สายๆของวันหยุด พลันที่เปิดหน้าต่างห้องทำงานที่บ้าน ลมหนาวโบยแผ่วเข้าไล้ใบหน้าและผิวกาย สร้างความชุ่มชื่นในหัวใจขึ้นมาอย่างประหลาด..เข้าหนาวแล้ว  

นึกถึงเมื่อคืนก่อน ที่ระเบียงหน้าหอพักวัดเนรัญชราราม อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ผมเป็นคนหนึ่งของคณะครู ที่ได้รับมอบหมายให้นำนักเรียนมาทัศนศึกษา อากาศที่นี่เย็นเท่าบ้านเราหรือเปล่า จู่ๆ ก็สงสัยขึ้นมา ไม่ลืมเพราะวันรุ่งขึ้น ก็เจอคำถามนี้อีก จากแม่ค้าที่มาขายของภายในวัด  

ตั้งแต่คืนวันพฤหัส ครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ นำนักเรียนชั้น ม.3 ทั้งหมดมาที่หว้ากอ หรืออุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า นอกจากหว้ากอ มีเป้าหมายอีกหลายที่ ซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน พอย่ำค่ำก็พานักเรียนร้อยกว่าคนเข้าพักที่ชะอำ 

ผมคุ้นเคยกับชะอำ เมื่อลูกๆยังเล็ก ในช่วงปิดเทอมจะมาเที่ยวที่นี่แทบทุกปี  พอลูกโตไปเรียนที่อื่นกันแล้ว จึงค่อยห่าง ไม่ได้มาเช่นเคย

ทุกครั้งที่มาที่นี่ จะตื่นเช้าไปถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นเสมอ โดยเฉพาะครั้งนี้ตั้งใจเป็นพิเศษ ตั้งแต่อยู่โรงเรียนแล้ว คงเพราะยังไม่หายเห่อกล้องใหม่ 

ตีสี่..หยิบโทรศัพท์ที่หัวนอนดูเวลา โอ้โฮ! เจี๊ยวจ๊าวกันไปหมด ใครเป็นครูจะรู้ครับ คืนแรกของการเข้าค่าย หรือทำอะไรก็ตามเถอะ ถ้านักเรียนได้มาค้างคืนอยู่ร่วมกัน ชั้นไหนชั้นนั้น ไม่ค่อยนอน ด้วยความตื่นเต้น สนุกสนาน และความมีพลัง ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยครับ ทั้งๆที่เดินทางมาทั้งคืน และเที่ยวมาแล้วทั้งวัน  

จนตีห้ากว่าๆ มองออกไปภายนอก แม้ยังมืดอยู่ แต่ก็ตัดสินใจลุก เตรียมเนื้อเตรียมตัวไปถ่ายพระอาทิตย์อย่างที่ตัวเองตั้งใจ  

ระหว่างเดินไปชายหาด พบและทักทายนักเรียนจำนวนมาก เจ้าพวกนี้มิได้เกรงกลัวอะไรเลยจริงๆ ยังมืดแท้ๆ ยังดีที่รู้จักไปเป็นกลุ่ม นอกจากพลังเยอะ ความกล้าก็มากเสียจนน่าห่วง ผมรำพึงกับตัวเอง 

ชายสำเนียงเหน่อๆละแวกนั้น คุยให้ฟังว่า ทุกวัน เวลานี้ จะเห็นดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นมาแล้ว แต่วันนี้ยัง ผมเองกำลังกังวลอยู่เหมือนกัน อาจต้องพลาดดวงอาทิตย์กลมๆเหนือท้องทะเลกว้างเสียแล้วกระมัง เพราะทิวเมฆเหนือพื้นน้ำแน่นสูง  

ถ่ายอย่างอื่นรอไปเรื่อยๆ มิใช่ผมที่รอ คนอื่นก็รอ  

หันมาอีกที โผล่พ้นทิวเมฆขึ้นมาแล้ว รีบหรี่รูรับแสงให้แคบลงอีก ยืนเล็งกดชัตเตอร์ไม่นับ นานๆก็ดูผลงานที แล้วก็เล็งกดชัตเตอร์ต่อ ทำอย่างนี้ ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ พอรู้ตัว คนอื่นก็หายไปหมด พร้อมกับแดดที่เริ่มจ้า จนเกินเห็นดวงอาทิตย์สวย  

มานั่งดูภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่ถ่ายมาในจอคอมพิวเตอร์อย่างที่เคยทำ นึกเปรียบเทียบกับชีวิตของเด็กๆ ท่วงท่าองอาจ กล้าหาญ คล่องแคล่ว พลังเหลือใช้  

เมื่อเช้านี้เอง คำพูดของพี่วัยเกือบหกสิบคนหนึ่ง เล่าถึงชีวิตตัวเองให้ฟัง ครั้งที่เป็นวัยรุ่น พลังมันเยอะ ไม่ค่อยคิด กล้าเสียจนทำได้ทุกอย่าง แต่พออายุมากขึ้น พลังเริ่มร่อยหรอ แถมคิดมาก เสียจนไม่กล้าทำอะไรเสียอีก  

ความพอดีอยู่ตรงไหน..ผมได้คิด