เราเห็นคนอื่นเป็น “เพื่อนร่วมทุกข์” แล้วหรือยัง? ถ้ายังก็ต้องกลับมาตั้งต้นที่จุดนี้ เพราะนี่เป็นจุดที่สำคัญ
เมื่อวานนี้ผมเพิ่งไปดูหนังเรื่อง “2012 วันสิ้นโลก” มา เพราะว่าสนใจประเด็นคำทำนายเหตุการณ์ในปี ค.ศ. 2012 อยากจะรู้ว่าเขาจะเอามาทำหนังได้อย่างไร? ดูแล้วก็นึกในใจว่า “หนังก็คือหนัง” ผู้สร้างมีเป้าหมายอยู่กับการสร้างรายได้ ต้องทำให้ “ภัยพิบัติ” เป็นสิ่งที่ตื่นเต้นเร้าใจ ต้องผูกให้เหตุการณ์ไปเกี่ยวข้องกับตัวละคอน แต่สิ่งที่สะท้อนใจผมหลังจากการชมภาพยนต์เรื่องนี้ หาใช่ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นกับโลกแต่อย่างใด
ผมกลับมองไปว่า “ภัยพิบัติ” ที่น่ากลัวนี้กำลังเกิดขึ้นกับเราตลอดเวลา กำลังเกิดขึ้นในทุกขณะ ทุกวี่ทุกวันในร่างกายในจิตใจของเรา บางครั้งก็เป็นเรื่องเศร้าที่ทำให้เราต้องพลัดพรากจากกัน หลายครั้งก็เป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นมาในใจ แต่ก็ทำให้หลายคนกลายเป็นคนที่หมดอาลัยในชีวิต อยู่อย่างสิ้นหวัง อยู่อย่างไร้พลัง ใช้ชีวิตไปวันๆ
สิ่งสำคัญก็คือ ถ้าเราเห็นว่าคนเราล้วนแต่ต้องประสบกับภัยพิบัตินี้ด้วยกันทั้งนั้น บางท่านอาจจะประสบกับร่างกายหรือบางท่านก็เกิดขึ้นมาในจิตใจ มากบ้างน้อยบ้าง หนักบ้างเบาบ้าง เรานี้ไม่ได้แตกต่างกันเลยเมื่อมองไปที่เรื่องทุกข์ที่ทุกคนต่างก็ต้องประสบ เราต่างก็เป็น “เพื่อนร่วมทุกข์" กัน ประเด็นอยู่ตรงที่ว่าเราสามารถเห็นทุกข์ที่มีอยู่ในตัวผู้อื่นนั้นหรือไม่ เราเห็นทุกข์ที่มีอยู่ในเราเองหรือไม่ แต่จะต้องเป็น "การเห็นด้วยใจ” มิใช่แค่ใช้ “ความคิด” คิดเอาเท่านั้น
หากเป็น “การเห็นที่แท้จริง” สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปก็คือ เราคงไม่ต้องการจะไป “เพิ่มทุกข์” ให้ใครอีกต่อไป ผมเชื่อว่าถ้าเป็น “การเห็น” ที่แรงพอ เราคงจะทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามด้วยซ้ำไป คือนอกจากจะไม่ไปสร้างทุกข์ให้ใครแล้ว ในใจคงต้องการจะทำให้ผู้อื่นมีความสุขมากขึ้นอีกด้วย เมื่อใดก็ตามที่ได้รับโอกาสที่จะทำให้ใครมีความสุขได้ ก็คงจะใช้โอกาสเหล่านั้นทำไปอย่างเต็มใจ ทำไปอย่างเต็มที่ โดยไม่รีรอ แต่ข้อสำคัญที่จะต้องไม่มองข้ามก็คือตัวเราเองต้องไม่รู้สึก “ทุกข์ทรมาน” ไปกับการกระทำเหล่านั้นด้วย
ทุกท่านคงเคยได้ยินคำสอนที่
พร่ำบอกว่าให้เราเป็น “ผู้ให้” ผมคิดว่าก่อนอื่นจะต้องถามใจเราก่อนว่า “เราพร้อมที่จะให้ไหม? ให้แล้วเรามีความสุขหรือไม่?” ถ้าให้แล้วเราทุกข์แสดงว่าเราน่าจะยังไม่พร้อม คงต้องย้อนกลับไปที่มุมมองของเราก่อนว่าเราเห็นคนอื่นเป็น “เพื่อนร่วมทุกข์” แล้วหรือยัง? ถ้ายังก็ต้องกลับมาตั้งต้นที่จุดนี้ เพราะนี่เป็นจุดที่สำคัญ หากเราเห็นได้เช่นนั้น แล้วจึงค่อยหันมาสู่การกระทำของเรา โดยยึดหลักการที่กำหนดไว้อย่างมั่นคงในใจว่า “จะไม่เพิ่มทุกข์ให้ใคร และจะไม่ทุกข์เพราะใคร” อีกต่อไป !!
