สวนบูรณะรักธรรม อ.แม่ริม

          มาเล่าต่อตามที่สัญญาไว้   เรื่องไปปรับอ. อารมณ์กับกลุ่มหอยจุ๊บๆ  กลุ่มกบและผู้สนใจอื่นๆ    คราวนี้เราไปเก็บเกี่ยวความดีงามและเติมพลังให้หัวใจ   ตามคำแนะนำของ  อาจารย์อุทัยวรรณ  กาญจนกามล ที่สวนบูรณะรักษ์ธรรม  อ.แม่ริม (สาขาจากวัดดอยเกิ้ง )  โดยพระอาจารย์รัตน์  รตนยาโณ  ซึ่งท่านมีชื่อเสียงมากเกี่ยวกับ  ด้านสมาธิบำบัด  และพลังพีระมิด  

                ที่นี่มีเรื่องราวมากมายที่น่าสนใจ   

            ภาพรอบๆสวนบูรณะรักธรรมอันร่มรื่น

          เช้าอันอบอุ่นอากาศสบายๆของวันเสาร์ที่  21 พฤศจิกายน 2552    ที่ผ่านมา  พวกเรานัดเจอกันที่ศูนย์อนามัยที่  คราวนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากท่าน ผอ.ซึ่งกรุณาให้รถตู้  2  คันไปส่องพวกเราถึง อ.แม่ริม

 พระอาจารย์รัตน์

          องค์ความรู้ของพระอาจารย์เป็นแนวทางของการฝึกปฏิบัติตนเป็น 2 แนวทาง  คือ สมาธิ – วิปัสสนา ตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา   และทางเลือกของสุขภาพที่ท่านอาจารย์ได้คิดค้นขึ้นเองด้วยญาณทัสนะ  มุ่งส่งเสริมการพึ่งตนเองโดยการใช้พลังจิตและพลังพีระมิด    ซึ่งในรายละเอียดจะนำมาเล่าในครั้งต่อไป

 

        ถ่ายรูปร่วมกันเมื่อไปถึงครั้งนี้มีสมาชิกและผู้สนใจไป 30  คน

        พระอาจารย์ให้ความเมตตาเทศนาธรรมให้ด้วย

หลังจากนั้นท่านได้แนะนำให้ทุกคนนั่งสมาธิ

 

          หลังจากนั่งสมาธิไปได้สักพักใหญ่ๆ   ก็ร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน  ซึ่งในครั้งนี้ทางสวนปฏิบัติธรรมได้จัดเตรียมอาหารเจไว้ให้  

ร่วมประทานอาหารด้วยกัน

          หลังอาหารกลางวันได้กลับมานั่งสมาธิกันใหม่ซึ่งท่านอาจารย์สอนวิธีสมาธิ  แบบการใช้พลังจิต  ซึ่งเป็นพลังที่ทุกคนมีอยู่แล้วในร่างกาย  ซึ่งในแต่ละวันพบว่าเราดึงพลังงานนี้มาใช้ในการกิน  หลับนอน สืบพันธุ์   คิดและนึก เพียงแค่ 7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น  ถ้าเรานั่งสมาธิพยายามนำส่วนของพลังจิตที่เหลืออีก 93 เปอร์เซ็นต์ มาใช้   โดยเน้นให้เกิดประโยชน์ในการดูแลสุขภาพตัวเอง  ปลูกฝังให้รู้จักพึ่งตัวเอง  รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมเรื่องความพอเพียง    ถ้าสามารถนำพลังจิตนั้นมารวมเป็นหนึ่งเดียวได้จะเกิดพลังมหาศาลที่จะต่อสู้กับโรคภัยที่มาเบียดเบียน  และยังเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองด้วย 

นั่งสมาธิร่วมกันอีกครั้ง

           ส่วนรายละเอียดว่าทำอย่างไร   คงต้องเข้าไปฝึกปฏิบัติจริงกับพระอาจารย์ก่อน  จึงไม่สามารถนำมาเล่าได้ในตอนนี้   แต่อย่างน้อยที่ได้ในวันนี้...      คือ 

         พระอาจารย์สอนอุบายวิปัสสนากรรมฐาน  ด้วยการเจริญสติให้เห็นอาการเกิด – ดับ เป็นปัจจุบัน  เห็นความไม่เที่ยง (อนิจจัง) ซึ่งเป็นเรื่องปกติของ ขันธ์ 5 ( รูป  เวทนา  สัญญา  สังขาร และวิญญาณ ) ซึ่งทุกคนไม่สามารถยับยั้ง การเกิดขึ้น  ตั้งอยู่และดับไป ( อนิจจัง  ทุกขัง  อนัตตา ) ของขันธ์ 5 ได้   แต่สิ่งที่ทุกคนทำได้ การฝึกให้มีสติรู้เท่าทันสิ่งที่มากระทบในปัจจุบัน 

        ก่อนกลับท่านยังมอบหนังสือและสมุนไพรให้ด้วยในภาพให้ปะป๊าน้องปั๊มเป็นตัวแทนถวายปัจจัยและกราบลาท่านอาจารย์

          โอกาสหน้าจะพยายามหาโอกาสมาเล่าเรื่อง  "วันสิ้นโลก 2012  เกิดขึ้นอย่างไร" ...รออ่านนะคะ

          และสุดท้ายต้องขอบคุณพี่ตุ้มพี่สาวที่แสนดีที่เป็นธุระให้พี่ๆน้องๆได้มีโอกาสไปพบเรื่องราวดีๆแบบนี้

ขอบคุณค่ะ