ผู้นำแห่งปรัชญาการครองตน การผิดหวังไม่ได้เกิดจากสิ่งที่เกิดขึ้นผิดจากที่คาด แต่เกิดจากการคาดผิดของเราเอง

โสภณ สุภาพงษ์ ผู้นำแห่งปรัชญาการครองตน.....ผมขอเปิดบันทึกเรื่องราวประวัติชีวิตเเละประสบการณ์การขับเคลื่อนวิถีชีวิตในโลกแห่งการเปลี่ยนเเปลงของผู้นำในด้านต่างๆ ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์เพื่อเเลกเปลี่ยนเรียนรู้ ข้อมูลที่นำเสนอนี้เป็นส่วนที่หยิบยกมาเป็นวิทยาทานเพื่อเติมเต็มอาหารสมองให้กันเเละกัน.....ผู้นำท่านเเรกของบ้านผู้นำต้นแบบ หลังนี้ ขอนำเสนอ ผู้นำที่ผมประทับใจในการปฎิบัติตน ความเป็นครู การดำเนินวิถีเเห่งตนเเละการช่วยเหลือเกื้อกูนสังคม ท่านเป็นครูของผม ท่านเป็นอาจารย์ที่สอนผม เมื่อครั้งผมเข้าเรียนหลักสูตรนักบริหารงานพัฒนาชุมชนระดับสูง ในโรงเรียนผู้นำ ที่จังหวัดกาญจนบุรี ผมขอเชิญท่านมาบรรยายให้กัลยานมิตรที่กรมการพัฒนาชุมชน ท่านไม่เคยปฎิเสธผมเลยสักครั้ง เมื่อพบกันทุกครั้งท่านจะทักทายผมเสมอว่า เป็นไงอาจารย์สบายดีรึทุกครั้ง วันนี้ผมขอยกประวัติที่ทรงคุณค่าของท่าน มาเป็นบทเรียนเเก่นักศึกษาที่ผมสอนที่มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี ในวิชา ภาวะผู้นำเเละการทำงานเป็นทีม รวมทั้ง เอกพัฒนาชุมชนด้วยเพื่อเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตที่ไม่ประมาทเเละมีคุณค่าขอรับ....โสภณ สุภาพงษ์

                    

นี้คือส่วนหนึ่งของคำบรรยายที่อาจารย์เน้นย้ำเสมอๆ............

    ทุกครั้งที่เครียด ผมจะกลับบ้าน เพราะทุกคนที่บ้านหวังดีกับเราโดยไม่มีเงื่อนไข แต่ถ้ารู้สึกท้อแท้กับสังคมที่เกี่ยวข้อง ผมจะไปพบผู้ใหญ่ที่ดี เอาผู้ใหญ่ที่ดีนั้นเป็นเพื่อนชีวิต ภายใน 1-2 ชั่วโมงจะพบว่าตัวเองมีจิตใจที่แจ่มใสขึ้น มั่นใจกับความดีมากขึ้น การอยู่ท่ามกลางคนที่มีจิตใจเอื้อเฟื้อ เมตตา ไม่เห็นแก่ตัว จะฟื่นตัวและสร้างกำลังใจได้
      เพราะฉนั้นหากหมดกำลังใจ อย่าไปอยู่ท่ามกลางคนที่เห็นแก่ตัว หรือแม้แต่อยู่ท่ามกลางคนที่จิตใจที่เห็นแก่ตัวของตัวเอง เพราะคนที่เห็นแก่ตัวพร้อมจะหาผลประโยชน์จากคนอ่อนแอเสมอ
     หลายปีก่อนผมป่วยด้วยโรคไวรัสเข้าระบบไขสันหลัง เกือบเสียชีวิต แต่ผมรอดมาได้เพราะมีประกันสุขภาพและมีหมอช่วยดูแล ในขณะที่มีมูลนิธิแห่งหนึ่งมีเด็กหญิงวัย 2 ขวบ ถูกส่งตัวมาจาโรงพยาบาลพร้อมกับแม่ที่ยากจน เพราะป่วยจากการขาดสารอาหารระดับ 3 สมองพิการ เธออยู่ที่มูลนิธิได้ประมาณ 8 สัปดาห์ก็ลาจากโลกนี้ไป ผมเป็นโรคที่ควรตายแต่ไม่ตาย ทว่าเด็กคนนี้ โรคเดียวที่เอาชีวิตเธอไปคือความยากจน ความอยุติธรรมยังมีอยู่ทั่วไปในสังคมนี้
      ดังนั้นถ้าเราเข้าถึงความทุกข์ยากของผู้อื่น เมื่อประสบความยากลำบากเราจะไม่สิ้นหวัง เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันน้อยนิดเมื่อเทียบกับผู้ทุกข์ยาก ผมนึกเสมอว่า ถ้าคนจนเจ็บป่วยแบบผมคงต้องตายเพราะไม่มีเงิน ไม่มีหมอ เป็นสติที่ทำให้เราต่อสู้เพื่อปฏิรูประบบส่งเสริมสุขภาพ ระบบประกันสุขภาพสำหรับคนยากจน....ด้วยความรู้สึกว่ามันเป็นหน้าที่ของมนุษย์ ทำหน้าที่ที่เรียกว่าคุณธรรม ที่ต้องทำพื่อผู้ที่ยากไร้กว่า เป็นเรื่องของศีลธรรม ใครจะรู้หรือไม่ ไม่สำคัญ

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=pataree&month=11-2005&date=03&group=7&gblog=4

              

       20 กรกฎาคม พ.ศ. 2541 โสภณ สุภาพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล แมกไซไซ (Ramon Magsaysay Award) สาขางานบริการสาธารณะประจำปี 2541 ซึ่งนับเป็นรางวัลประกาศเกียรติคุณของบุคคลหรือนิติบุคคลผู้สร้างสรรค์งานอันเป็นคุณประโยชน์แก่สังคมในทวีปเอเซีย ก่อนหน้านั้นในปี 2539 เขาได้รับพระราชทาน รางวัลบุคคลดีเด่นแห่งชาติ สาขาพัฒนาเศรษฐกิจ โสภณคือผู้ปลุกปั้นกิจการน้ำมันบางจาก จากที่เคยขาดทุนกว่า 4 พันลานบาท ภายในห้าปีเขาสามารถทำให้บางจากฟื้นตัวได้กำไรคืนมา 5-8 ร้อยล้านบาทต่อปี พร้อมกับการสร้างจุดยืนในด้านสิ่งแวดล้อม สนับสนุนวิถีผลิตแบบชุมชน เศรษฐกิจพอเพียง และเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของกิจการ ภายหลังโสภณพยายามต่อสู้เพื่อบางจากกลายเป็นบริษัทน้ำมันของคนไทยอย่างแท้จริง โดยพยายามผลักดันเสนอขายหุ้นบางจากให้กับประชาชนในสัดส่วน 32 % ปรากฏว่าได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก แต่บริษัทไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะผู้บริหารระดับสูงทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการประจำซึ่งมีอำนาจการตัดสินใจ โดยเฉพาะกระทรวงการคลังและสำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (สพช.) มีความเห็นหุ้นบางจากควรขายให้กับนักลงทุนต่างชาติ เพราะจะได้ประโยชน์เป็นเม็ดเงินจำนวนมากกว่าการขายให้กับคนไทย หลังจากผลักดันนโยบายนี้มาตลอดเวลาหนึ่งปีไม่สำเร็จ โสภณก็ตัดสินใจลาออกในวันที่ 14 มิถุนายน 2542


http://www.intania.com/forum/uploads/Guest/Z85_010_โสภณ.jpg