รัก หรือ ชัง ก็ต้องออกแรง
ความรัก ความชอบ ความอยากได้
เป็นแรงดึงดูด
เป็นแรงเชิงบวก
อยากเป็นเจ้าของ อยู่ใกล้ๆ
อยากไขว่คว้าเข้าหาตัว
ความชัง ความเกลียด ความไม่อยากได้
เป็นแรงผลัก
เป็นแรงเชิงลบ
ขออยู่ไกลๆ เดี๋ยวอารมณ์เสีย
อยากจะ (...) ออกให้ห่าง
แต่ไม่ว่า เราอยากจะกอดเข้ามา
หรือผลักออกไป
ล้วนแต่ต้องใช้แรง
เราก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ร่ำไป
หาความเป็นกลางไม่ได้จริงๆ
เมื่อใจยังทำงาน กรรมก็ยังดำเนินสืบไป
ก่อเิกิดภพ ชาติไม่มีสิ้นสุด
สวัสดีค่ะคุณน้า
หนูมาอ่านบันทึกสั้น ๆ ของคุณน้าแต่เมื่อคิดแล้วได้ประโยชน์ยาว ๆ มากค่ะ
คุณน้ามีความกังวลหรือคะ แต่หนูคิดว่าคุณน้าคงแก้ไขได้ไม่ยาก
เพราะคุณน้ามีธรรมะอยู่ในใจค่ะ
อ่านแล้วประทับใจค่ะ
การหลุดพ้นจากสองด้านนี้ยากมากมาย
แต่เราก็สามารถเริ่มต้นจากวิธีง่ายๆของท่านพุทธทาสที่บอกว่า
>>ให้หมั่นคิดดี ทำดี ทำไปเรื่อยๆ... และเมื่อเราพ้นจากความดีไปได้ เราก็จะถึงนิพพานในที่สุด
แค่ได้เริ่มทำก็ เป็นสุขทันที
สวัสดีครับ น้องนัท
ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับ
กำลังหางานทำใหม่อยู่น่ะครับ
สวัสดีครับ คุณใบบัว
ทางสายเดียวที่จะพ้นทุกข์ คือ รู้ทุกข์
รู้ทุกข์ คือ รู้กาย รู้ใจ
โดยการเจริญสติปัฏฐานให้เกิดปัญญาเห็นธรรมโดยใช้วิปัสสนากรรมฐาน
ถ้าบุญ วาสนาพอ และ ปฏิบัติถูกต้อง
คงถึงนิพพานสักชาตินะครับ
สวัสดีค่ะ
ความอยาก ไม่อยาก ... ก็คือ "เชื้อ" ที่ทำให้เกิดภพ เกิดชาติ ไม่สิ้นสุดจริง ๆ ค่ะ
ได้อ่านข่าวของ "สวนพุทธธรรม" แล้ว ... เลยทำให้คิดต่อไปว่า แม้ในหมู่เหล่ากลุ่มของผู้ศึกษา ปฏิบัติธรรม ก็ยังมีความขัดข้อง ไม่เข้าใจกัน ... นี่ก็คงมีสาเหตุจากแรงของความอยาก ไม่อยาก ด้วยแน่เลย
รักษาใจ รักษาธรรมนะคะ
(^___^)
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณ คุณไม่มีรากที่มาเยี่ยมและมาแจ้งข่าวครับ
ยังม่ได้ติดตามข่าวครับ
สวัสดีครับ ครูแป๋ม
ขอบพระคุณนะครับที่มาช่วยเติมเต็ม
สวัสดีค่ะ