"กองทันตฯ ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุไทยมีสุขภาพช่องปากดี" ...
เรื่องนี้ ท่านผู้อำนวยการกองทันตสาธารณสุข ทพ.สุธา มาบรรยายให้ฟังประกอบข้อมูลค่ะ
การเริ่มต้นโครงการฟันเทียมพระราชทานริเริ่มจาก นพ.วัลลภ ไทยเหนือ ผู้ดำเนินการต่อคือ ท่านวิชัย เทียนถาวร ท่านอธิบดี นพ.สมยศ เจริญศักดิ์ ท่านอธิบดีณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา ด้วยเป็นโครงการ 5 ปีที่ผ่านมา จนปัจจุบันท่านอธิบดี นพ.สมยศ ดีรัศมี ก็มีการผลักดันโครงการต่อไป ... การที่เราตั้งเป้าหมายผู้สูงอายุฟันดีได้ ก็ต้องมีการวางแผนกันตั้งแต่อยู่ในท้องแม่แล้ว ... แนวคิดการทำงานที่เราทำแล้วก็จะได้บุญไปด้วยแทบจะไม่มีผลเสียกับใครเลย
วิสัยทัศน์ของกองทันตสาธารณสุข เป็น องค์กรหลักในงานทันตสาธารณสุขของประเทศ เน้น
-
การทำงานแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกระดับ
-
มุ่งสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้เพื่อสุขภาพ ช่องปากที่ดีทุกช่วงวัยของชีวิต
-
และมองถึงสิ่งแวดล้อมด้วย
ในส่วนของสภาวะสุขภาพช่องปากกลุ่มเด็กปฐมวัย ในส่วนของปัญหาฟันผุของเด็กปฐมวัยลดลงโดยเฉพาะในเขตเมือง พบว่า ลดลงอย่างมากจาก 62.6 เหลือ 55.1 ขณะที่เขตชนบทพบว่า มีการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยคือ จาก 66.8 เป็น 67.2 แต่ในภาพรวมของทั้งประเทศ พบว่า ลดลงคือจาก 66.5 เหลือ 61.4
ส่วนสภาวะสุขภาพช่องปากกลุ่มเด็กเรียน ช่วง 12 ปี พบว่า ในเขตเมืองลดลง ชนบทเพิ่มขึ้น และในภาพรวมระดับประเทศมีแนวโน้มลดลงได้ในปีหน้า
ส่วนเรื่องของสุขภาพช่องปากกลุ่มวัยทำงานและสูงอายุ พิจารณาในประเด็นร้อยละผู้มีฟันใช้งาน 20 ซี่ พบว่า ปี 2550 ช่วงกลุ่มอายุ 35-44 ปี อยู่ที่ 96.2 ขณะที่ในช่วงกลุ่มอายุ 60-74 ปี อยู่ที่ 54.8 ซึ่งเป็น model ที่เราจะต้องทำการศึกษากันต่อไป
การดำเนินการที่ผ่านมานั้น ได้มีการแก้ปัญหาตามกลุ่มวัยคือ
งานเด็กปฐมวัย : ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กน่าอยู่ ANC, WBC ในโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว และเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน
เด็กวัยเรียน : ยิ้มสดใส เด็กไทยฟันดี โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ โรงเรียนคู่หู เครือข่ายเด็กไทยฟันดี สพท.อ่อนหวาน
ผู้สูงอายุ : มีการดำเนินการทั้งระบบ คือ ภาคประชาชน และภาคบริการ
โครงสร้างของกองทันตฯ สอดคล้องตามภารกิจ ... ซึ่งเปลี่ยนจากลักษณะโครงสร้างของกองทันตสาธารณสุข เป็นโครงสร้างของสำนักทันตสาธารณสุข คือ
-
ครอบคลุมในทุกกลุ่มอายุ ตั้งแต่วัยเด็กและเยาวชน วัยเรียน วัยทำงานและสูงอายุ เพิ่มส่วนกลุ่มพัฒนาการคุ้มครองผู้บริโภคด้านทันตสุขภาพ และกลุ่มพัฒนาระบบทันตสาธารณสุข ซึ่งเป็นหน้างานใหม่ที่มองในเรื่องของการพัฒนาระบบกลไกงานบริการในระดับปฐมภูมิ
-
