"เรารู้ว่าเส้นทางนี้มันยาก เราก็บอกตั้งแต่แรกแล้ว แต่เราเคยปล่อยให้ตัวเองเดียวดายไหม"
วันหนึ่งตั้งแต่หนูปวารณาตนเป็นศิษย์ของครู เพื่อเข้าสู่เส้นทางการฝึกฝน
  

ครูก็เริ่มเข้มงวดกับหนูมากขึ้น เอาใจใส่หนูมากขึ้นแบบถี่ยิบ ท่านใช้กุศโลบายมากมาย เพื่อสอนหนู แต่หลายครั้งหลายครา สติปัญญาหนูก็น้อยนิด หนูโง่นั่นเอง มองไม่เห็นเจตนาที่งดงามของครู คอยคิดแต่ว่า ครูดุ ครูด่า ครู คอยจับผิด หารู้ไม่ว่า ท่านยิ่งชี้ที่ผิด ตนเองยิ่งเจริญขึ้น กลับคอยเพ่งโทษครูบาอาจารย์ จนครั้งหนึ่งเอ่ยกับท่านว่า

"หนูเหนื่อย หนูไม่มีกำลังใจ หนูทำอะไรก็ผิดทุกที"

แหนะ มองเห็นตนเองคร่ำครวญด้วยจิตชั่วก็เหนื่อยแทนครู เพราะหนูพูดไปร้องไห้ไป แต่คำพูดหนึ่งของครูประทับลงในใจว่า

"คิดว่าพี่ไม่รู้เหรอ ว่าเราเหนื่อย ว่าเราท้อ เราอยากจะเลิก"
"พี่ไม่มีกำลังใจให้คนไม่ตั้งใจ"

ครูพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตอนนั้นหนูรู้สึกสะเทือนใจ เหมือนโดนจี้ใจดำว่าอยากเลิก แล้วครูก็สอนต่อว่า

"เรารู้ว่าเส้นทางนี้มันยาก เราก็บอกตั้งแต่แรกแล้ว แต่เราเคยปล่อยให้ตัวเองเดียวดายไหม"

"ไม่ค่ะ"

"นั่นซิ ต่อไปจะเจอยากขึ้นกว่านี้ ต้องใช้ความอดทน และสติปัญญาให้มาก ๆ"

 

พอฟังคำพูดของครูทำให้หนูรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมา วันนั้นท่านรู้สึกเหนื่อยและหมดแรงกับการที่ต้องรบกับกิเลสของหนู ท่านเหนื่อยครั้งแล้วครั้งเล่าก็อย่างที่ท่านบอกไว้ว่า

 

ท่านไม่เคยทอดทิ้งให้หนูเดียวดาย

 

แท้ที่จริงแล้ว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ครูให้กำลังใจหนูเสมอมาและตลอดเวลา แต่จิตชั่ว ๆ ของหนู มันมืดบอดมองไม่เห็นความงดงาม น้ำใจที่บริสุทธิ์ที่ครูรดรินมาให้ไม่ขาดสาย แต่ตอนนี้เดี๋ยวนี้ สิ่งที่ครูเพียรสอนหนูมาอย่างอดทน งอกเงยและงดงามในใจ ครูสอนให้หนูเข้มเเข็งและพึ่งตนเองให้ได้ ไม่ต้องพึ่งครู ทุกครั้งที่ทำดี หรือ ระลึกถึงท่าน หนูจะเบิกบานและพร้อมจะเผชิญทุกสิ่งค่ะ

กราบขอบพระคุณครูค่ะ