ที่กับสรรพสิ่ง
                ทักษะทางการคิดเชิงสังคมฉบับนี้ ขอแนะนำเยาวชนทั้งหลายให้เข้าใจคุณสมบัติติดตัวของสิ่งต่างๆที่เกิดมาในโลกนี้แม้แต่เยาวชนทุกคน ก็มีคุณสมบัติดังกล่าวติดตัวอยู่ด้วยกันทุกคนคุณสมบัติที่ว่าจะเกิดกับทุกสิ่งไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ถ้าเป็นตัวตนขึ้นมาแล้วจะได้คุณสมบัติดังกล่าวติดตัวเป็นอันดับแรกก่อนสิ่งอื่นใด คุณสมบัติดังกล่าวคือ ที่
(Position)
สรรพสิ่งใดๆในโลกล้วนมี ที่ เป็นคุณสมบัติติดตัว
                เธออยู่ที่ไหน หนังสืออยู่ที่ไหน นกอยู่ที่ไหน คำถามเหล่านี้แสดงว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะมีที่อยู่ติดตัว ไม่ว่าเธอ หนังสือ หรือ นก ล้วนมีที่อยู่ด้วยกันทั้งสิ้น พูดง่ายๆว่าถ้ามีสิ่งใด ก็ต้องมีที่อยู่ เช่น เธออยู่ที่โรงเรียน หนังสืออยู่ที่โต๊ะ นกอยู่ที่ไม้
                ที่ เป็นคุณสมบัติในเชิงภูมิศาสตร์ อันดับแรกของทุกๆสิ่งที่ปรากฏขึ้นในที่ว่าง (Space) ใดๆถ้าเป็นสิ่งมีชีวิตเราจะเรียก ที่อยู่ถ้าเป็นสิ่งไม่มีชีวิตเราจะเรียก ที่ตั้ง
ตำแหน่ง,แหล่ง,ที่
                ดังได้กล่าวแล้วแต่ต้นว่าที่ เป็นคุณสมบัติเชิงภูมิศาสตร์อันดับแรกของทุกสิ่ง แต่ คำ หรือ ภาษา ที่เราใช้ อธิบายคุณสมบัติดังกล่าวมีอยู่หลายคำ เช่น ตำแหน่ง,แหล่ง,จุด ฯลฯ เช่น อยู่ที่ไหน อยู่แหล่งใด อยู่ตำแหน่งไหน อยู่จุดไหน ฯลฯ

สถานที่ (Place)
                สถานที่           =   ที่ + สถานะ  เช่น
                โรงเรียน           โรง + เรียน
                                      =   ที่ซึ่งเป็นอาคารมีสถานะเป็นที่สอนและที่เรียน
                โรงพยาบาล    = โรง + พยาบาล
                                      =  ที่ซึ่งเป็นอาคารมีสถานะเป็นที่รักษาและบริบาลคนไข้
                สถานีตำรวจ    =  สถานี ตำรวจ
                                     =  ที่ซึ่งเป็นศูนย์กลางมีสถานะเป็นที่ตรวจสอบ หรือสอบสวน ฯลฯ
                จากตัวอย่างข้างบน อธิบายได้ว่า ที่ ซึ่งเมื่อเอา หน้าที่ หรือภาระความรับผิดชอบหรือลักษณะอย่างอื่นไปบวกกับ ที่ จะกลายเป็น สถานของที่ เราเรียกว่า สถานที่ (Place) ดังนั้น ที่
(Position) กับ สถานที่ (Place) จึงต่างกันดังกล่าวข้างต้น


ที่ ในมิติทาง สังคม
