นอกจากนี้ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้ว่า นวัตกรรม (Innovative) อาจไม่ได้หมายถึงเทคโนลยี คอมพิวเตอร์ ไอที สื่อดิจิตอล เท่านั้น นวัตกรรม อาจหมายถึง กระบวนการสร้างองค์ความรู้ที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรม โดยมีเทคโนโลยีเหล่านั้นช่วยในการอำนวยความสะดวกมากขึ้นเท่านั้น ....

การสนับสนุนการเรียนการสอนในเด็กปฐมวัยกับครูผู้ดูแลเด็ก

            ๒-๓ สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ไปสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จังหวัดลพบุรี เป็นการสอนให้กับคุณครูผู้ดูแลเด็กที่ต้องการเสริมทักษะทางวิชาการ พัฒนากระบวนการเรียนรู้ ต่อยอดการทำงานที่นอกเหนือจากภารกิจที่คุ้นชิน ในวิชา “นวัตกรรมการเรียนรู้”  ในโครงการพัฒนาครูและบุคลากรประจำการทางการศึกษา สาขาการศึกษาปฐมวัย

            นักศึกษาที่มาเรียนเป็นนักศึกษาภาคสมทบซึ่งจะมาเรียนในวันเสาร์ และวันอาทิตย์เท่านั้น เพราะวันจันทร์ ถึงวันศุกร์ นักศึกษาเหล่านี้ก็จะทำหน้าที่สอนหนังสือให้กับเด็กๆ ในโรงเรียนเช่นกัน สำหรับนักศึกษาห้องนี้ (ศูนย์อ่างทอง) เท่าที่พอจะแยกแยะได้มีอยู่ ๒ กลุ่ม คือกลุ่มครูพี่เลี้ยงเด็กที่มาจากหน่วยงานอปท. ทั้งเทศบาล และ อบต. และคุณครูที่มาจากโรงเรียนเอกชน แต่กลุ่มครูผู้ดูแลเด็กที่มาจาก อปท.มีมากกว่าครึ่งห้อง (องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการ งบประมาณ จากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้รับการสนับสนุนด้านการพัฒนาบุคลากร ซึ่งก็คือครูผู้ดูแลเด็ก ให้โอกาสทางการศึกษาแก่ผู้ดูแลเด็กต่อในระดับปริญญาตรี สาขาปฐมวัย เพื่อเพิ่มเติมทักษะ เสริมศักยภาพทางวิชาการ)

            เท่าที่สังเกตุจากทักษะการปฏิสัมพันธ์ของนักศึกษา กับอาจารย์ผู้สอนแล้ว เห็นถึงความแตกต่างของครูผู้ดูแลเด็ก ที่มาจากหน่วยงานอปท. กับคุณครูในโรงเรียนเอกชน ได้ชัดเจน และด้วยหลักสูตรการเรียนการสอนรอบนี้เป็นหลักสูตรแบบเร่งรัด (Intensive course) นักศึกษาและอาจารย์จะได้เจอกันเพียง ๕ คาบเท่านั้น (คาบละ ๓ ชม.) และเอกสารการเรียนการสอนที่อาจารย์ประจำวิชา (ตัวจริง) ทำยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี จึงได้โอกาสขอออกแบบ และปรับการเรียนการสอนกันหน้าห้องเรียนนั้นเลย ...

            ครูผู้ดูแลเด็กจาก อปท.บางคนไม่เคยทำงานชุมชน คุณครูบางคนไม่เคยทำงานวิจัยในชั้นเรียน มีเพียงคน หรือ ๒ คนเท่านั้นที่เคยทำวิจัยหน้าเดียว โดยใช้ปัญหาในการเรียนรู้ของเด็ก (PBL : Problem Based learning ) มาเป็นคำถามในการทำวิจัยหน้าเดียวในครั้งนี้ จะว่าไปก็เหมือนกับ R2R ดีๆ นี่เอง ...

            ดังนั้นจึงตั้งโจทย์บูรณาการทั้ง ๒ เรื่องเข้าด้วยกัน คือ การทำงานวิจัยชิ้นเล็กๆ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน

            หลังจากป้อนข้อมูลในคาบแรกๆ ก็ถึงการประมวลผลกลุ่มนักศึกษา โดยเริ่มจาก BAR : Before Action Review กันในกลุ่มของตัวเอง ได้ผลอย่างไรเอาไปปรับแก้และนำไปทดลองใช้ โดยทั้งกลุ่มจะใช้เวลา ๑ สับปดาห์หลังการเรียนการสอนของพวกเค้าเองลงไปในชุมชนใกล้เคียง ไม่ว่าจะแถวๆ บ้าน หรือแถวๆ โรงเรียนที่ทำงานกันอยู่ซึ่งก็ถือว่าเป็นชุมชนการทำงานของตนเอง ก็แล้วแต่จะออกแบบกันมา ๑ สัปดาห์มานำเสนอกัน

            ๑ สัปดาห์ผ่านไป ก่อนที่นักศึกษาจะขอนำเสนอ ได้แจกกระดาษปรู๊ฟ และสีเทียน กลุ่มละ ๑ กล่องเพื่อทำการ AAR : After Action Review กันเองภายในกลุ่ม ให้ได้รูปแบบการนำเสนอที่แตกต่างไปจากเดิมที่คุ้นชิน โดยขอยืมวิธีการ ของ อาจารย์ ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ มาเป็นเครื่องมือในการแปลผลการวิจัยชิ้นย่อยๆ นี้ของนักศึกษา หรือ วิธีจัดการกับผลการวิจัย (Research Result  Management) นั่นคือ วิธีปรากฏการณ์วิทยา (Phenomenology)

            ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ผ่านการทำงานที่เป็นระบบมากขึ้น ทำให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้ทั้งในกลุ่มกันเอง และการทำงานกับชุมชนที่ซึ่งได้มีส่วนร่วมในการออกแบบและร่วมกระบวนการไปด้วยกัน ...

            นอกจากนี้ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้ว่า นวัตกรรม (Innovative) อาจไม่ได้หมายถึงเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ ไอที สื่อดิจิตอล เท่านั้น นวัตกรรม อาจหมายถึง กระบวนการสร้างองค์ความรู้ที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรม โดยมีเทคโนโลยีเหล่านั้นช่วยในการอำนวยความสะดวกมากขึ้นเท่านั้น ....