ใครที่คิดจะสวนนายให้ได้ผล ต้องต้งฟังนายให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งก่อนครับ
บันทึกนี้เขียนเรื่องจริงจาก จากการประชุมครั้งหนึ่ง ผู้เข้าประชุมท่านหนึ่ง สวนกลับประธานในที่ประชุม ประโยคต่อประโยคครับ ท่านประธานก็เป็นคนอารมณ์ดีครับ พูดยิ้มๆว่า "คุณนี่ เถียงคำไม่ตกฟากเลยนะ คุณฟังผมยังไม่รู้เรื่องเลย คุณก็เถียงซะแล้ว"
ผมนั่งอยู่ด้วย งานนี้ ผมว่าคนเถียงก็เถียงคำไม่ตกฟากจริงๆครับ
การที่จะสวนนาย ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ครับ ศาสตร์ที่สำคัญ คือ ศาสตร์ว่าด้วยการฟังครับ
ก่อนจะสวนนาย ต้องฟังอย่างลึกซึ้งให้เข้าใจไปถึง I in you
การฟังให้ลึกแบบแบบ I in you จะทำให้เข้าใจได้ว่าสิ่งที่นายพูด หนักไปทางอารมณ์ หรือ เหตุผล
จากประสบการณ์ของผมนะครับ ร้อยละ 80 นายมักจะพูดที่หนักไปทางอารมณ์ (จากการประเมินของผมเองนะครับ อาจจะไม่ใช่ก็ได้)
เมื่อนายพูดหนักไปทางอารมณ์ เราก็มีหน้าที่นั่งฟังครับ ถ้าจะให้ดูดีก็พยักหน้ารับเสียหน่อย ประเดี๋ยวนายก็เปลี่ยนเรื่องพูดไปเอง โดยไม่ต้องไปถามไม่ต้องเถียง ให้ฟังเพียงอย่างเดียว ถึงแม้จะไม่เห็นด้วยหรือไม่น่าจะเป็นอย่างที่นายพูดก็ตาม
จะสวนนายได้ ก็ต่อเมื่อแน่ใจจริงๆ ว่าสิ่งที่นายพูดนั้น เป็นการพูดในเรื่องของเหตุผลล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับอารมณ์ ถ้านายพูดแบบนี้ ถ้าเราต้องการสวน ก็สวนไปได้เลยครับ แต่ต้องสวนแบบนิ่มๆนะครับ นายก็จะรับฟังเรา
ผมเองถูกประธานในที่ประชุมตำหนิเอาหนักๆ แรงๆ จนหน้าชาหลายครั้ง ก็ต้องฝืนหน้ายิ้มนั่งนิ่งรับฟัง พร้อมกับพยักหน้างึกงักไปตามเรื่อง เพราะทำใจแบบ I in you ว่า ประธานในที่ประชุมพูดไปเพราะต้องการระบายอารมณ์ ผมก็ยอมทนเป็นกระโถนให้ท่าน
แล้วผลการประชุมก็จะออกมาราบรื่นครับ
ที่เขียนมาทั้งหมด ไม่เกี่ยวกับการ "เรียบร้อยสงบสยบยอม" นะครับ แต่เป็นเรื่องของการฟังให้เข้าใจ และ ใช้จังหวะที่เหมาะสมในการแสดงเหตุผลของเราเอง
ถ้ายังไม่แน่ใจในการฟังของเรา อย่าเพิ่งสวนครับ อย่างน้อยก็เรียบร้อยสงบสยบยอมไปก่อนครับ จนกว่าจะแน่ใจว่าถึงตอนใช้เหตุผล ถึงค่อยชี้แจงไปด้วยความนิ่มนวล
ขอบคุณท่านอาจารย์ ขออนุญาตแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
สวัสดีค่ะ
รับฟังเหตุผลก่อนจะพูดอะไรออกไปเป็นดีที่สุดค่ะ
ขอบคุณค่ะ^___^
การฟังอย่างเปิดใจกว้าง..ทำให้ "รู้เขา..เพื่อรู้เรา" นะคะ..ขอบคุณค่ะ..
คุณณัฐวรรธน์ครับ
* การฟังแบบ I in you ต้องฟังให้ได้ยินไปถึงอารมณ์ครับ บางทีที่พูดมาฟังดูเหมือนเป็นเรื่องเหตุผล แต่ความจริงเป็นเรื่องของอารมณ์ครับ
* จะฟังอารมณ์ให้ออกต้องหมั่นสังเกตคนให้มากๆครับ ดูสีหน้า แววตา ท่าทาง ที่เขาพูด พยายามจับให้ได้ว่าเขาพูดด้วยอะไร
* ผมว่าถึงแม้พูดคนละที พูดจบก่อนจึงโต้ตอบได้ แต่ว่าถ้าฟังไม่ออกว่าเป็นอารมณ์หรือเหตุผล สมมติว่าเขาพูดหนักไปทางอารมณ์ เมื่อพูดจบแล้ว เราไปโต้ตอบด้วยเหตุผล การสนทนาก็จะไม่ราบรื่นครับ เพราะเขาต้องการให้เข้าใจเขาแบบ I in you แต่เราไปเข้าใจเขาแบบ I in it
* เรากำลังเข้าใจท่าน..แล้วท่านก็จะรู้สึกดีขึ้น เป็นการประคับประคองสภาพจิตใจท่านทางอ้อม
ถูกต้องแล้วคร้าบบบบ....
