รศ.ดร.ปราณีต โอปณะโสภิต ได้รับรางวัล TRF-CHE-SCOPUS Young Researcher Award 2009

          โดยมีคำสดุดี ดังต่อไปนี้

 

รองศาสตราจารย์ ดร.ปราณีต โอปณะโสภิต
ภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
เรื่อง นาโนเทคโนโลยีสำหรับนำส่งยาหรือสารชีวภาพสู่เป้าหมาย

1. ประวัติส่วนตัว
          รองศาสตราจารย์ ดร.ปราณีต โอปณะโสภิต สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เภสัชศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) จาก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในปี พ.ศ. 2535 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท เภสัชศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเภสัชอุตสาหกรรม จากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2538 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาเภสัชศาสตร์ จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ในปี พ.ศ.2545 ได้รับทุนการศึกษาและทุนวิจัย ดังนี้

1. ทุนโครงการพัฒนามหาวิทยาลัย (UDC) ศึกษาระดับปริญญาโท ปี พ.ศ. 2535-2538
2. ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น ศึกษาระดับปริญญาเอก (Monbusho scholarship) ปี พ.ศ. 2541-2545
3. ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น ศึกษาวิจัยหลังปริญญาเอก (Postdoctoral Research JSPS scholarship) ปี พ.ศ. 2546-2547
4. ทุนวิจัยจากสำนักงานสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้แก่ ทุนพัฒนาศักยภาพในการทำงานวิจัยของอาจารย์รุ่นใหม่ ปี พ.ศ. 2547-2549 และ   ปี พ.ศ.2550-2552 ทุนวิจัยพื้นฐานแบบกำหนดทิศทาง ”นาโนศาสตร์และนาโนเทคโนโลยี” ปี พ.ศ. 2551-2554 และโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก รุ่น 10 -11
5. ทุนวิจัยจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2548 - 2550
6. ทุนวิจัยจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2549 - 2551 และ ปี พ.ศ. 2552 - 2554

2. ผลงานวิจัยโดยสรุป
          ปัจจุบันประเทศไทยยังต้องพึ่งพายานําเข้าจากต่างประเทศอยู่มาก อุตสาหกรรมผลิตยาภายในประเทศส่วนใหญต้องนำเข้าวัตถุดิบจํานวนมากจากต่างประเทศหรืออาศัยเทคโนโลยีการผลิตจากต่างประเทศ ยังไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเต็มที่ แนวทางหนึ่งในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในด้านอุตสาหกรรมยา คือ การเลือกใช้วัตถุดิบที่ผลิตได้เองภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุดิบที่ผลิตจากวัสดุชีวภาพ (biomaterials) หรือพอลิเมอร์ธรรมชาติ เนื่องจากประเทศไทยมีความได้เปรียบในเรื่องของแหล่ง ของวัตถุดิบที่นํามาใช้ผลิตพอลิเมอร์ธรรมชาติ เช่น เปลือกกุ้ง กระดองปู จากอุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูป ให้เป็นวัสดุชีวภาพเพื่อใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยา รวมถึงการประยุกต์ใช้ทางเภสัชกรรมและการแพทย์
          งานวิจัยจึงมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและการแพทย์ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบนำส่งยาสำหรับนำส่งยาที่มีฤทธิ์ในการรักษาโรค แต่มีข้อจำกัดเรื่องคุณสมบัติในการละลายน้ำต่ำ ทำให้ตัวยาถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้น้อยเมื่อให้ยาโดยการรับประทาน เช่น กลุ่มยารักษาโรคมะเร็ง ยาที่ได้จากเทคโนโลยีชีวภาพ เช่น ยาเพปไทด์ โปรตีน ยีน หรือ siRNA ซึ่งมีปัญหาทั้งด้านความคงตัวและการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ยาเหล่านี้มีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาระบบนำส่งยาที่มีประสิทธิภาพ สามารถเพิ่มการละลายของยา ป้องกันการทำลายยาโดยเอนไซม์ในร่างกาย และยังสามารถนำส่งยาแบบเฉพาะเจาะจงไปยังอวัยวะเป้าหมายที่เป็นโรคได้ ทำให้เพิ่มฤทธิ์ในการรักษา เป็นการลดขนาดยาและความเป็นพิษหรือลดอาการข้างเคียงอันเนื่องจากการใช้ยาได้ งานวิจัยเริ่มต้นจากการสังเคราะห์พอลิเมอร์หรือดัดแปลงโครงสร้างทางเคมีของพอลิเมอร์ที่ได้จากธรรมชาติ เช่น ไคโตซาน เพื่อให้สามารถใช้พอลิเมอร์เหล่านี้ในการเตรียมระบบนำส่งยาโดยอาศัยหลักการของนาโนเทคโนโลยีในการเตรียม เช่น ใช้หลักการของการเตรียมลิโพโซม การเตรียมพอลิเมอริกไมเซลล์ ลิปิดอิมัลชัน ไอออนโทรปิคเจลเลชัน และ อิเล็กโตรสปิน เป็นต้น เพื่อให้ได้ระบบนำส่งยาที่มีขนาดเล็กระดับนาโน สามารถกักเก็บยาไว้ภายในโครงสร้างหรืออนุภาคนาโน นอกจากนี้ยังศึกษาปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการเตรียม การรวมยาไว้ภายในอนุภาค การปลดปล่อยยา ความคงตัวของยา ปฏิกิริยาต่อกันระหว่างตัวยากับพอลิเมอร์ คุณสมบัติทางกายภาพฟิสิกส์ของโครงสร้างหรืออนุภาคนาโนที่เตรียมได้ เมื่อได้ระบบนำส่งยาที่ดีมีความคงตัวทั้งทางกายภาพและเคมีแล้ว นำระบบนำส่งยาเหล่านี้มาทดสอบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของผลิตภัณฑ์ที่เตรียมได้และความเป็นพิษในเซลล์เพาะเลี้ยง นอกจากนี้ยังได้ศึกษาความคงตัวของผลิตภัณฑ์ รวมถึงปัจจัยที่มีผลต่อการเพิ่มความคงตัว เช่น การทำให้ผลิตภัณฑ์อยู่ในรูปผงแห้งโดยใช้กรรมวิธี Freeze dry และการปรับปรุงสูตรตำรับเพื่อให้เหมาะสมกับการบริหารยาเข้าสู่ร่างกาย

