
อุบาสกนิรนาม : ได้เรียบเรียงแนวทางปฏิบัติธรรมของพระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล) ซึ่งเป็นศิษย์รุ่นแรกของพระอาจารย์มั่น ภูริภัตโต ท่านได้นำหลักธรรมคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้ามาแสดงว่า การสอนศิษย์นั้น ควรเลือกเฟ้นกลั่นกรองนำมาสอนให้ถูกกับจริตของศิษย์แต่ละคนเท่านั้น ใครดูจิตได้ท่านก็สอนให้ดูจิตหรือพิจารณาจิต ใครไม่สามารถดูจิตได้ท่านก็สอนให้ดูกายหรือพิจารณากาย
ความสำคัญของการดูจิต เพื่อให้รู้และเข้าใจได้ด้วยการศึกษาจิตของตนเอง เพราะทุกข์นั้นเกิดมาจากสมุทัยคือตัณหา (ความทะยานอยากของจิต) และความพ้นทุกข์ก็เกิดจากความสิ้นไปของตัณหา แม้แต่มรรค ๘ จึงถูกย่อลงเป็นศีล สมาธิ ปัญญา เป็นเรื่องที่เกิดจากจิตทั้งนั้น สมาธิคือการตั้งมั่นของจิต ปัญญาคือความรอบรู้ของจิต ท่านจึงกล่าวว่า พระธรรมทั้งปวงสามารถเรียนรู้ได้ที่จิตของตนเอง
วิธีดูจิต ขั้นการเตรียมความพร้อมของจิต เนื่องจากจิตที่จะเจริญวิปัสสนาได้นั้น ต้องมีสมาธิหรือความสงบตั้งมั่นของจิตเป็นฐานเสียก่อน ด้วยการเจริญพุทธานุสติบริกรรม"พุทโธ" หรือควบคู่กับการทำอาณาปานสติคือการกำหนดลมหายใจเข้าบริกรรมพุทธ หายใจออกบริกรรมโธ
การแยกจิตผู้รู้กับอารมณ์ที่ถูกจิตรู้ เนื่องจากความสงบเป็นเพียงสิ่งที่ถูกรู้เท่านั้น จิตคือตัวผู้รู้ การที่จะช่วยให้จิตสงบง่าย ๆ ก็คือให้รู้คำบริกรรมหรือกำหนดลมหายใจไปเรื่อย ๆ ตามสบายไม่ควรอยากหรือจงใจให้จิตสงบ เพราะธรรมชาติของจิตจะไปบังคับให้สงบไม่ได้ จะยิ่งฟุ้งซ่านหนักเข้าไปอีก เมื่อจิตสงบแล้ว จิตจะทิ้งคำบริกรรม ก็ไม่ต้องนึกหาคำบริกรรมอีก แต่ก็ให้รู้อยู่ตรงที่ความสงบนั้นจนกว่าจิตจะถอนออกมาสู่ความเป็นปรกติด้วยตัวของจิตเอง
บางคนไม่สามารถทำความสงบได้ด้วยการบริกรรม หรือด้วยกรรมฐานอื่นใด แต่อาจใช้วิธีอื่นเช่นการนึกถึงพุทโธหรือบทสวดมนต์บทใดที่จำและคุ้นเคย แล้วเฝ้ารู้การสวดมนต์ที่จำอยู่ในสมองของตนเองไป จากนั้นจึงแยกว่าบทสวดนั้นถูกรู้ ผู้รู้มีอยู่ต่างหาก หรืออาจจะสังเกตความคิดของตนเองแล้วเห็นว่าความคิดนั้นถูกรู้ จิตผู้รู้มีอยู่ต่างหาก
