทคโนโลยีสารสนเทศของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 จำแนกตามเพศ และ ขนาดของโรงเรียน

4. เพื่อเปรียบเทียบการพัฒนาระบบสารสนเทศของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1

 

วิธีวิจัย เชิงสำรวจ

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

                ประชากร  ที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 ในปีการศึกษา 2550 จำนวน 157 คน

                กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้านี้เลือกมาจากประชากร คือ ผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 ในปีการศึกษา 2550 จำนวน 136 คน

 

เครื่องมือ

เป็นแบบสอบถามประกอบด้วยเนื้อหา 3 ตอน

ตอนที่ 1 สอบถามเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐาน ได้แก่ เพศของผู้บริหารและขนาดของโรงเรียน

ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับวิสัยทัศน์เทคโนโลยีของผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 ลักษณะของแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) แบ่งออกเป็น 5 ระดับ

ตอนที่ 3 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของผู้บริหารในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 ลักษณะของแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) แบ่งออกเป็น 5 ระดับ

 

วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล

  1. ผู้วิจัยขอหนังสือจากภาควิชาบริหารการศึกษา เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการจัดเก็บข้อมูลถึงผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1
  2. ผู้วิจัยส่งแบบสอบถามไปให้ผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 จำนวน 136 ฉบับ โดยทางไปรษณีย์และด้วยตนเอง
  3. เก็บแบบสอบถามคืนโดยขอความอนุเคราะห์ผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 ตอบแบบสอบถามและให้นำแบบสอบถามส่งคืนที่โรงเรียนบ้านท่าเกษม และเก็บด้วยตนเอง
  4. ผู้วิจัยได้รับแบบสอบถามคืน 136 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 100

การเคราะห์ข้อมูล

                1.นำแบบสอบถามมาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ แล้วคัดเลือกเฉพาะที่สมบูรณ์ ถูกต้อง จำนวน 136 ฉบับ คิดเป็น ร้อยละ 100

                2. ผู้วิจัยนำแบบสอบถามที่คัดเลือกเอาไว้มาตรวจให้คะแนนเป็น 5,4,3,2,1 สำหรับการตอบข้อความระดับมากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด ตามลำดับ

             สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

สถิติพื้นฐาน   ค่าเฉลี่ย    ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน   

สถิติอ้างอิง    การทดสอบค่าที (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA)

สรุปผลการวิจัย

1. วิสัยทัศน์เทคโนโลยีสารสนเทศของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 โดยรวมอยู่ในระดับมากและเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยเรียงอันดับดังนี้  อันดับที่ 1 ด้านทัศนคติมีความสนใจในเทคโนโลยีสารสนเทศ  อันดับที่ 2 ด้านการใช้ข้อมูลข่าวสารที่ได้รับจากเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นกลยุทธ์ในการวางแผนบริหารงานในโรงเรียน อันดับที่ 3 ด้านการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ  อันดับที่ 4  ด้านการประสานสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ  อันดับที่ 5 ด้านการจัดสรรงบประมาณด้านเทคโนโลยีสานสนเทศ และดันดับสุดท้าย ได้แก่ความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ

                2. การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง และพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับปานกลางทุกด้าน โดยเรียงอันดับดังนี้ อันดับที่ 1 ด้านการบริหารจัดการภายในโรงเรียน อันดับที่ 2 ด้านการจัดการเรียนการสอน อันดับที่ 3 ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและ อันดับสุดท้าย คือ ด้านทรัพยากรการเรียนรู้

                3. เปรียบเทียบวิสัยทัศน์เทคโนโลยีสารสนเทศของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 จำแนกตามเพศของผู้บริหารและขนาดของโรงเรียน โดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

                4. เปรียบเทียบการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 จำแนกตามเพศของผู้บริหาร โดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ และจำแนกตามขนาดโรงเรียนโดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

 เมื่อพิจารณา รายด้านพบว่าด้านบริหารการจัดการภายในโรงเรียน ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการจัดการเรียนการสอน แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ยกเว้นด้านทรัพยากรการเรียนรู้ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05)