ชั่วโมงอภิปราย โดยหมอยุ้ยดลฤดี มาช่วยจับประเด็นค่ะ
หมอยุ้ยบอกว่า ... วันนี้ ถูกส่งมาให้เป็นตัวเชื่อมประสานงานระหว่างกองทันตฯ และจังหวัด ... ลำดับเป็นเรื่องของโครงการฟันเทียมพระราชทาน
เรื่องนี้ คุณหมอแหวว (ทพญ.สุปราณี) มาเล่าให้ฟัง
มีสิ่งที่อยากให้รู้ว่า อีก 2-3 ปีข้างหน้า พวกเราจะทำอะไรกัน
ประเด็นหลักๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นเนื้อหาสาระของการทำงาน ว่า เราจะมีกิจกรรมอะไรบ้าง และกองทันตฯ จะพยายามสนับสนุนอะไร และได้อย่างไร
และเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเอกสารที่คิดว่า น่าจะมีประโยชน์กับพื้นที่ ที่จะใช้ในการทำงาน และเป็นเรื่องใหม่ เช่น รพ.สต. โครงการบูรณาการโครงการผู้สูงอายุระดับตติยภูมิ ... ต้องลองดูว่า ถ้าเราแปลความจากสุขภาพ มาเป็นทันตสุขภาพแล้ว เราจะสามารถเข้าไปเกี่ยวโยงกับใคร ที่ตรงไหนได้บ้าง มีใครที่เราจะทำงานร่วมด้วย ช่องทางตรงไหนเปิดให้เราเข้าไปทำงานได้
ตอนนี้ เรากำลังจะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกครั้งหนึ่ง ในปี 2552-2554 ภาพใหญ่คือ ... เราทำงานอยู่ภายใต้กรมอนามัย ซึ่งมีคำว่า สุขภาพ ก็จะเหมือนกับทุกพื้นที่ เพราะฉะนั้น ถ้าเราทำงานแล้ว ต้องตอบได้ว่า สามารถ “ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ” จึงจะมีงบประมาณ หรือสิ่งต่างๆ มาช่วยในการทำงาน ... ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ BMI หรือเรื่องอื่นๆ และอีกเรื่องหนึ่ง คือ สิ่งที่ท่านปลัดกระทรวงได้พูดเพิ่มว่า "ผู้สูงอายุที่ใส่ฟันนี่ แล้วโรคของเขาเป็นอย่างไร ... เขากินอาหารได้มากขึ้น แล้วโรคต่างๆ ที่เขาเป็นอยู่นั้น ลดลงไปหรือไม่" ... นี่ก็คือ โจทย์อีกหนึ่งข้อ สำหรับการหาคำตอบ ว่า ถ้าใส่ฟันเทียมแล้ว เป็นการส่งเสริมสุขภาพ เขาก็ happy?
โครงการในผู้สูงอายุทางด้านสาธารณสุข ... เราเริ่มจากฟันเทียมพระราชทาน เมื่อปี 2548 เกิดเนื่องจากว่า มีผู้สูงอายุที่มีความต้องการมาก และร้องเรียนมาที่กระทรวงสาธารณสุข เราจึงต้องดำเนินการแก้ไขปัญหา
พอถึงปี 2549 เราก็คิดว่า เราจะคืนสู่สามัญ คิดเรื่องชมรมผู้สูงอายุขึ้นมา เพื่อที่จะให้เขาดูแลตัวเองก่อน ไปทดลองต้นแบบ และปี 2550 เราก็เริ่มในเรื่องของการบริการทันตกรรมป้องกันตามชุดสิทธิประโยชน์ ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ป่วย ที่สูงอายุ เราจึงหาต้นแบบทำในเรื่องนี้ พบว่า น้องทุกพื้นที่ให้ความร่วมมือในการพัฒนารูปแบบจนกระทั่งสามารถปฏิบัติงานได้จริง ในหลายๆ พื้นที่
จากคำถามของท่านผู้ตรวจที่ถามว่า ... จากวัยทำงาน ไปถึงสูงอายุ และมีการสูญเสียฟันมากขึ้นนั้น ... เราก็ไปหาต้นแบบวัยทำงานที่พิษณุโลก และต่อไปคงจะมีโมเดลในวัยทำงานขึ้นมา
การดำเนินงานมา 4-5 ปี เราก็มีเครือข่ายมากขึ้นเรื่อยๆ มีทั้งศูนย์อนามัย มีแต่ภาคสาธารณสุข คนที่ดูแลผู้สูงอายุอีกมากมาย จนหลายๆ คนอาจบอกได้ว่า ถ้าเราออกจากห้องฟันเมื่อไร ก็จะมีคนที่ช่วยเราทำงานอีกมากมาย
