เคยคิดไหม๊ครับว่า..." การงาน กับ งานการ เราจะวางแผนอย่างไร"

เ้ช้านี้หลังจากเดินทางกลับจากนครฯ-ปัตตานี (มิใช่ "นครปัตตานี" นะครับ...อิอิ) ก็มีน้องๆนักศึกษามาเยี่ยมเยียนเนื่องจากหลายคนเริ่มทยอยกลับมาจากบ้านเพื่อมาสู่สนามแห่งการเรียนรู้กันต่อไป ก็ได้นั่งพูดคุยกับนักศึกษาสองคนถามไถเรื่องจะเรียนต่อ (แอบขำตัวเองเพราะตัวเองก็ยังไม่จบ) ผมเลยได้ให้ข้อคิดกับคำสองคำนี้ไปครับว่า "การงาน กับ งานการ" เราต้องคิดใคร่ครวญและครุ่รคิดให้ดี


         หลายต่อหลายครั้ง หลายต่อหลายคน หลายต่อหลายปัญญาชน ถามตัวตนแล้วหาคำตอบไม่ได้ว่า "ปริญญาที่ได้มาจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไปได้อย่างไร" เสมือนกับว่าที่เรียนมาความรู้มันว่างเปล่าไปหมด

 

         บางครั้งคนเราเลือกเรียนตามที่กระแสสังคมพาไป เรียนอะไรก็ได้ขอให้มีงานทำ (เรื่องนี้ผมก็เห็นด้วยว่างานจำเป็น) แต่ที่ไม่เห็นด้วยทุกครั้งที่มีโอกาสได้นั่งพูดคุยกับผู้คนผมมองว่าทำไมเราไม่เลือกเรียนในสิ่งที่เราชอบและถนัดแล้วทำตรงจุดนั้นให้ดีที่สุด

         บางครั้งคนเราพอเข้าไปอยู่ ณ จุดที่ยืนอยู่แล้วไม่สามารถจัดแจงวางแผนชีวิตตัวเองได้ก็มีถมไปอันเนื่องจากงานที่ทำคือสายงานที่เรียนจบมาแต่หาใช่ตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง สุดท้ายต้องจมอยู่กับความฝืนทนจนกล้ำกลืนอยู่กับน้ำตา

หลายสิ่งหลายอย่างที่ผ่านเข้ามา บทเรียน ประสบการณ์ หรือ อุปสรรคที่เราทุกคนผ่านพบในชีวิต คือ การงาน และ งานการที่เรามิอาจรู้ได้เลยว่ามันจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อใด แต่เมื่อเราพบผ่านมันแล้ว ขอเพียงเก็บไว้ในความทรงจำสักนิดคิดใคร่ครวญเพื่อชีวิตที่จะก้าวเดินต่อไปในวันข้างหน้า

   อย่าลืมว่า "อุปสรรค คือ สิ่งที่ทุกคนต่างต้องพบเจอ แต่มันต่างกันอยู่ที่ว่าเราทุกคนจะเผชิญหน้ากับอุปสรรคนั้นอย่างไร ถ้าหยุดนิ่งแล้วก้มหน้า ก็เท่ากับว่า เราปล่อยให้คนที่ผ่านมาก้าวข้ามตัวเราไป" 

      "ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้นใหม่"

      "ขอเพียงเราอย่าท้อ  ขอเพียงเราอย่าระทม...ขอเพียงเราทุกคนมั่งคงในศรัทธา"