(แนวทางกู้วิกฤตของสังคมไทย (เริ่มจากตัวเอง) ของท่านอาจารย์หมอประเวศ) จากเรื่องเดิม ท่านอาจารย์หมอประเวศ วะสี ได้กล่าวถึง"วิธีทำลายกำแพงสกัดกั้นศักยภาพมนุษย์" มี ๖ ข้อ จากแนวความคิดนี้ ผมลองนำมาสู่ภาคปฏิบัติโดยนำมา "สอนแบบไม่สอน" นิสิตในวิชาการเลี้ยงผึ้ง (Apiculture) ประมาณ ๓ รุ่นที่ผ่านมา จึงขอนำประสบการณ์วิธีปฏิบัติมาเล่าสู่กันอ่านเป็นตอนๆ ใน series นี้ เป็นการลิขิตเพื่อการค้นคว้าในอนาคตครับ
การเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นมนุษย์
คนเป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง คำว่า "คน" มีความหมายอย่างหนึ่งว่า "กวนให้ขุ่น" ในความหมายทั่วไป คนกับมนุษย์ นั้นคือสัตว์ชนิดเดียวกัน แต่มนุษย์จะต่างกับคนทางด้านจิตใจเพราะมนุษย์แปลว่าผู้ที่มีจิตใจสูง หมายถึง มนุษย์จำเป็นต้องมีคุณธรรมขั้นพื้นฐานที่ทำให้แตกต่างจากสัตว์ ความมีจิตใจสูง จึงเป็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ หรือเป็นหัวใจของความเป็นมนุษย์ นั่นเอง
มนุษย์ทุกคนจึงมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีคุณค่า และมีศักยภาพในตัวเอง นี่คือสัจธรรมพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในสังคมมนุษย์ ความเป็นมนุษย์ จึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงสุด ปัญหาต่างๆ ของบ้านเมืองแก้ไม่ได้ด้วยการขาดศีลธรรม แต่จะแก้ได้ด้วยศีลธรรมขั้นพื้นฐาน คือ การเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ทุกผู้ทุกนามอย่างเท่าเทียมกัน
คำภาษาอังกฤษที่ผมยกมาเทียบเคียงกับคำว่า "การเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นมนุษย์" มีอยู่ ๒ คำ ครับ คือ คำว่า "Mutual trust" และ "Respect for People"
Mutual trust แปลความหมายว่า "ความเชื่อถือซึ่งกันและกัน" เป็นความหมายที่ดูอาจจะแคบ แต่ก็เป็นเรื่องพื้นฐานของการอยู่ร่วมกัน มักพบคำนี้ใช้ในแวดวงธุรกิจ ส่วนคำ Respect for people ดูจะมีความหมายที่กว้างกว่า ใช้ได้ทั่วไป เป็นการยอมรับนับถือซึ่งกันและกันในสังคมไทย เช่น การเคารพในผู้สูงอายุเป็นต้น
กิจกรรมที่ผมใช้สร้าง Mutual trust ให้กับนิสิตนักศึกษา มักจะเน้นการสัมผัสแตะต้องกันก่อน และขั้นที่สูงขึ้นคือ มีการกอดกัน.. คนเราถ้าสามารถกอดกันได้อย่างจริงใจไม่เสแสร้ง แสดงถึงความไว้วางใจกันอย่างที่สุดแล้ว
อานิสงส์ของการกอดเป็นอย่างไร ลองค้นมาให้ดูกัน <ที่นี่>
ผมใช้กิจกรรมร้องเพลงพร้อมท่าเต้น "สวัสดี" ซึ่งวิธีนี้ได้มาจากท่านอาจารย์หมอจิตเจริญ หรือ ท่านอาจารย์ JJ เนื้อร้องเพลงสวัสดีมีดังนี้