ในส่วนของโครงการ 84 พรรษา ในปี 2554 เรามีเป้าหมายหลักอยู่ที่ 90,000 ราย และชมรมผู้สูงอายุที่ทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปาก 1 อำเภอ 1 ชมรมฯ ทำให้ปี 2553 เราต้องทำให้ได้ 1 จังหวัด 1 ชมรม ก่อนที่จะก้าวไปในปี 2554
โครงการฟันเทียมพระราชทานฯ ยังคงอยู่ในแผนการตรวจราชการและนิเทศงานปกติ ของกระทรวงฯ เราเสนอไปว่า 80% ของเป้าหมายรายจังหวัด
ตัวชี้วัดที่สามตามมาล่าสุดปีนี้ เป้าหมายโครงการฟันเทียมพระราชทานของกระทรวงสาธารณสุข คือ การใส่ฟันเทียม 30,000 ราย และชมรมผู้สูงอายุ 75 ชมรม
กิจกรรมสำคัญมี 3 เรื่องใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ
-
ฟันเทียมพระราชทาน 30,000 ราย ที่ขอบวกเรื่อง การประเมินความพึงพอใจเข้าไปด้วย เพื่อที่จะตอบให้ได้ว่า ผู้สูงอายุที่ใส่ฟันไปแล้ว พึงพอใจไหม คุณภาพชีวิตดีขึ้นไหม เคี้ยวอาหารได้ดีขึ้นไหม สุขภาพจิตดีขึ้นไหม ...
-
งบบริการของจังหวัด เราคืนสภาพปกติ ... คนที่มีบัตรทองก็เบิก E-claim คนที่เป็นข้าราชการเบิกตามระบบ
-
ส่วนของประกันสังคมเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่อีกไม่นานคงจะมีปัญหา เพราะว่าจะเบิกได้น้อยกว่า
ประเด็นหนึ่งที่ขอความร่วมมือ คือ การรายงานยังต้องรายงานทั้งกองทันตฯ และ E-inspection ถ้าใครรายงานได้ทุกเดือนจะขอบพระคุณมาก จะทำให้เห็นความเคลื่อนไหวทุกเดือน แต่ถ้าไม่ได้ จะเริ่มรายงานที่ 6 เดือนแรก 9 เดือน และ 12 เดือน ส่วนกลางก็จะแจ้งผลการรับข้อมูล หลังที่ได้รับข้อมูลแล้ว 15 วัน ขึ้นเวป
สิ่งสนับสนุนที่โครงการฟันเทียมพระราชทาน เหมือนเดิม คือ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน เม็ดแช่ทำความสะอาดฟันเทียม ตามเป้าหมายที่ปรับแจ้งเข้ามา รวมทั้งแผ่นพับ การประชุมต่างๆ และการอบรมเรื่องเทคนิคการทำฟันเทียม
กิจกรรมการรณรงค์สร้างกระแส จะมีของหน่วยทันตกรรมพระราชทานหน่วยใหญ่ และมูลนิธิโอสถสภา ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องต่อไป
ในส่วนของการนิเทศติดตาม โครงการ หรือไปเก็บสิ่งดีดีจากแต่จังหวัดที่เราไปตรวจเยี่ยมมา จะถูกนำมาเผยแพร่เสมอๆ ภาคละ 1 จังหวัดต่อปี
หมอยุ้ย - ผู้ดำเนินรายการเสริมว่า
ตอนนี้คงมองเห็นภาพความสำเร็จ ... ก่อนที่จะอีก 2 ปี คิดว่า 90,000 ราย ก็คงไม่เกินความสามารถของจังหวัด
จริงๆ แล้วผู้สูงอายุเห็นประโยชน์ และเขาก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะว่าตัวเองก็เห็นว่า คนที่ใส่แล้วมีความสุขด้วยจริงๆ และใครที่สัมผัสกับผู้สูงอายุก็จะพบว่า ส่วนใหญ่เวลาคุยก็จะไม่ได้คุยแค่เรื่องฟัน เขาคุยถึงลูกหลาน และบางทีมีเคล็ดลับดีๆ ด้วย
ตอนนี้พี่นน จะคุยเรื่องผู้สูงอายุ ซึ่งมีการเล่าเรื่องกิจกรรมที่เวปบล็อก ที่เป็นความรู้หลายๆ อย่างในเรื่องผู้สูงอายุได้อย่างดี ... เอามุขบางอย่างนำไปใช้กันได้เลยนะคะ
การส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ซึ่งมีหลายๆ จังหวัดเป็นพื้นที่ต้นแบบ และตอนนี้ ก็อาจทำได้เต็มทั้งจังหวัดไปบ้างแล้ว ก็จะเป็นความภาคภูมิใจของจังหวัด และเป็นความภาคภูมิใจของชมรมผู้สูงอายุที่เป็นแนวหน้า ที่ทำงานในเรื่องนี้
