คมชัดลึก : วงการครูฉาว คณะกรรมการประเมินเรียกรับเงินข้าราชการครู 8 หมื่น-1.6 แสน แลกเลื่อนขั้นจากครู คศ.2 เป็น คศ.3 ผู้ร้องยันมีศักดิ์ศรีครู มั่นใจผลงาน ตัดสินใจไม่โอนเงินให้ ผลปรากฏไม่ผ่าน ร้องเปลี่ยนตัวกรรมการสร้างความโปร่งใสในการพิจารณาผลงาน อนุกรรมการข้าราชการครูระบุตั้งกรรมการสอบแล้ว จ่อขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด

    เรื่องราวการเรียกรับเงินจากครูแลกกับการเลื่อนระดับขั้นเปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม นายธวัช นันตะเงิน ประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) อุตรดิตถ์ เขต 2 เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือร้องเรียนจากครูผู้สอนที่นำเสนอผลงานทางวิชาการเพื่อต้องการขอปรับระดับขั้นจากครู คศ.2 วิทยฐานะชำนาญการ เป็นครู คศ.3 วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ เทียบเท่าซี 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สาขาวิชากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ปฐมวัย) ปี 2552 รุ่น 3 ในสังกัดจำนวนกว่า 10 คน ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคณะกรรมการประเมินผลงานทางวิชาการ และมีการเรียกร้องเงินโดยโทรศัพท์ไปยังครูที่นำเสนอผลงานทางวิชาการว่าหากต้องการให้ผลงานที่ส่งเข้าประเมินอยู่ในระดับปรับปรุง ต้องจ่ายเงินจำนวน 8 หมื่นบาท และถ้าให้ผ่านเลยไม่ต้องแก้ไขก็ต้องจ่ายเงินจำนวน 1.6 แสนบาท หลังจากกลุ่มครูผู้ร้องปฏิเสธข้อเสนอ ส่งผลให้ไม่ผ่านการประเมินผลงาน ทั้งๆ ที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับและได้รับรางวัลยอดเยี่ยมผลการประเมินในระดับภาคมาแล้ว

      นายธวัชกล่าวอีกว่า ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้วรู้สึกไม่สบายใจ เท่าที่ทราบปัญหาเรื่องการเรียกรับเงินมีมานานแล้วและทำเป็นขบวนการ แต่เพิ่งจะเห็นข้อเท็จจริงจากหลักฐานต่างๆ ของข้าราชการครูที่นำมาร้อง ทั้งสลิปการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ชื่อ สกุล ตำแหน่งและหมายเลขโทรศัพท์ผู้ติดต่อทั้งจากคนกลางและกรรมการประเมินผลงานบางคน

      ทั้งนี้ อ.ก.ค.ศ.มีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งการกำหนดจำนวนและอัตราตำแหน่งและเกลี่ยอัตรากำลังให้สอดคล้องกับนโยบาย การบริหารงานบุคคล เห็นชอบการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครู พิจารณาความดีความชอบของผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา และข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา พิจารณาเกี่ยวกับเรื่องการดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ์ ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนา การเสริมสร้างขวัญกำลังใจ การปกป้องคุ้มครองระบบคุณธรรม การจัดสวัสดิการ และการยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของข้าราชการครู

      นายธวัชกล่าวว่า หลังรับเรื่องแล้ว จึงดำเนินการตรวจสอบพบว่า ครูในกลุ่มที่เกิดปัญหาในรุ่นที่ 3 มีผู้นำเสนอผลงานทางวิชาการจำนวน 13 คน ผ่าน 1 คน ปรับปรุง 1 คน และที่เหลือ 11 คนไม่ผ่าน โดยกระบวนการประเมินหลังจากเขตพื้นที่ในสังกัดตรวจสอบและผ่านในขั้นต้นแล้วจะเป็นหน้าที่ของ คณะกรรมการประเมินผลงาน ทำหน้าที่อ่านผลงานจำนวน 3 คน และตัดสินผลงาน

    “ขณะนี้ อ.ก.ค.ศ.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในทางลับ และแจ้งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) อุตรดิตถ์ เขต 1 ได้รับทราบเรื่องแล้วเช่นกัน เรื่องนี้เกิดขึ้นช่วงต้นเดือนกันยายน ก่อนที่จะมีการประกาศผลการพิจารณาของคณะกรรมการประเมินในวันที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา และเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อตำรวจ สภ.ท่าปลา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากหวั่นเกรงความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพราะต้องเข้ามาดูแลรับผิดชอบเรื่องร้องเรียนของข้าราชการครูเกี่ยวกับความไม่เป็นธรรมในการพิจารณาประเมินผลงาน” นายธวัชกล่าว

