หน้าที่และความสำคัญของเลือด

            ของเหลวสีแดงที่จะออกมาจากร่างกายเราตอนเกิดบาดแผล บริจาคเลือด ยุงกัด ฯลฯ เรามักจะเรียกกันติดปากว่า “เลือด”[Blood] (ความจริงในภาษาไทยเราก็เรียกมันว่า “เลือด” นั่นแหละ)

            บทบาทที่สำคัญๆของเลือดแบ่งเป็นหน้าที่หลักๆได้ประมาณ 4 อย่างคือ

1. ขนส่ง ออกซิเจน [O2] ไปยังอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกาย

2. ส่วนสำคัญของระบบภูมิคุ้มกัน

3. กลไกในระบบการแข็งตัวของเลือด

4. ขนส่งสารอาหาร ฮอร์โมน[Hormone] ของเสียไปยังที่ๆควรอยู่

ซึ่งภายในเลือดจะมีองค์ประกอบต่างๆในการทำหน้าที่ของเลือดทั้ง 4 ส่วนนั้น

องค์ประกอบของเลือด

หากเรานำเลือดไปหมุนเหวี่ยง[Centrifugation] เพื่อแยกองค์ประกอบ จะพบว่าเลือดมีองค์ประกอบหลักคือ เม็ดเลือด [hemocyte หรือ blood cell] และ พลาสมา [plasma] ในส่วนของเม็ดเลือด [hemocyte] นั้นประกอบด้วยเม็ดเลือดแดง [red blood cell หรือ erythrocyte] เม็ดเลือดขาว [white blood cell หรือ leukocyte] และเกล็ดเลือด [platelet] ส่วนในพลาสมานั้นประกอบด้วย โปรตีนและฮอร์โมนชนิดต่างๆ รวมถึงของเสียบางชนิด

Erythrocyteหรือเม็ดเลือดแดง มีรูปร่างทรงกลมแบน ตรงกลางบุ๋มเข้าไป (เหมือนโดนัทที่ตรงกลางบุ๋มลงไปแต่ไม่ถึงกับเป็นรู) ในเลือด 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตรหรือ 1 ไมโครลิตร [microlitre] พบว่ามีเม็ดเลือดแดงประมาณ 4-5 ล้านเซลล์ ภายในเม็ดเลือดแดงมี ฮีโมโกลบิน [hemoglobin] ซึ่งสามารถจับและปล่อยออกซิเจน [O2] ได้ ดังนั้นหน้าที่ในการขนส่ง [O2] จึงตกเป็นของเจ้า erythrocyte นั่นเอง

Leukocyteหรือเม็ดเลือดขาว พบว่าในเลือด 1 microlitre มี leukocyte อยู่ประมาณ 4,000 ถึง 9,000 เซลล์ กว่าครึ่งหนึ่งของ leukocyte ทั้งหมดเป็น leukocyte ประเภทหลายพู [lobe] เรียกว่านิวโทรฟิล [neutrophil] ทำหน้าที่ในการต่อต้านการติดเชื้อ เม็ดเลือดขาวชนิดอื่นได้แก่ อิโอซิโนฟิล [eosinophil] และ เบโซฟิล [basophil] ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่า neutrophil ทั้ง eosinophil และ basophil มีความสามารถในการกลืนกิน [phagocytosis] และทำหน้าที่เกี่ยวกับอาการภูมิแพ้ต่างๆ เช่น หอบหืด แพ้ละอองเกสร ไข้ละอองฟาง ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีเม็ดเลือดขาวชนิด ลิมโฟไซต์ [lymphocyte] ซึ่งมีจำนวนประมาณ 30% ของ leukocyte ทั้งหมด มีรูปร่างกลม มีนิวเคลียสขนาดใหญ่มาก(ประมาณ 50%) ของเซลล์ ทำหน้าที่สำคัญหลายอย่างในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

Plateletหรือเกล็ดเลือด มีขนาดเล็กกว่าเม็ดเลือดแดงมาก ไม่มีนิวเคลียส ในเลือด 1 microlitre มี platelet อยู่ถึง 140,000 ถึง 400,000 เซลล์ทำหน้าที่ในกระบวนการแข็งตัวของเลือด ทำให้เลือดหยุดไหลขณะเกิดบาดแผล

Plasmaหรือพลาสมา (จะบอกทำไม) เป็นของเหลวในกระแสเลือดสิ่งสำคัญเกี่ยวกับplasma คือ หากเติมสารป้องกันการแข็งตัวของเลือดแล้วนำไปหมุนเหวี่ยง[centrifugation] ส่วนบนที่เป็นของเหลวสีเหลืองอ่อนใสจะเรียกว่า plasma หากไม่เติมสารป้องกันการแข็งตัวของเลือดแล้วนำไปหมุนเหวี่ยง[centrifugation] จะได้เป็น ซีรัม[serum] ความแตกต่างระหว่าง plasma และ serum คือ plasma จะยังมี “ไฟบริโนเจน[fibrinogen]” ซึ่งเป็นส่วนประกอบหนึ่งในกระบวนการแข็งตัวของเลือดปะปนอยู่ แต่จะไม่พบ fibrinogen ใน serum ส่วนประกอบของ plasma(รวมถึง serum)กว่า 90% เป็นน้ำ ส่วนที่เหลือประกอบด้วย โปรตีน แอลบูมิน[albumin] โกลบูลิน[globulin] โปรตีนชนิดอื่นๆ(ไม่รู้อะไรมั่ง) และยังมีน้ำตาล [glucose] ไขมัน[fat] รวมทั้งแร่ธาตุชนิดต่างๆ(ไม่รู้อะไรมั่ง)