หมอนน เล่าเรื่องมั่งค่ะ
ประสบการณ์การทำงานเรื่องผู้สูงอายุกว่า 5 ปี โดยเริ่มจากโครงการฟันเทียมพระราชทาน ในปี 2548 และการดำเนินกิจกรรมส่งเสิมสุขภาพช่องปากในชมรมผู้สูงอายุ ในปีต่อมา ซึ่งพี่ๆ น้องๆ ที่จังหวัดเป็นผู้สร้างกิจกรรมเหล่านี้ขึ้น ... ส่วนกลางก็มีหน้าที่ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ นำมาเล่าสู่กันฟัง เป็นลำดับไป จนมีข้อมูลให้ ผอ. ได้นำไปเล่าต่อให้ผู้ใหญ่ได้รับรู้ รับทราบ จนเห็นหนทางของการพัฒนา ด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปากให้กับผุ้สูงอายุ อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
มองในมุมสุขภาพ ... ผู้สูงอายุเราก็ทำกันตั้งแต่มีฟัน ถึงไม่มีฟัน ตั้งแต่มีสุขภาพแข็งแรง หรือต้องนอนอยู่ที่บ้าน เพราะว่าด้านทันตสาธารณสุข ก็เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องสุขภาพ ของสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัยด้วย
มองในมุม ภาคีเครือข่าย ... ส่วนกลางจะมีเครือข่ายในส่วนกลาง เพื่อเป็นแรงระดมภาคี สำหรับการไปสนับสนุนพื้นที่ ... พื้นที่ก็จะมีเครือข่ายทั้งในส่วนสาธารณสุข และชุมชน เพื่อการทำงานต่างๆ กัน
และในปีเฉลิมพระชนมพรรษาฯ ปี 2554 เราได้วางเป้าหมายชมรมผู้สูงอายุด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปากไว้ 1 อำเภอ 1 ชมรม เป็นอย่างน้อย เพราะฉะนั้น ปีนี้ (2553) ก็คงต้องทำให้ได้เป้าหมาย 1 จังหวัด 1 ชมรม เสียก่อน
เรื่องของการส่งเสริมสุขภาพช่องปากชมรมผู้สูงอาย มีจุดเน้นอยู่ที่ ... สนับสนุนให้ชมรมผู้สูงอายุได้จัดกิจกรรมเรื่องของการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเอง แต่จะผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง ก็ขึ้นกับบริบทของแต่ละสถานที่ และใช้งบประมาณในพื้นที่เอง
การรายงาน ถ้าทุกเดือนได้ก็เป็นเลิศ แต่ที่ควรจะรายงาน ก็คือ 6 เดือน 9 เดือน และ 12 เดือน
การดำเนินงานที่ผ่านมา ในปี 2549-2550 เป็นการพัฒนารูปแบบร่วมกับศูนย์อนามัย และจังหวัดดำเนินการกิจกรรม ได้แก่ ราชบุรี เพชรบุรี สุพรรณบุรี ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ขอนแก่น อุบลฯ อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ ลำปาง และเชียงใหม่
ปี 2551-2552 เป็นการสร้างเครือข่าย โดยผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พัฒนาการมีส่วนร่วมทุกพื้นที่
ในปี 2553-2554 ก็คิดว่า เราความพร้อมกันแล้วที่จะก้าวไปพร้อมๆ กัน ในเรื่องของการทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากในชมรมผู้สูงอายุ
สิ่งที่ได้เรียนรู้ จากการดำเนินงานที่ผ่านมา ก็คือ
เราได้รูปแบบของการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุในชมรม มา 3 รูปแบบ ได้แก่
รูปแบบที่หนึ่ง - ทาง รพ. หรือฝ่ายทันตกรรม หรือทางสาธารณสุขเป็นผู้จัดกิจกรรม มีผู้สูงอายุเข้ามาร่วมในกิจกรรมนั้น
รูปแบบที่สอง - รพ. สอ. สนับสนุนการทำกิจกรรม ชมรมผู้สูงอายุมีส่วนร่วมและทำไปด้วยกัน