3. ปัจจัยที่ส่งเสริมให้งานวิจัยประสบความสำเร็จ
          ปัจจัยส่งเสริมที่สำคัญมาจากการได้รับการสนับสนุนการทำวิจัยจากคณะต้นสังกัด ทั้งด้านสถานที่ และวัสดุอุปกรณ์ในการทำวิจัย รวมถึงความร่วมมือของทีมวิจัยทั้งอาจารย์ในคณะและความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและนักวิจัยจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ตลอดจนนักศึกษาและผู้ช่วยวิจัยทุกคนที่ทุ่มเทแรงกายและแรงใจทำงานเต็มที่ นอกจากนี้ปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างคือ เงินทุนวิจัยจากแหล่งทุนต่างๆ ทั้ง สกอ.-สกว. งบประมาณแผ่นดิน ทุนวิจัยจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ และทุนวิจัยจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ

4. การใช้ประโยชน์ของงานวิจัย
          งานวิจัยที่ทำเสร็จแล้วและกำลังทำอยู่นั้นส่วนใหญ่จะเป็นงานวิจัยความรู้พื้นฐาน ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ให้ครบวงจร เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ยารูปแบบใหม่ๆ ออกสู่ท้องตลาดต่อไป และในฐานะนักวิจัยในสถาบันการศึกษาซึ่งมีภาระกิจทั้งการสอนและวิจัย การได้ถ่ายทอดความรู้และฝึกบุคคลากรทางเภสัชศาสตร์ให้มีประสบการณ์การทำงานวิจัยทั้งด้านทักษะ และที่สำคัญคือ กระบวนการคิด ตั้งโจทย์และแก้ปัญหา เพื่อเป็นกำลังคนด้านวิจัยสำหรับทำงานในอุตสาหกรรมยาในประเทศต่อไป นับเป็นอีกคุณค่าหนึ่งที่เกิดจากงานวิจัย นอกจากนี้การมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ ก็เป็นการแสดงศักยภาพในการทำวิจัยของนักวิจัยไทยซึ่งไม่ด้อยกว่านักวิจัยในต่างประเทศ

วิจารณ์ พานิช
๗ พ.ย. ๕๒
 

 

 รองศาสตราจารย์ ดร.ปราณีต โอปณะโสภิต เข้ารับรางวัลฯ