การรู้ความเคลื่อนไหวของร่างกายไปเรื่อย ๆ หรือความรู้สึกเป็นทุกข์ เป็นสุข หรือเฉย ๆ ไปเรื่อย ๆ คือรู้อะไรก็ให้รู้ต่อเนื่องและสังเกตว่าสิ่งนั้น ๆ คือสิ่งที่ถูกรู้ จิตผู้รู้มีอยู่ต่างหาก
พระอาจารย์เทสก์ เทสก์รังสี ศิษย์อาวุโสของพระอาจารย์มั่นอีกรูปหนึ่ง ท่านลองให้กลั้นลมหายใจชั่วขณะ แล้วสังเกตดูความรู้สึกที่นิ่ง ๆ ว่าง ๆ นั้นแล้วทำสติอยู่ตรงนี้เรื่อย ๆไปเป็นต้น เมื่อแยกจิตผู้รู้กับอารมณ์ที่ถูกได้แล้ว ให้เจริญสติสัมปชัญญะต่อไป
คำสอนของหลวงปู่ดูลย์ อตุโล ได้สรุปอริยสัจจ์แห่งจิตว่า จิตส่งออกนอกเป็นสมุทัย ผลอันเกิดจากจิตเป็นทุกข์ จิตเห็นจิตอย่างแจ่มแจ้งเป็นมรรค ผลอันเกิดจากจิตเห็นจิตอย่างแจ่มแจ้งเป็นนิโรธ
ธรรมะสวัสดีค่ะ
ส่งจิตไปนอกแล้วตามไม่ทัน
เพราะเพลิดเพลินไปกับจิตนั่นแหละ
จึงได้เป็นทุกข์
ครูคิมครับ
สวัสดีครับ ครูคิม
แวะมาทำจิตให้สงบด้วยคนครับ
หลังจากฟุ่งซ่านมานาน อิอิ...
ขอบคุณมากครับสำหรับ ธรรมะดีอย่างนี้ มีประโยชน์มากๆๆ
สาธุครับพี่คิม....
จิต..สงบได้ ใจก็สบายด้วย
สวัสดีคะพี่ครูคิม
แวะเอาดอกไม้
ให้กำลังใจในการทำกิจกรรมสร้างค่ายฯคะ
มารับธรรมก่อนนอนค่ะพี่คิม
ขอให้คุณงามความดีที่ทำ จงบังเกิดแต่ความสุขความเจริญ
เข้ามารับธรรมสวัสดีด้วยคนค่ะครูคิม
ดั่งคำสอนจริง ๆ ค่ะ ที่เขาบอกว่า
คนเราทำอะไรก็ไม่ยากเท่า ทำใจ
ดังนั้นการหยั่งรู้ ของจิต ถ้าเรารู้ทุกขณะเราก็จะไม่ทำอะไรที่ผิดเลยจริง ๆ ค่ะ
สวัสดีครับพี่ครูคิม
อนุโมทนาสาธุครับ
ประมาณหลังปีใหม่น่าจะส่ง CD และ หนังสือธรรมไปให้เพิ่มเติมนะครับ
แวะมาแจ้งว่าได้โอนสมทบทุนค่าอาหารน้องๆสำหรับค่ายอาสาของคุณหนานเกียรติ และ เพื่อนๆแล้วนะครับ
แวะมาอีกรอบครับ
มาแจ้งข่าวว่าหลวงพ่อปราโมทย์จะไปแสดงธรรมที่ รพ.สระบุรีครับในวันที่ 14 ธันวาคม 2552
ดูรายละเอียดได้ที่ หลวงพ่อปราโมทย์แสดงธรรม
นมัสการพระคุณเจ้าพระมหาแล ขำสุข(อาสโย) [IP: 125.25.201.124]
สวัสดีค่ะคุณณัฐวรรธน์
สวัสดีค่ะน้องเทพ
สวัสดีค่ะหนานเกียรติ
สวัสดีค่ะน้องปีตานามาจิตต์
สวัสดีค่ะน้องครูอรวรรณ
สวัสดีค่ะคุณต้อย นพคุณ
มารับความรู้ค่ะครูคิม
รักษาสุขภาพนะคะ
สวัสดีค่ะน้องpepra
สวัสดีค่ะน้องPhornphon