     ด้านนางสมร คำน้อย ครูชำนาญการโรงเรียนอนุบาลท่าปลา (ชุมชนร่วมจิต) สังกัด สพท.อุตรดิตถ์ เขต 2 กล่าวว่า เป็นหนึ่งในครูผู้นำเสนอผลงานแต่ไม่ผ่านการประเมิน ทั้งๆ ที่มีผลงานที่ตั้งใจผลิตเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนตลอด 20 ปีของการรับราชการครู เคยได้รับรางวัลครูและบุคลากรต้นแบบปฏิรูปการเรียนรู้ ครูดีเด่น จำนวนมากมาย อีกทั้งยังได้รับรางวัลยอดเยี่ยมผลการประเมินระดับภาค ซึ่งหากจะไม่ผ่านการประเมินเพราะเนื้อหาไม่สมบูรณ์ก็ยินดียอมรับ แต่ก่อนการประกาศผลปรากฏว่ามีข้าราชการครูชำนาญการพิเศษผู้หญิง สังกัด สพท.อุตรดิตถ์ เขต 1 รายหนึ่ง โทรศัพท์ติดต่อเรื่องการอ่านผลงานทางวิชาการและให้ติดต่อกับครูชำนาญการพิเศษเป็นผู้ชายอีกรายหนึ่ง สังกัดพื้นที่ จ.สุโขทัย บอกกับตนว่า ถ้าต้องการให้ผลงานผ่านโดยไม่ต้องแก้ไขต้องจ่ายเงิน 1.6 แสนบาท หากต้องการให้ได้ระดับปรับปรุงต้องจ่าย 8 หมื่นบาท พร้อมให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขาสวรรคโลก ถ้าไม่โอนผลงานจะไม่ผ่าน

    “ได้ทดลองติดต่อไปปรากฏมีบุคคลรับตามนั้นจริง และได้ทดลองโอนเงินผ่านขั้นต้น 100 บาท เพื่อต้องการทราบบุคคลว่าตรงกันไหมกับเลขบัญชี ผลปรากฏว่าตรงกัน ก่อนผลจะออก 1 วัน ผู้ชายคนดังกล่าวได้โทรติดต่อกลับมาเร่งรัดให้โอนเงิน พร้อมทั้งย้ำว่าหากไม่โอนต่อให้มีผลงานดีเด่นและเก่งแค่ไหนก็จะไม่ผ่านให้เพราะว่าเป็นผู้ตรวจผลงานเอง ซึ่งดิฉันไม่เชื่อในคำขู่และมั่นใจในผลงานของตนเองที่นำเสนอไป จะสามารถทำให้ได้ปรับจาก คศ.2 เป็น คศ.3 หรืออย่างเก่งก็แค่ปรับปรุง ไม่เชื่อว่าผลงานที่ทำมานั้นจะตก แต่ผลออกมากลับปรากฏว่าตก ไม่ผ่านการประเมิน” นางสมรกล่าว

     นางสมรกล่าวว่า สิ่งที่สำคัญได้มีการคุยซักถามเกี่ยวกับงานที่ส่งไป ผู้ชายคนดังกล่าวรู้รายละเอียดของผลงานที่ตนนำเสนอไปทั้งหมด พร้อมชี้จุดที่ต้องปรับปรุงแก้ไขได้ละเอียดเจาะลงไปถึงบรรทัดของงานที่พิมพ์ ทำให้เชื่อว่าบุคคลดังกล่าวน่าจะเป็นหนึ่งในคณะกรรมการอ่านผลงาน การตัดสินใจร้องเรียนขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ เพราะต้องการให้ครูที่ตั้งใจนำเสนอผลงานได้รับความเป็นธรรมทุกๆ คน และให้ถือเป็นบรรทัดฐานในการประเมินผลงานในปีต่อไป

    "ดิฉันรักในศักดิ์ศรีของความเป็นแม่พิมพ์ของชาติ และผลงานที่นำเสนอเป็นเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ต้องการปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็ก เงินจึงซื้อไม่ได้ จึงต้องการให้มีการเปลี่ยนตัวคณะกรรมการประเมินผลงานวิชาการที่เป็นผู้ตรวจผลงานทั้งหมด ให้ตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาแทน และสามารถให้บุคคลภายนอกหรือคนกลางเข้าไปมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและพิสูจน์ถึงความโปร่งใสในการพิจารณาผลงานในครั้งนี้ด้วย" นางสมรกล่าว

     ขณะที่นายธำรงค์รัฐ จอมสืบ ผู้แทนข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ในฐานะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) กล่าวว่า เรื่องที่ร้องเรียนนั้นผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการครู ซึ่งต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง คาดว่าต้นเดือนพฤศจิกายนจะรู้ผล ถ้ากระทำผิดจริงก็ต้องมีการลงโทษทางวินัยต่อไป และก็ต้องขยายผลไปยังผู้ที่ร่วมขบวนการทั้งหมด และแจ้งให้ ก.ค.ศ.ส่วนกลางทราบ เพื่อถอดถอนคณะกรรมการอ่านชุดนี้ทั้งหมด และตั้งคณะกรรมการประเมินผลงานชุดใหม่ขึ้นมา พร้อมให้ชะลอการประกาศรับรองผลงานรุ่น 3 ที่เป็นปัญหานี้ด้วย

 

    “ผมในฐานะครูคนหนึ่ง อยากให้มีการประเมินผลงานของครูในรูปแบบของการทำคณะกรรมการลงพื้นที่ถึงโรงเรียน ในเชิงประจักษ์ ดูวิธีการสอน การจัดห้องเรียน สอบถามเด็ก เพื่อนครู ผู้ปกครอง ผู้บริหาร มากกว่านำผลงานไปอ่านแล้วพิจารณาเพียงคน 3 คน จนนำไปสู่กระบวนการผลงานแลกผลประโยชน์ เพราะทำให้ครูที่ดีมีความตั้งใจ แต่ขาดทุนทรัพย์หมดหวัง แม้ทำดีก็ไม่มีผลงาน” นายธำรงค์รัฐ กล่าว