สืบเนื่องจากอุ้ยชี้ช่อง เริ่มเรื่องให้เอ๊ะดีมาก

เรื่อง จิตใจเดี๋ยวนี้เปลี่ยนจากระวังรักษาใจไปเป็นตามดูใจค่ะ ถ้ามีสติก็ดูเร็ว เกิดปุ๊บรู้ปั๊บว่าโกรธ ว่าดีใจ เสียใจ กังวล พอรู้ตัวเดี๋ยวอารมณ์ก็หายเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่น …ตามดูใจดีกว่าค่ะครูบา..ใจคนเราเหมือนธงสะบัดปลายตามลมแรง เดี๋ยววูบเดี๋ยววาบ..ตามดูเรื่อยๆ เห็นความไม่เที่ยงแม้แต่ใจตัวเราเอง….”

ผม เองแหละมีจุดด้อยเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เป็นคนที่เอาตัวเองเป็นตัวตั้ง เพราะมีอิสระไม่ได้อยู่ในกำกับของใคร ไม่ต้องขออนุมัติใคร คิดอยากจะทำอะไรก็ลุยเลย ที่ซ้ำร้ายไม่ค่อยขอ-และฟังความเห็นใครเสียด้วย..เนื่องจากทำเร็วความเห็นภายนอกตามมาไม่ทัน ลุยหน้าเดินไปแล้ว ดังนั้นเรื่องขาดตกบกพร่องไม่ต้องห่วง เจอประจำ.. มักจะต้องตามซ่อมแซมสิ่งชำรุดภายหลัง ซึ่งก็ทำได้ไม่มากนัก เพราะมีเรื่องลุกลี้ลุกลนใหม่ๆมากวักมือเรียกอยู่หย๋อยๆ.. ที่ผ่านมาเป็นยังงี้ละครับ ระบบการทำงานแบบสุกๆดิบๆเหมือนลาบก้อยอีสาน คนถิ่นนี้จึงเป็นพยาธิใบไม้ในตับสูงที่สุดในโลก

มาถึงตอนนี้หมดแรงแล้ว ใจเย็นพอที่จะทำอะไรช้าๆ..ผ่อน พักตระหนักรู้อย่างที่ชาวจิตปัญญาเขาว่ากัน เมื่อย้อนกลับมาดูสิ่งรอบๆตัว พบว่าผมมีครูที่ดีมากสอนเรื่องการดูแลใจ รักษาใจ บริบาลน้ำใจให้กันและกัน มีตัวอย่างหลายเข่งอยู่ในสวนป่าแห่งนี้ โดยเฉพาะความรู้ในธรรมชาติ เป็นบทเรียนสดๆร้อนๆ ประทับใจประมาณ10เรื่อง วันนี้ขอเล่าเพียง2กรณีตัวอย่างนะขอรับ

ตัวอย่างที่1

ปีนี้เลี้ยงห่านไว้3ตัว ตัวผู้หนึ่งตัวเมียสอง ต่อมาตัวผู้หายไป เข้าใจว่าอาจจะโดนหมากัด เหลือ2อนงค์นาง 6โมงเช้าจะเดินนวยนาดผ่านหน้าบ้านทุกวัน ..ทำไมต้องเดินโชว์ผ่านประจำให้เห็นก็ไม่รู้นะ..เดินไปก็ร้องไป..เข้า ใจว่าอาจจะคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้กัน เหมือนกับเราไปเที่ยวกับเพื่อนที่ถูกใจกระมัง ต่อมาอนงค์หนึ่งออกไข่ ห่านนั้นหมอบในรังไข่ในแต่ละวันนานมาก แม่ยาหยีเพื่อนรักก็เหงาสิครับ เดินโด่เด่ตัวเดียว ร้องเรียกเพื่อนเสียดังลั่น เมื่อไม่เห็นเพื่อนมา ก็ไปนั่งเฝ้าเป็นครั้งคราว นั่งคอยนานๆก็คงเบื่อ ร้องโหวกเหวกเดินออกไป นานๆก็จะแวะมาชวนเพื่อนอีก

ผมแอบเห็นบางครั้งเพื่อนก็ลุกออกเดินมายืดเส้นยืดสาย

ไปกินหญ้ากินน้ำ

เพื่อนคู่หูก็เร่เข้ามา

อาจจะถามว่า ..

“ทำไมเธอไม่เบ่งไข่เสียที เราจะได้มานั่งกกไข่คุยกันให้สำราญใจไปเลย”

ผมเองก็ลุ้นนะครับ

จะได้แบ่งไข่ห่านมาต้ม

ให้ฟักไปก็เท่านั้นเพราะไม่มีเชื้อ

แต่ก็เห็นใจ เหลือไข่ไว้ให้3ฟอง

ตอนที่แม่ห่านจะออกจากรัง

เธอจะตะกุยขนและเศษใบไม้ปกปิดไข่ไว้มิดชิด

มองเผินๆไม่เห็นไข่หรอกนะ

เหตุการณ์นี้สอนให้รู้ว่า

สัตว์โลกทั้งหลายมีความเอื้ออาทรให้แก่กันอย่างเต็มเปี่ยม

ตัวอย่างที่2

เมื่อปีที่แล้ว เราเอาไข่ไก่ต๊อกมาฟักรวมกับไข่ไก่ป่าและไก่แจ้

เมื่อได้ลูกเจี๊ยบออกมาก็เลี้ยงรวมกัน

จนกระทั้งไก่กลุ่มนี้โตขึ้นๆ

ผมนึกว่าเจ้าไก่ต๊อกจะไปเข้าฝูงคุณต๊อกด้วยกัน

ผิดถนัดครับ ต๊อกตัวนี้เมินเผ่าพันธุ์ได้จะได๋

คุณแจ้กับคุณต๊อกอยู่ด้วยกันแต่อ้อนแต่ออก

ไม่เคยห่างกันเลย

เกาะกันแจไปไหนไปด้วยกินด้วย

ผมกำลังติดตามดูด้วยความระทึกใจ

วันใดที่ไก่แจ้มีคู่ เจ้าต๊อกจะทำอย่างไร

1-ไปอาสาเป็นเพื่อนเจ้าสาว

2-เป็นพี่เลี้ยงลูกไก่

นึกไม่ออกจริงๆว่าในอนาคตความรักระหว่างเผ่าพันธุ์จะเป็นฉันใด

เหตุการณ์นี้สอนให้รู้ว่า

รัก-ชอบ-เสียอย่าง ไม่รู้ละ..ถึงไหนถึงกัน อิ อิ..

คำที่ขอถาม

  1. สัตว์ปีกที่เล่านับถือศาสนาอะไร ทำไมรักใคร่โอบเอื้ออารีกันดีเหลือเกิน
  2. สัตว์เหล่านี้ เรียนรู้อย่างไร ทำไมถึงมีคุณธรรม จริยธรรม เมตตาธรรมสูงมาก
  3. มนุษย์เราจะจำลองวิชาความรู้จากสัตว์เหล่านี้ได้อย่างไร?
  4. คุณเคยกินไข่ห่านต้มแล้วหรือยัง?
  5. คุณเคยเลี้ยงห่านแล้วหรือยัง?
  6. คุณมีเพื่อนที่แสนดีเท่าที่ห่านมีแล้วหรือยัง?

จบข่าว