สวัสดีครับ เรื่องราวที่ผ่านการคิดและพิจารณามาแล้วว่าน่าจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน เราจะทำอย่างไรกันหนอ?
มาเยี่ยมค่ะ
ได้ความรู้มาก
ขอบคุณค่ะ
เจริญพร ท่านอาจารย์
อาตมามหาหรรษา มหาจุฬาฯ มาเยี่ยมเยียน และติดตามอ่านงาน เป็นแนวคิดที่น่าสนใจมาก และหวังว่าทุกคนคงได้ประโยชน์จากงานเขียนนี้
นมัสการพระคุณเจ้า . . . ท่านมหาหรรษา . . . ที่ท่านเข้ามาให้พร
ขอบคุณ คุณ"MSU-KM :panatung~natadee" และ คุณ"สายน้ำ ขุนเขา ลำเนาไพร" ที่เข้ามาเยี่ยมเยียน
เรียน อาจารย์ประพนธ์ ผมเองก็ได้ดูหนังเรื่องนี้แล้ว ผมว่ามนุษย์ที่อยู่ในหนังเรื่องนี้มันไม่สมจริงหรอกครับ มนุษย์เราอยู่รอดมาได้ทุกวันนี้เพราะเรารู้จักที่จะรัก รู้จักที่จะให้ รู้จักช่วยเหลือกัน การจะปล่อยให้โลกมีภัยภิบัติซึ่งเราเองแก้ไขไม่ได้ แล้วเราเอาเพียงตัวเองและพวกพ้องหรือปล่อยให้มันเป็นไปตามกรรมตามธรรมชาติตามคำทำนายหรือตามสิ่งที่ขีดลิขิตไว้นั่นอย่างในหนังเรื่องนี้ ก็ดูจะขาดความเป็นมนุษย์ไปนะครับ ก็ยังดีที่ก่อนจะจบเรื่อง ยังมีการแสดงการเห็นอกเห็นใจกันด้วยการเปิดประตูเรือให้คนรวยที่โดนหลอกเอาเงินมาสร้างเรือ ผมเองอดนึกถึงคนที่เหลือในโลกนี้ไม่ได้จริง หนังเรื่องนี้ไม่สนุก แต่ดี ดีตรงที่ให้เรามีคำถามถามตัวเองมากขึ้นถ้าเหตุการณ์นั้นมาจริงๆ เราจะทำอย่างไร จะเป็นคนแบบไหน จะเป็นผู้นำแบบไหน และผู้ตามแบบไหน ....ดี
เห็นด้วยกับคุณสุรวัฒน์ครับ . . . เป็นหนังที่ดูแล้วทำให้ผมรู้สึก "อึดอัด" ไม่มีรสมีชาติเหมือนหนังที่ผมชอบดู . . .