ในส่วนงานสูงอายุนั้น จะมุ่งเน้น การแก้ปัญหาเรื่องการไม่มีฟันเคี้ยว รวมทั้งการส่งเสริมป้องกัน กรณีรากฟันผุ และโรคปริทันต์อักเสบ และการเพิ่มศักยภาพให้กับชาวบ้านมากขึ้น
- ทำอย่างไรถึงมีฟันเคี้ยวได้ 4 คู่สบ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 50 คือเป็นครึ่งหนึ่งของผู้สูงอายุที่มีฟันใช้งานได้ 4 คู่สบซึ่งจะเกี่ยวกับคุณภาพชีวิต
- เราพยายามขยายงานการจัดเรื่องบริการสู่ภาคประชาชนมากขึ้น เรื่องของคุณภาพบริการ
- ดูในเรื่องของจังหวัดต้นแบบ ทั้งงานส่งเสริมป้องกันและงานบริการทั้งระบบไปด้วยกัน ซึ่งจังหวัดลำปางจะเป็นจังหวัดนำร่อง
การดำเนินงานที่ผ่านมา
- การจัดบริการใส่ฟันเทียมทั้งปากหรือเกือบทั้งปาก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะทางแก่ผู้สูงอายุได้ถึง 160,000 ราย
- พัฒนาความเข้มแข็งภาคประชาชนโดยพัฒนาต้นแบบชมรมผู้สูงอายุด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปากใน 54 จังหวัด 234 ชมรม
- และพัฒนารูปแบบการจัดบริการส่งเสริมป้องกันโรคตามชุดสิทธิประโยชน์ในพื้นที่ 21 จังหวัด 167 หน่วยบริการ
ทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งที่ต้องขยายต่อไปอีก
จากผลการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพครั้งต่อมา ในปี 2550 พบว่า ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ยังต้องการฟันเทียมทั้งปากเพื่อการเคี้ยวอาหารร้อยละ 4 หรือประมาณ 250,000 คน
- ระบบการเฝ้าระวังในชุมชนจะทำอย่างไร ตั้งแต่เด็กเล็ก เด็กโต จนถึงผู้สูงอายุ
- เป็นการเฝ้าระวังโดยชุมชน เพื่อชุมชนจะทำอย่างไร
- ให้เริ่มต้นที่ประชาชนเป็นผู้คิด แล้วทันตแพทย์คอยเฝ้าดูอยู่รอบๆ เท่านั้น
- ... ก็เป็นประเด็นที่ฝากให้คิดกันต่อไป
โครงการฟันเทียมพระราชทานและการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ จัดเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 2552-2554 ซึ่งรูปแบบอาจเป็นไปในลักษณะที่ implement ผ่าน อสม. ลงไป และเป้าหมายสุดท้าย คือ มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุโดยชมรมผู้สูงอายุทุกจังหวัด 1 อำเภอ 1 ชมรม
ซึ่งถ้าเราเปรียบเทียบกับประเทศญี่ปุ่น จะพบว่า ผู้สูงอายุในประเทศญี่ปุ่นที่มีอายุตั้งแต่ 100 ปี ขึ้นไปคิดเป็น 27,000 ขณะที่ในประเทศไทยคิดเป็น 4,900 จะต่างกัน 5-6 เท่าตัวเลย และเคล็บลับของเขาก็คือ
- ไม่กินเหล้าสูบบุหรี่
- ไม่มีการหกล้ม แปลว่าต้องมีการออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ
- เลือกบริโภคเนื้อปลา
- ต้องมีสายตาที่ดี
- ต้องมีการนอนหลับได้ดี
- มีฟันที่ดี
จาก slide ของ อ.อุทัยวรรณ จะพูดถึงลักษณะการทำงานในส่วนงานบริการสุขภาพ 3 รูปแบบ ก็คือ 1. เราทำให้เขา 2. เราทำกับเขา และ 3. เราส่งเสริมให้เขาทำ
จึงอยากให้ลองสำรวจลักษณะการทำงานของเราว่า เป็นแบบไหนกับพื้นที่
รวมเรื่อง ถ่ายทอดโครงการฟันเทียมฯ 2553-2554
สวัสดีครับ คุณหมอ
เป็นโจทย์ที่ท้าทายมากเลยนะครับ
เห็นเวทีวันนั้นแล้ว ไม่น่าหนักใจครับ เพราะเห็นทั้งความต้ังใจและสติปัญญาครับ