วันนี้พบนางเอกคือพุดสยาม และสาวน้อยน่ารัก พุดแคระ
         เช้าวันนี้  9 โมง 49 นาที  ตามฤกษ์ผานาทีที่ไม่ได้ตั้งใจ  ที่ฉันก้าวขึ้นรถคู่ใจออกจากบ้าน  มุ่งตรงไปยัง Follow up market (ตั้งชื่อให้เองอย่างเก๋ซะอย่างนั้นเองค่ะ  ความจริงก็คือ  ตลาดนัด  นั่นแหละค่ะ) ที่ฉันมักเรียกติดปากกับเพื่อนๆของฉัน  ซึ่งห่างจากบ้านเพียง  5  กิโลเมตร  ตั้งใจจะไปหาซื้อเครื่องเขียนให้พี่คนโตกับน้องคนเล็ก  แต่เนื่องจากวันนี้มีตลาดนัด  จึงมีพ่อค้าแม่ขายจำนวนมากๆๆๆๆ  มาตั้งร้านขายของมากมาย  มีทั้งของกิน  ของใช้  และเสื้อผ้านี่จะเยอะที่สุด  และฉันก็อดไม่ได้ที่จะได้กางเกงสำหรับใส่ออกกำลังกายมา 1 ตัวจนได้  ยอมแพ้กิเลสจริงๆ  ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่า  จะไม่หลงไปตามเจ้ากิเลศ  ในที่สุดฉันก็ได้กางเกงมา 1 ตัวจนได้  คิดเข้าข้างตัวเอง  ว่าตัวเดิมก็ใช้มานานสมควรที่จะต้องหาตัวใหม่มาเปลี่ยน  เฮ้อแพ้กิเลส...จนได้

 

พุดแคระ  พุ่มเล็กเตี้ยมาก  ดอกเล็ก

                ตลอดทางอันยาวเหยียดก่อนถึงร้านเครื่องเขียน  ร้านแรกก็ดึงดูดใจฉันเสียแล้ว  กะว่าจะมาแวะตอนจะกลับแต่ก็กลัวไม่ทันนะซิ  ความโลภไม่เข้าใครออกใครในวันนี้  ฉันจึงแวะเสียเป็นร้านแรก  ร้านริมฟุตบาทยาวประมาณ  6-8  เมตร  บนฟุตบาทหรือทางเท้าเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่  และไม้กินได้  ด้านล่างถัดลงมา  เป็นไม้ดอก  ต้นเล็กบ้าง  ใหญ่บ้าง  เจ้าของร้านยังตั้งร้านแบบมีหลังคา  เป็นที่แขวนไม้ประดับ  และกล้วยไม้สวยๆอีกเป็นจำนวนมาก  ตรงหัวมุมหรือแรกสุดของที่วางขาย  เป็นกลุ่มของกล้วยไม้หรือที่เรียกว่า “หวาย”  แต่เป็นหวายเล็กๆ  ที่ตอนนี้เขานิยมปลูกโดยการใส่กระถางและวางบนดิน  ออกดอกงามมาก  เมื่อวางรวมกันมากๆ  ทำให้ดูสวยงามยิ่งนัก  ราคาเท่ากันหมด  ต้นละ 35 บาท  3 ต้น 100 บาท  ตัดใจยังไม่ซื้อ  ยืนชื่นชมกวาดสายตามไปโดยรอบว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง  เห็นดอกดาวเรื่อง  สีเหลืองอร่ามท้าทายกิเลสเป็นแถวยาว  แถมมีดาวเรื่องด่างๆคล้ายผีเสื้ออีก  ราคาต้นละ 15  บาท ก็เลยซื้อมาอย่างละ 2  ต้น  เพื่อจะได้เป็นเพื่อนกัน คิดไว้ว่าจะให้แม่ปลูกเมื่อออกดอกเยอะๆ  แม่จะได้เก็บไปไหว้พระ 

 

ดาวเรื่อง  ดาวลาย(ดาวเรือง-ลาย ตั้งเองค่ะ)

      ที่ให้แม่ปลูกให้เพราะว่าแม่ปลูกต้นไม้อะไรก็งามไปหมด...หันไปเห็นดอกพุดทำไมต้นเล็กอย่างนี้ล่ะ  แม่ค้าบอก “พุดแคระ”  เอ้าแคระก็แคระ  ช่างน่ารักอะไรอย่างนี้  ที่บ้านมีแต่ต้นใหญ่ขอเลี้ยงต้นเล็กๆบ้าง  ราคาต้นละ 20  บาท  เลยซื้อมาเป็นคู่อีก  อยากบอกว่าวันนี้พุดแคระเค้าเป็นดาวในใจฉันเลยวันนี้  นึกได้ว่าอยากได้พุดเวียดนามกับพุดเศรษฐี  แม่ค้าทำท่างงๆ  แต่เสียงแทรกมาจากพ่อค้าว่า  “อยู่ด้านหลังไง”  ฉันรีบสาวเท้าก้าวไปตามเสียงบอกนั้นทันที 