รูปแบบที่สาม - ชมรมผู้สูงอายุจัดกิจกรรมเอง
และกิจกรรมที่ผู้สูงอายุในชมรมฯ สามารถทำได้ จะมีหลายๆ ด้าน ได้แก่
-
เรื่องของพฤติกรรม ในเรื่อง การแปรงฟันหลังอาหาร เอาไปผนวกกับกิจกรรมที่มีอยู่ในชมรมอยู่ เช่น ในวันทำบุญ หลังการออกกำลังกาย ก่อนการออกกำลังกาย ก่อนการละหมาด ก่อนฟ้อนเล็บฃ
-
การปรับพฤติกรรมการบริโภค ... ปรับรูปแบบของอาหารว่างเป็นผลไม้ งดการกินน้ำอัดลม
-
ด้านการให้ความรู้ ผู้สูงอายุให้ความรู้กันเองได้ ให้ความรู้กับเด็กเล็กได้ นักเรียน พระ อสม. ประชาชนได้
-
ผู้สูงอายุก็จัดทำบอร์ดโปสเตอร์ความรู้ได้ เดินรณรงค์โดยทำป้ายผ้าก็ได้
-
ด้านเสริมสร้างกำลังใจ โดยการให้คุณค่า เรื่องประกวดการแปรงฟัน ประกวดผู้สูงอายุฟันสวย ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่า ตัวเองมีคุณค่า
-
การช่วยเหลือชุมชน เช่น การเยี่ยมบ้าน ผู้สูงอายุไปแนะนำเรื่องการดูแลสุขภาพช่องปาก
-
นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ มีภูมิปัญญาพื้นบ้าน เช่น ไม้คนทา หรือ ไม้ซูคี ของอิสลาม ที่นำใช้ทำความสะอาดช่องปากก่อนการละหมาด หรือก่อนการไปพบปะผู้คน ไม้จิ้มฟันมีด้าม น้ำยาบ้วนปากใบฝรั่ง กองทุนแปรงสีฟัน ยาสีฟัน การประดิษฐ์ถุงผ้าใส่แปรงสีฟันยาสีฟัน
-
มาตรการด้านสุขภาพช่องปากทางสังคม ทำข้อตกลงหมู่บ้าน เรื่องไม่กินหวาน การจัดตั้งชมรมผู้สูงวัยไม่กินหวาน กำหนดบทบาทแกนนำให้ความรู้เรื่องการทำความสะอาดฟัน
การสนับสนุนในกิจกรรมของชมรมผู้สูงอายุ
-
แปรงสีฟัน ยาสีฟัน 1 จังหวัด 1 ชมรม (ตามสถานการณ์ ถ้ามีสิ่งสนับสนุน)
-
เอกสารแผ่นพับ การดูแลฟันแท้/ฟันเทียม
-
ภาพพลิก
-
เวที ลปรร. ที่ขยายครอบคลุมมากขึ้น โดยศูนย์อนามัย 4 แห่ง ได้แก่ ภาคเหนือ โดย ศูนย์อนามัยที่ 10 ศูนย์อนามัยที่ 5 จัดมกรา ศูนย์อนามัยที่ 3 และ ศูนย์ฯ 4 ราชบุรี ในส่วนภาคใต้ เขต 11, 12 และ 1, 2 จัดโดยกองทันตฯ
-
การประชุมเชิงปฏิบัติการความรู้ การส่งเสริมป้องกันโรคในช่องปาก
-
การประกวด 10 ยอดฟันดี วัย 80 ปี
-
นิเทศติดตามโครงการ โดยกองทันตฯ และศูนย์อนามัย
แบบสำรวจชมรมผู้สูงอายุที่มีการจัดกิจกรรมสุขภาพช่องปาก เป็นมาตรฐานชมรมผู้สูงอายุด้านสุขภาพช่องปาก ซึ่งร่วมคิดขึ้นมากับหน่วยงานที่ได้ทำกิจกรรมในชมรมผู้สูงอายุนำร่อง ได้แก่ รพ.ดำเนินสะดวก ราชบุรี รพ.บ้านเขว้า รพ.คอนสวรรค์ ชัยภูมิ รพ.ลำปลายมาศ บุรีรัมย์ รพ.แจ้ห่ม รพ.เกาะคา รพ.แม่ทะ ลำปาง สสจ. และ ศูนย์อนามัย โดยมี อ.มัทนา เป็น อาจารย์ที่ปรึกษา
เกณฑ์นี้สามารถนำไปจัดระดับชมรมผู้สูงอายุ ในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก เพื่อเป็นเครื่องมือที่ช่วยเป็นแนวทางที่จะส่งเสริมให้เกิดการพัฒนากิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพช่องปากในชมรมฯ ได้ต่อไป
ประเด็นของการสำรวจ ได้แก่
- โครงสร้างชมรมผู้สูงอายุ
- การบริหารจัดการ
- กิจกรรมที่เกิด
- การสร้างการเรียนรู้ของผู้สูงอายุ
Q&A
-
จะทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากในชมรมผู้สูงอายุได้อย่างไร?