"สวัสดีวันนี้มาพบกัน สุขใจพลันทั้งฉันและเธอ
หลั่นลันลา ลั้นลา ลันลาลา หลั่นลันลา ลั้นลา ลันลาลา"
ส่วนจินตลีลาประกอบเพลง ก็มีการ "ยกมือสวัสดี" แบบไทย "จับมือสวัสดี" แบบฝรั่งไม่สนิทกัน และ "กอดกันสวัสดี" แบบฝรั่งที่สนิทกัน...ครับ
ความสุขสนุกสนาน เกิดตอนได้ "ท้าวเอวหมุนรอบตัวเอง" และ ได้คล้องแขนขวา-ซ้ายกับเพื่อน กับได้หมุนไปหนึ่งรอบ..อิอิ
พอจบเพลงก็เอามือแตะไหล่คุยกัน ทำให้เกิดการสัมผัสแตะต้อง และถ้าสนิทกันดีก็จะมีการกอดกัน
พอเกิดความไว้วางใจหรือไว้เนื้อเชื่อใจในระดับหนึ่งแล้ว เราก็ทำกิจกรรม World cafe นั่งคุยกันเป็นกลุ่ม จำนวนคนในแต่ละกลุ่มจะน้อยกว่าจำนวนกลุ่ม เช่น คน ๒๔ คน เราจะแบ่งเป็นกลุ่มละ ๔ คน จำนวน ๖ กลุ่ม แบ่งเป็น ๓-๔ รอบ แต่ละรอบจะมี host หนึ่งคนถ่ายทอดเรื่องราวให้คนที่เข้ามาใหม่ได้รับรู้ว่า ที่กลุ่ม (เดิม) กำลังคิดอะไรกันอยู่
หลังจากนั้นอาจให้ดูหนัง และทำการวิเคราะห์หนังร่วมกันเป็นกลุ่ม เรียกว่า Movies Analysis ตามหัวข้อที่กำหนด ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยสร้าง Team learning ดังหัวข้อต่อไปนี้
-
ความรักและสามัคคีภายในกลุ่ม
-
ความเป็นผู้นำและผู้ตามภายในกลุ่ม
-
ฯลฯ
ส่วนกิจกรรม Respect for people นั้นได้จากกิจกรรมต่างๆ ภายในห้องเรียน แต่ที่นิสิตเห็นชัดที่สุดคือตัวอย่างทางปฏิบัติจากผู้สอนที่ผู้เรียนสามารถสัมผัสได้ว่า "มี Respect กับนิสิตนักศึกษาหรือเปล่า"
ผู้สอนต้องไม่แสดงกิริยา ที่ส่อว่าเป็นการต่อว่านิสิตในเรื่องต่างๆ เพราะมีความเคารพในตัวผู้เรียน ผู้สอนจะนำแต่สิ่งที่เป็นตัวอย่างดีๆ ของผู้เรียนมาชื่นชม ส่วนตัวอย่างที่ไม่ดี ไม่ต้องพูดถึง ไม่ต้องบอก ไม่ต้องสอน ผู้สอนต้องสอนในเรื่องที่ถูกต้อง สิ่งที่ไม่ถูกต้องผู้เรียนจะเรียนรู้ได้เองโดยไม่ต้องสอน (วาทะครูสมพร แซ่โค้ว)
สำหรับบันทึกเรื่อง "การเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นมนุษย์" ขอจบลงเพียงเท่านี้ครับ
![]() |
|
มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์ |

ขอบพระคุณสำหรับความรู้ครับ
อ.โย
มนุษย์ก็คือสัตว์ครับ แต่การที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์ สติ และปัญญา ปัจจุบันคนเราเริ่มกลับกลายและใกล้กลับไปสัตว์อีกครั้งแล้วครับ เนื่องจาก ระดับจิตใจ สติ และปัญญาตกต่ำ และขาดหลักยืน หลงอยู่ในพวังความเป็นโลกาภิวัฒน์ และกิเลศ ขอบคุณมากครับสำหรับแนวความคิด และเรื่องราวที่จะช่วยยกระดับความเป็นมนุษย์ และการเคารพในความเป็นมนุษย์ให้เกิดมีมากยิ่งขึ้น