* จังหวะที่เหมาะสมมีแค่20%เองนะครับจะรอไหวหรือ
* ได้มาสัก 20 ผมว่าก็ยังดีนะครับ ต้องใช้ในส่วน 20 ที่ได้มาอย่างประหยัดและคุ้มค่าครับ
ขอบคุณมากครับ
นอกจากฟังเหตุผลแล้ว ลองฟังอารมณ์ดูบ้างนะครับ
ฟังอย่างเปิดใจกว้าง แล้วจะได้อะไรหลายๆอย่างครับ
ขอบคุณมากครับ
I in you ,I in it
ต้องฝึกอย่างหนักเลยค่ะ
ขอบคุณค่ะอาจารย์
* จากที่ประชุมอบรมเรื่องการให้คำปรึกษา ผมเข้าไปสังเกตุการณ์วงหนึ่ง ประมาณ 10 คน อาจารย์ที่เป็นวิทยากร ให้คนหนึ่งเล่าปัญหา ที่เหลือฟัง และ เป็นผู้ให้คำปรึกษา
* ที่เหลือทั้ง 9 คน ให้คำปรึกษาแบบ "สอน" แบบ "แนะนำ" หมดเลยครับ
* อาจารย์ฌฉลยมาว่า ทั้ง 9 คน "ผิด" หมดเลย เพราะเขาต้องการระบายอารมณ์ให้ฟัง ให้คนอื่นฟังแล้วเข้าใจในตัวเขา ไม่ใช่ให้มาสอน หรือ มาแนะนำเขา
* และอาจารย์ก็สรุปว่าการฟังของพวกเราในวันนี้(ประมาณ 70 คน) ส่วนใหญ่ I in it ยังไปไม่ถึง I in you (หลายคนยังไปไม่ถึง I in it ก็มีครับ)
* นี่ยังไม่ได้พูดถึง I in now เลยนะครับ
ขอบคุณครับ
ท่านอาจารย์
* จากการหมั่นสังเกต และ จากประสบการณ์ ก็จะทำให้พอรู้ได้ครับ ว่าพูดด้วยอารมณ์ หรือ เหตุผล ที่สำคัญ ต้อง "ฟังเสียงภายใน" ตัวเราเองด้วยครับ อย่าให้เสียงภายในมาเป็นตัวตัดสิน
ขอบคุณครับ
ลองรับฟังนายอย่างเข้าใจ..ขณะที่นายพูดๆ บ่นๆ
(เป็นอย่างนั้นจริงๆครับ เพียงแต่ว่าเราต้อง "ยอมทน" เป็นกระโถนให้นายสักหน่อย)
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
ได้รับสาระดี ๆ ค่ะ
ครูอิงเคยมีประสบการณ์สวนนายค่ะ
กับคำพูดที่ว่า "นายถูกเสมอ" บางครั้งก้ไม่เสมอไปค่ะ
ถ้าเรามีวิธีการ มีเหตุผลที่เพียงพอ อ่านใจนายให้ออก
เถียงกันหน้าดำหน้าแดง สุดท้ายนายยอมรับ และเรากลายเป็นคนที่นายไว้ใจที่สุด
เพราะบังเอิญเถียงได้ถูกใจนาย เพราะนายบอกว่า "ไม่เคยมีใครกล้าแบบนี้มาก่อน" คุณนี่แหละ คุณแน่มาก ตรงดี ผมชอบ
จากนั้นนายมีอะไร นายก็จะมาคุย กับเราเสมอ ๆ ทำนองว่า คุยกันถูกคอ
" รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครา" 55+
ขอบพระคุณค่ะท่านรอง
สวัสดีค่ะ ท่านSmall Man
ขอปรับเปลี่ยนมาใช้ในห้องเรียนนะค่ะ I in You...........
ขอบคุณครับที่ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
I in you ไปใช้กับเด็ก ก็ดีมากเลยครับ เดี๋ยวนี้ เด็กมีปัญหา จะปรึกษาดีเจ ครับ เพราะพ่อแม่ไม่ฟังเขา ครูก็ไม่ฟังเขา ครูนอกจากไม่ฟังแล้วยังชอยสอนครับ เด็กเขาต้องการคนฟังครับ ฟังเขาให้เข้าใจแล้วยอมรับเขา (เรียกว่าฟังแบบ I in you) เขาไม่ต้องการคนสอน
ขอบคุณครับ