ก็ต้องเริ่มเข้าหาผู้สูงอายุ คุณหมอจูเคยพูดว่า พอได้ไปทำงานกับผู้สูงอายุก็รู้สึกไม่ยากอย่างที่คิด -
เข้าหาอย่างไร?
ก็เข้าไปหาคนที่ทำงานกับผู้สูงอายุก็ได้ ไปเรียนรู้ร่วมกับเขา และก็เอางานของเราเข้าไปเกี่ยวด้วย -
แล้วจะเอางานอะไรเข้าไป?
ก็คือ เริ่มที่งานง่ายๆ ที่เป็นไปได้ หรือที่ผู้สูงอายุคิดกันเอง และอยากทำ
คำพูดเล็กๆ จากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน
คุณวิทยาที่ท่ากว้าง ... วิธีการเลือกการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก เลือกที่ท่ากว้าง เพราะเป็นชมรมที่มีความพร้อม เข้มแข็ง โดยเฉพาะประธานชมรม
หมอเก๋ ... ทันตแพทย์ รพ.แจ้ห่ม รุ่นที่ 2 หลังจากการทำกิจกรรมชมรมฯ บอกว่า จากที่ได้ดูกิจกรรมที่ผ่านมา ทำให้รู้ว่า ผู้สูงอายุดูแลตนเองได้ ความต้องการของเขาก็คือ ต้องการออกไปดูแลคนอื่น คนใกล้ชิด ลูกหลาน เพื่อนบ้าน
หมอหน่อง ... หนองกี่ บุรีรัมย์ บอกว่า เราก็หวังให้เขารักฟัน เราก็ต้องส่งเสริมก่อน หวังให้ผู้สูงอายุของเราให้มีความสุข ยิ้มได้ และเคี้ยวอาหารได้ตามอรรถภาพ
หมอแอ๊ด ... ตอนแรกๆ ที่คุยกัน บอกว่า ตั้งเป้าผู้สูงอายุไว้ 100 คน จะรักษาผู้สูงอายุให้ครบวงจร แต่พอหมอแอ๊ดลงพื้นที่ หมอแอ๊ดก็เปลี่ยนไป บอกว่า ผมศึกษารูปแบบของพุทไธสง สังเกตว่า เขาใช้วัดเป็นศูนย์กลาง แต่วัดของผมที่ลำปลายมาศ ไม่ได้เป็นศูนย์กลาง ก้เลยลังเลว่า จะเริ่มตรงไหนดี เพราะว่าผู้สูงอายุของผม เป็นลักษณะชุมชนเมือง เขาไม่เข้าวัด เขาจะอยู่กันที่บ้าน เราคงต้องตามไปที่บ้าน ... หมอแอ๊ดจึงไปทำประชาคม และมาเข้าโรงเรียน และอนาคตก็คงจะพัฒนาไปในรูปใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ
คุณอ๋อย บุรีรัมย์ ... เป็นฝ่ายสนับสนุนจาก สสจ. ในเรื่องการขยายกิจกรรม บอกว่า เราขอความเห็นชอบว่า มีโรงพยาบาลไหน ที่มีความสนใจในกิจกรรมกลุ่มนี้ วันนั้น ลำปลายมาศ หนองกี่ สนใจ ก็เลยขยายเครือข่ายขึ้น
หมอยุ้ย ... ส่งเสียงเชียร์ค่ะ
ขอเชียร์ว่า จริงๆ แล้ว เรื่องราวการทำกิจกรรมชมรมผู้สูงอายุ ได้ไอเดียหลายๆ อย่าง บางอย่างเราก็เอาไปปรับใช้ได้ และถ้าได้ฟังในเวที เราก็จะปิ๊งในหลายๆ ไอเดีย ว่าพื้นที่เขาทำกันอย่างไร เราคงต้องไปเรียนรู้งานของผู้สูงอายุก่อนเป็นอันดับแรก และกิจกรรมที่เกิดขึ้นในชมรมฯ เราเองอาจคิดไม่ออก แต่ทำไปทำมา ผู้สูงอายุคิดออกกันเอง และเป็นเรื่องสนุก