การที่ได้สนทนาแลกเปลี่ยนกันกับคุณหนานเกียรติ  และได้พบตัวจริงเสียงจริงกันครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๒ ที่พิษณุโลก  ทานข้าวกัน ๑ มื้อ ต่อมาคุณหนานเกียรติได้คุยถึงเรื่องการจัดค่ายนักเรียนและมีความต้องการจะช่วยเหลือเด็ก ๆ โรงเรียนที่บ้านนอกบ้าง  แล้วความฝันก็เป็นจริง ไปจัดค่ายฯ ที่ ร.ร.วิทยสัมพันธ์ กันไหมครับ... 

            ความสำคัญของการจัดค่ายฯ ครั้งนี้เพื่อบทพิสูจน์ของจิตสาธารณะ  ไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการแต่อย่างใด   และได้รับการสนับสนุนจากเพื่อน พี่ น้องชาว GotoKnow  และองค์การบริหารส่วนตำบลที่พวกเราอยู่  ในความเมตตาอนุเคราะห์  ทั้งนี้โดยคุณหนานเกียรติติดต่อประสานงาน  และวิทยากรทุกท่านให้ความร่วมมือโดยความสมัครใจ

            คณะครูและนักเรียนรู้สึกตื่นเต้น ดีใจกันมาก ๆ พวกเราช่วยกันแบ่งกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ และ ๓ จำนวน ๕ กลุ่มคละกันชายหญิงและระดับความสามารถ  ครูประจำกลุ่มดูแลนักเรียนกลางวันกลุ่มละ ๑ ท่าน  ส่วนกลางคืนกลุ่มละ ๒-๓ ท่าน 

           คณะครูชวนกันนำเต้นท์ไปกางนอนกลางสนามโรงเรียน กินบรรยากาศไปด้วย  ซึ่งตามปกติระยะนั้นที่ผ่านมาทุกปี  อุณหภูมิน่าจะอยู่ระหว่าง ๘-๑๐ องศาในเวลากลางคืน  การนอนเต้นท์ต้องเตรียมตัวให้พร้อม  ครั้งหนึ่งเราเคยได้รับความอนุเคราะห์กิจกรรมนี้ค่ะ๑๐๐.ขอเล่าต่อค่ะ 

          นักเรียนจะถามเกี่ยวกับเรื่องการเข้าค่ายฯ ทุกวัน พวกเด็ก ๆ ได้เตรียมพร้อมในเรื่องอาหารพื้นถิ่น  ที่พวกเขาต้องประกอบอาหารมื้อเย็นกลุ่มละ ๑ อย่างทุกมื้อโดยไม่ซ้ำกัน  วันนี้น้องฝันคนมีฝัน เล่าให้ฟังว่า "แม่ของผมฝึกสอนให้ทำอาหารพื้นถิ่นได้หลายอย่างแล้วครับ  คุณครูคอยชิมนะครับ"  

         ความพร้อมหรือความไม่พร้อม  ขึ้นอยู่กับใจที่อยากจะคิด ใจที่อยากจะทำ ใจที่อยากจะให้ความร่วมมือและเป็นส่วนหนึ่งในความพร้อมนั้น  ส่วนเป้าหมายของความสำเร็จ อยู่ที่การได้ลงมือทำ  ปราศจากอคติ  จับถูกมากกว่าจับผิด  เพราะความจริงมีอยู่ว่า "ผู้ที่ไม่เคยทำอะไรเลย  ย่อมไม่ได้รับการตำหนิติเตียน  หรือเป็นผู้ที่ไม่เคยทำผิด

        คำตอบที่ฉันมีให้คณะคุณหนานเกียรติและทีมงานก็คือ  พวกเรายินดีมากในการมีส่วนร่วม  และถึงพร้อมด้วยความเต็มใจ เพราะเราทำงานเพื่อเด็กและชุมชน  ให้เขาเติบโตเป็นคนดีของสังคม และเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้สังคมเป็นสุข  ตามเจตนารมย์ของผู้จัด  ผู้ปกครองนักเรียนและชาวบ้านในชุมชนของโรงเรียนรอคอย...ค่ะ