(ซ้าย) ดอกพุดเศรษฐี    (ขวา)  ต้นที่ซื้อมาค่ะ

        โอ้ว!  พบแล้วนางเอกของฉัน  ฉันอยากได้เธอมาประดับไว้ที่บ้านนานแล้ว มีอยู่แค่  2  ต้น  พ่อค้าบอกว่าที่บ้านยังมีอีกเยอะ  แต่วันนี้เอามาแค่ 2 ต้น  ราคาต้นละ 30  บาท  ฉันรีบซื้อมา 1 ต้น  เมื่อกลับมาถึงบ้านยังสงสัยตัวเองอยู่ว่าทำไมไม่ซื้อมาทั้งคู่  กำลังจะเก็บต้นไม้ไปไว้ที่รถก่อน  เหลือบไปเห็นชบาดอกเล็กๆ  สีชมพูหวาน  และ  สีม่วงเกลียว  อยู่ข้างกัน  สงสัยจะเป็นชบาเล็กอีกแล้ว  แม่ค้าบอกว่าต้นละ 20 บาท  รีบซื้อก่อนเลยเมื่อมีคนมาทักว่าน่ารักและสวย  (เขาไม่ได้ชมฉันนะคะ  เขาชมต้นไม้)  ฉันก็เลยรีบบอกแม่ค้าว่า  เอา 2 ต้นนี้  เพราะมีอยู่อย่างละต้น  หลังเก็บต้นไม้ไว้ที่รถเรียบร้อยแล้ว  ได้เวลาไปร้านเครื่องเขียนซะที  เพราะฉันใช้เวลาที่ร้านขายต้นไม้นานพอสมควร  มัวแต่ชมต้นนั้น  เชยต้นนี้นานไปหน่อย  แต่แม่ค้าพ่อค้าก็ใจดี  แนะนำและอธิบายต้นไม้แต่ละชนิดให้ฉันฟังอย่างอารมณ์ดีเมื่อฉันถาม

 

(ซ้าย) ชบาที่บ้าน สีชมพูและเหลือง (ขวา) ชบาแคระซื้อมาใหม่ค่ะ ชมพูและม่วง

                เมื่อเดินผ่านร้านเครื่องเขียนที่ใหญ่ที่สุดในแก่งคอย  ฉันนึกได้ว่าอยากได้กางเกงสักตัว  ทำให้นึกถึงยายที่ขายกางเกงออกกำลังกาย  ที่ซื้อกันเป็นประจำ  ยายช่างคุยและก็ขายถูกกว่าร้านค้าที่ขายในตลาดเล็กน้อย  และอยากอุดหนุนยาย  เพราะเห็นว่ายายแก่แล้ว  (แต่ยังไม่แก่มากนะคะ  อายุของยายน่าจะ 60 กว่าๆ ฉันเดาเอาเอง) ปกติซื้อของฉันต้องต่อทุกครั้ง  จะลดหรือไม่ลดไม่เป็นไรถ้าฉันอยากได้ฉันก็จะซื้อ  แต่ขอให้ต่อหน่อยก็แล้วกัน  แต่สำหรับยายฉันไม่เคยต่อราคากับยายอีกเลย  ตั้งแต่ซื้อครั้งแรกและต่อครั้งนั้นครั้งเดียว  2  ปีกว่าที่จะไปอุดหนุนยายทุกครั้งที่คิดจะซื้อกางเกงออกกำลังกาย  มีทั้งแบบขาสั้น  ขายาว  สี่ส่วน  ห้าส่วน  และมีทั้งของเด็กและผู้ใหญ่...เคยอ่านบันทึกของเพื่อน SHA  ให้ได้คิดว่า  การที่เราซื้อของมาสักชิ้น  จะทำให้คนมีความสุขได้ถึง 3 คนเป็นอย่างน้อย  คนแรกเลยก็คือคนขาย  ที่ขายได้จะได้กำไรมากหรือน้อยก็ตาม  คนที่สองคือตัวคนซื้อที่ได้ของถูกใจแถมลดราคาได้นิดหน่อย  คนที่สามก็คือคนดูหรือคนที่เขาชมเรา  เคยไหมคะที่เราเห็นใครแต่งตัวสวยหรือแต่งตัวดีแล้วเราชอบจัง  อารมณ์ประมาณนั้นล่ะค่ะ  ได้ของที่ถูกใจและครบแล้ว  ฉันเดินตรงไปยังร้านเครื่องเขียนและได้ของไปให้พี่คนโตกับน้องคนเล็กเรียบร้อย
                นำต้นไม้ไปนำเสนอให้แม่รู้  ว่ามีงานให้แม่ทำแล้ว  ต้องปลูกต้นไม้กันอีก  เค้าว่ากันว่าใครมือเย็นจะปลูกต้นไม้งามเลยยกหน้าที่นี้ให้แม่  เพราะแม่ปลูกอะไรก็งามไปหมด  เห็นทีคราวนี้ถ้าเอาต้นไม้ลงดินต้องหาที่กำบังตรงโคนต้นเพื่อป้องกันเจ้าตัวแสบมาขุดคุ้ยดินเล่น  จะใครเสียอีกล่ะ  “เอริ”  เจ้าหมาซุกซนที่อายุยังไม่ถึงปี  จะเป็นนักขุดและนักกัด  จนทุกคนระอามากอยากส่งคืนเจ้าของเดิมเลย  รองเท้าเสียหายไปหลายคู่  ต้นไม้ถูกขุดไปหลายต้น  ครั้งล่าสุดเพาะต้นมะม่วงหาวมะนาวโห่ไว้ต้นสูงคืบกว่าๆแล้ว  2  กระถาง 

 

มะม่วงหาว มะนาวโห่ (ซ้าย) ต้นที่เคยเพาะไว้บัดนี้ไม่มีแล้ว  (ขวา) ผลของมันค่ะ

         เอริขุดกระถาง  และนำต้นมาสะบัดยั่วโมโหซะงั้น  ต้องโทษเราเองที่ไม่หาทางป้องกัน  แต่ก็ไม่นึกว่าจะปีนไปคาบมากัด  เฮ้อ!  คราวนี้เห็นทีต้องป้องกันเจ้าหมาดื้อกันสุดฤทธิ์