"ขอบคุณ"
หากมีเหตุการณ์ที่ไม่ดี ไม่ถูกใจเกิดขึ้นแล้ว เราคิดไม่ดี พูดไม่ดี ก็เท่ากับเสียใจ ทำให้ใจรู้สึกไม่ดี สิ่งที่ไม่ดีก็จะเกิดขึ้นเรื่อยๆ เหมือนลูกโซ่ เป็นกฎธรรมชาติของโลกนี้....
หากเราใช้คำว่า "ขอบคุณ" แล้วจะทำให้ใจสบาย เปรียบเสมือนเราตัดขาดจากลูกโซ่ของสิ่งไม่ดีนั้น
ดังนั้นภาษาที่ไม่ดี ห้ามพูดเด็ดขาด ภาษาที่ไม่ดี เช่น คำพูดด่าว่า แสดงความโกรธ นินทาว่าร้าย ตำหนิติเตียน ดูถูกดูหมิ่นผู้อื่น เป็นต้น เพราะการใช้ภาษาที่ไม่ดี จำนำชีวิตเราไปในทางที่ไม่ดี ตรงกันข้ามกับคำว่า "ขอบคุณ" จำนำเราไปสู่ความโชคดี มีความสุข ความทุกข์เศร้าหมองจะเปลี่ยนเป็นความสุขได้จริง
เช่น ตัวอย่างจากชีวิตจริงของคุณสมมติ:
เมื่อเจ้านาย (ที่เพิ่งได้รับการโปรโมทขึ้นรับตำแหน่งใหม่) พิจารณาให้คุณสมมติออกจากงาน ทั้งที่ความจริงแล้วเกิดจากความไม่ชอบใจส่วนตัวของเจ้านายเอง แล้วสร้างสถานะการณ์ให้คุณสมมติ เข้าสู่กระบวนการประเมินผลลัพธ์ที่ได้คือ "คุณทำงานล้มเหลว" โดยคุณสมมติเองรู้ดีมาตั้งแต่ต้นว่าเจ้านายกำลังพยายามบีบให้เขาทนไม่ได้และออกจากงานไปเอง แต่คุณสมมติยังคงลังเลใจ เพราะสำนึกในบุญคุณของบริษัท และผู้บริหาร ที่มีเมตตา และมอบความอบอุ่นให้แก่พนักงานเสมอมา และการหางานใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย ในสถานะเศรษฐกิจปัจจุบัน ทั้งที่คุณสมมติเองก็มีโครงการที่อยากทำงานอิสระ และมีความรู้ ความสามารถด้านอื่น นอกจากการทำงานภายในบริษัทเท่านั้น
ดังนั้น จากการเรียนรู้ "ภาษาศักดิ์สิทธิ์" เมื่อเจ้านายใหม่แจ้งคุณสมมติว่า บริษัทขอเลิกจ้าง คุณสมมติ ได้กล่าว "ขอบคุณ" เจ้านายอยู่ในใจ อย่างโล่งอก และรู้สึกสบายใจ ....
"ขอบคุณ" ที่ทำให้ได้มีโอกาส ทำโครงการที่อยากทำ โดยที่คุณสมมติยังไม่รู้ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่ก็นับเป็นก้าวแรกของการเดินทางในเส้นทางชีวิตใหม่
*ข้อคิด* ถ้าเราเปิดตัวเองออกสู้โลกกว้าง กล้าคิด กล้าทำ ในสิ่งที่คิดดี ทำดีแล้วนั้น ชีวิตย่อมประสบความสำเร็จ ....ความสำเร็จนั้นไม่ใช่เงินตรา ความร่ำรวย มั่งคั่ง....แต่ความสำเร็จนั้น คือเราได้บรรลุเป้าประสงค์ที่ตั้งใจ ได้เรียนรู้ ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ จากเส้นทางของชีวิตใหม่ ที่หลายๆ คนไม่กล้าแม้แต่จะคิด