                สังคมมนุษย์ มีคนเป็นองค์ประกอบอยู่ในรูปขององค์รวม เช่น ครอบครัว เป็นกลุ่มสังคมของคนกลุ่มเล็กๆ ประกอบด้วย พ่อ แม่ ลูก ทุกคนในครอบครัวล้วนมี ที่ หรือ ตำแหน่ง เป็นของตัวเอง เช่น ในครอบครัวไทย เรารู้ว่าตำแหน่งพ่อ เป็นตำแหน่งที่ 1  ตำแหน่งแม่ เป็นตำแหน่งที่ 2 ตำแหน่งพี่ เป็นตำแหน่งที่ 3  ตำแหน่งน้อง เป็นตำแหน่งที่ 4
                ในขณะเดียวกัน เรารู้สถานะของตำแหน่งพ่อว่า : เป็นผู้นำครอบครัว เป็นผู้ปกป้อง คุ้มครอง เป็นผู้หารายได้เลี้ยงดูครอบครัว
                เรารู้สถานะของตำแหน่งแม่ว่า : เป็นผู้เลี้ยงดูลูก เป็นผู้ให้ความอบอุ่น ดูแลครอบครัว เป็นผู้จัดแจงและจัดระเบียบภายในบ้าน
                เรารู้สถานะของตำแหน่งพี่ว่า : เป็นผู้ต้องช่วยเลี้ยงดูน้อง เป็นผู้ช่วยเหลือพ่อแม่และน้อง เป็นผู้ต้องอยู่ในระเบียบวินัยของครอบครัว ฯลฯ
                จะเห็นได้ว่า ทั้งคำว่า พ่อ แม่ และ พี่ ในสังคมระดับครอบครัว จะมีคุณสมบัติเชิงตำแหน่ง เชิงที่ และ เชิงสถานะของตำแหน่งอยู่ในตัว ถ้าพูดคำว่าพ่อ เรารู้ว่าอยู่ในตำแหน่งที่ 1 มีสถานะเป็นหัวหน้า ถ้าพูดว่า แม่ เรารู้ว่าอยู่ในตำแหน่งที่ 2 มีสถานะเป็นรอง ฯลฯ
                ดังนั้นมิติการคิดในเชิงสังคมแบบลึกๆของคนเยาวชนในยุคนี้ มีสิทธ์ที่จะคิดกันได้มากมายและหลากหลาย ขอให้ทุกคนรู้ตัวกันไว้เถิดว่าเราทุกคนมี ที่ หรือ ตำแหน่ง และมี สถานะ เป็นคุณสมบัติติดตัวอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น ที่แน่ๆ ในสังคมประเทศไทย ขณะนี้เรามีตำแหน่งเป็นประชาชน สถานะคนไทยและให้รองคิดดูว่าในกลุ่มสังคมต่างๆ ที่เราไปเป็นสมาชิก อยู่ให้ตรวจสอบดูว่าเราอยู่ตรงจุดไหน ตำแหน่งไหน จุดและตำแหน่งต่างๆ เหล่านั้นล้วนมีสถานะทั้งสิ้นแล้วลองตรวจสอบต่อไปว่า การประพฤติปฏิบัติของเราสอดคล้องกับตำแหน่งหรือเหมาะสมกับสถานะหรือไม่ เช่น ถ้าเรารู้ว่าเราอยู่ตรงตำแหน่งพี่ ในสถานะพี่ชาย ก็ต้องรับผิดชอบน้อง ถ้ารู้ว่าเราอยู่ตรงตำแหน่งหัวหน้าห้อง ในสถานะนักเรียน ก็ต้องรับผิดชอบดูแลเพื่อนในห้องเรียนและประพฤติปฏิบัติตามกฎกติกาของโรงเรียน เป็นต้น
                ขอให้เยาวชนระลึกเสมอว่า เรามี ที่ หรือ ตำแหน่ง และ สถานะ เป็นคุณสมบัติติดตัวกันทุกๆคน จงประพฤติและปฏิบัติตัวให้เหมาะสมกับตำแหน่งและสถานะของตัวเอง ให้ระลึกเสมอว่าขณะนี้เรา ดำรงตำแหน่งอะไร?  สถานะอะไร?