เพราะว่า ตัวของท่านเองก็อยากทำประโยชน์ให้กับคนอื่น และเบื่อกิจกรรมชมรมผู้สูงอายุที่ทำกันมาก่อนแล้ว รู้สึกว่า เรื่องฟันของเราเป็นเรื่องใหม่ และเป็นเรื่องที่สนุก ขอเชียร์ ว่า ทำแล้วสนุก และไม่อยากอย่างที่คิด และถ้าคิดอะไรไม่ออก ก็จะมีแหล่งให้เรียนรู้หลายๆ อย่าง ในเวป จังหวัด รพ. ที่ทำงานเรื่องนี้ เพราะว่าทุกท่านจะมีประสบการณ์เล็กๆ น้อยๆ มาแลกเปลี่ยนติดต่อกันได้
หมอแหวว เพิ่มเติม
เรื่องการบริการทันตกรรมป้องกัน ตามชุดสิทธิประโยชน์ เป็นเรื่องการบริการทันตกรรมป้องกัน การใช้ฟลูออไรด์วาร์นิช ในกลุ่มเสี่ยงฟันผุ การตรวจสุขภาพประจำปี และ การ scaling ในกลุ่มเสี่ยง Perio
การสนับสนุน
-
งบฯ ดำเนินการส่งเสริมป้องกันที่ผ่านมา จะอยู่ใน express demand และอีกส่วนหนึ่งที่มีจังหวัดสนใจ ก็จะขอเงิน area based มาทำงานตรงนี้ได้เพิ่มได้
-
โครงการฟันเทียม และส่งเสริมป้องกัน จะมีสิ่งสนับสนุน ก็คือ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ให้รายหัว และการส่งเสริมป้องกันยังมี ไหมขัดฟัน (60% ของเป้าหมาย) และแปรงซอกฟัน (20% ของเป้าหมาย) และกำลังพัฒนาโปรแกรมบันทึกข้อมูล
-
มีการประชุม ลปรร. เรื่องการส่งเสริมป้องกัน เพื่อที่จะได้เรียนรู้ว่า ใครทำอย่างไร และได้อะไร
-
มีการนิเทศติดตาม ซึ่งจะไปพร้อมกัน 3 โครงการ
-
การรายงาน ก็คือ 6 เดือน 9 เดือน 12 เดือน
แหล่งข้อมูลของโครงการนี้ จะหาได้จาก เวปไซต์โครงการฟันเทียมพระราชทาน (ร่วมคืนรอยยิ้มผู้สูงวัย) ที่ http://dental.anamai.moph.go.th/oralhealth/elderly/ E-mail ของส่วนกลาง และผู้ประสานงานของจังหวัด
หมอยุ้ย สรุปประเด็น
งานผู้สูงอายุนี้ทำไป ทำไป สุดท้าย แต่ละอย่างทำไปแล้วก็จะทำไปด้วยกัน จากที่ฟังประสบการณ์จังหวัดในหลายๆ แห่ง ตอนแรก เหมือนกับว่า จังหวัดไหนทำฟันเทียมก็ทำฟันเทียม จังหวัดไหนทำชมรมผู้สูงอายุ ก็ทำชมรม จังหวัดไหนทำเรื่องการบริการตามชุดสิทธิประโยชน์ก็จะพัฒนาไปในทางนั้น แต่พอทำไปทำมา จะเป็นเนื้อเดียวกันโดยอัตโนมัติ เป็นแบบที่พี่สุปราณีว่า เราทำให้เขา เขาทำกับเรา และเราส่งเสริมให้เขาทำ กลายเป็นว่า 3 งานนี้กลายเป็นเนื้อเดียวกันได้ และ setting ก็จะลงไปถึงชมรมผู้สูงอายุ
รวมเรื่อง ถ่ายทอดโครงการฟันเทียมฯ 2553-2554
ขอให้เที่ยวให้สนุกนะครับ
ปล.ขอขอฝากเมืองกาญจน์
อิอิ
มาดูการต่อยอดความรู้เรื่องฟันค่ะ