แต่หนูดูแล้วตื่นเต้นมากๆเลยค่ะ
สวัสดีค่ะ
เห็นด้วยกับความคิดของคุณ**สุรวัฒน์ ถนอมสัตย์** ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
โลกจะแตกดับวันไหนคงไม่สำคัญ แต่อยู่ที่ใจเราทุกวันที่เกิดดับ(แห่งทุกข์ สุข) ตลอดตามที่อาจาร์พูด เห็นด้วย
"ความตายอยู่ใกล้ชิดเราแค่ลมหายใจ"
การจากไปของจิต ที่รื่นรมย์กับการตาย ขณะที่ร่างกายสงบ หรือขณะที่ร่างกายเจ็บปวด
เลยกลายเป็นคำถาม กับการใช้ชีวิตในปัจจุบัน
เลยมาตั้งต้นกับคำว่า "ลมหายใจคือชีวิต"
เคยไหม นั่งสมาธิโดยกำหนดติดตามลมหายใจ นั่งได้นาน รู้สึกโล่ง สบาย มีพลัง แม้นั่งสมาธิจนนอนดึกไป แต่ตื่นเช้าสดใส
เคยไหม เวลาโกรธ ตั้งสติ แล้วกำหนดที่ลมหายใจ และพิจารณาอารมณ์ มีความรู้มาเสริมว่าทุกอย่างเกิดและดับเสมอ ความโกรธเป็นการสร้างโฮโมนชนิดที่ทำร้ายร่างกายตัวเอง ฯลฯ ความโกรธจะลดลง
เคยไหม เวลานอนไม่หลับกำหนดลมหายใจ นึกภาวนาพุทโธ แล้วหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ตัว
.....
ทำได้เพียงนิด ก็ไม่ผิดที่จะลอง หลงลืมบางครั้ง ยังดีกว่าไม่ทำเอาเสียเลย
....
เรียน ท่านอ.ประพนธ์ค่ะ
เรียนอาจารย์ประพนธ์
อาจารย์ทำให้ผมนึกถึงคำพูดเตือนสติว่า ดูละครแล้วต้องย้อนมาดูตัวเรา
"ผมกลับมองไปว่า “ภัยพิบัติ” ที่น่ากลัวนี้กำลังเกิดขึ้นกับเราตลอดเวลา กำลังเกิดขึ้นในทุกขณะ ทุกวี่ทุกวันในร่างกายในจิตใจของเรา"
ภัยในตัวเรามันน่ากลัวกว่าภัยข้างนอกอีก "ภัยใดเล่าจะน่ากลัวเท่าภัยแห่งวัฏฏะ" พุทธพจน์
ส่งข้อมูลก่อนโลกจะหายบ้างครับ
จะบอกต่อกันให้ระวังตัว
และก็ขอขอบคุณสำหรับคนที่ให้ข้อมูลทุกคนครับ
เมื่อมีข่าวจะแจ้งให้ทราบทุกคนเลย
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องเตือนทุกคนไว้เพราะเราก้ไม่รู้ว่ามันจะเกิดจริงหรือป่าวนะคะ แต่เราก็ต้องระวังตัวไว้ก่อน ถ้ามันเกิดขึ้นจริงเราก็จะได้รู้เรื่องหน้า เพราะข่าวนี้ออกมามันก้ทำให้เรารู้สึกเสียวเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราก็ต้องระวังตัวนะคะ และเราขอขอบคุณที่นำเรื่องมาให้เราได้อ่านกันถ้ามีความคืบหน้ายังไงช่วยส่งเรื่องมาให้พวกเราด้วยจะได้เตือนตัวไว้ทันกัน ถ้ามีข่าวเราจะมาเม้นให้อีกนะเพราะว่ามันเป็นเรื่องที่มีสาระมากมายสำหรับคนที่สนใจข่าวแบบนี้ และมันจะเป็นผลดีกับตัวเราด้วย ยๆคร้า ..อิอิ..