สุขภาพดี ทั้งด้านร่างกาย สมอง จิตใจ จิตวิญญาณ อารมณ์ และสังคม สำคัญยิ่ง...

 

 

 

คำแนะนำเบื้องต้น : ผู้เขียนบันทึกไม่ใช่แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เพียงแต่เป็นผู้สนใจใคร่รู้และรักที่จะค้นหาข้อมูลเพื่อการดูแลสุขภาพที่ดี จึงขอให้ใช้วิจารณญาณในการอ่าน และหากมีข้อมูลเพิ่มเติมนำมาแลกเปลี่ยนเพื่อให้เกิดประโยชน์กว้างขวางยิ่งขึ้น คนไม่มีรากยินดีน้อมรับด้วยใจที่เปี่ยมความขอบคุณค่ะ

 *******************************************************

 

     พี่สาวพี่เขย บ่น ๆ ว่าเดี๋ยวนี้ขี้ลืมจริง ๆ สงสัยแก่แล้ว...

            

      คนไม่มีรากจึงลองค้น ๆ ข้อมูลเกี่ยวกับการเพิ่มพลังและประสิทธิภาพของสมองในวัยผู้สูงอายุ  (สำหรับการเพิ่มพลังสมองในวัยเด็ก วัยรุ่น วัยหนุ่มสาวมีเนื้อหาวิธีการที่เผยแพร่ด้านนี้มากอยู่แล้ว) พบสิ่งที่น่าสนใจ เป็นเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่บางครั้งเราก็ไม่ได้สนใจ  จึงนำมาเผยแพร่ไว้ แม้หลายท่านยังไม่เข้าสู่วัยผู้สูงอายุ แต่เราก็น่าจะสามารถใช้วิธีการดังกล่าวเพื่อช่วยให้สมองมีพลังและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

Pa2302200

 

1. ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน : นพ.ไมเคิล รอยเซน อายุรแพทย์ชาวอเมริกัน จากคลีฟแลนด์คลินิก ให้ข้อมูลว่า คราบแบคทีเรียตามร่องฟันไม่ดีต่อสมอง เพราะทำให้เกิด “ปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกันวิทยา” (Immune reaction)

 

“ปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกันวิทยา” นี้จะมีผลคือ การทำลายและลดประสิทธิภาพของเส้นเลือดแดงที่นำเลือดแดงออกจากหัวใจ ทำให้ไม่สามารถส่งอาหารต่าง ๆ ไปเลี้ยงเซลล์สมองได้ (เม็ดเลือดแดงมีหน้าที่นำสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ รวมทั้งเซลล์สมองด้วย) การใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำจะช่วยลดคราบแบคทีเรียและส่งผลให้ไม่เกิด“ปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกันวิทยา” จึงช่วยให้สมองไวขึ้นได้เพราะได้รับสารอาหารและออกซิเจนเต็มที่นั่นเอง

เพิ่มเติม : ตามความคิดของคนไม่มีราก นอกจากการใช้ไหมขัดฟันแล้ว การแปรงฟัน บ้วนปากหลังอาหาร หรือกระทั่งการดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ ก็มีผลช่วยลดคราบแบคทีเรียต่าง ๆ ในช่องปากได้ ดังนั้นจึงน่าจะได้ผลดีเช่นกัน

            

2. การเล่นรูบิก (ลูกบิด) การเล่นรูบิกจะช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้นเพราะเป็นการฝึกกลยุทธ์และทักษะด้าน 3 มิติ (ทักษะสัมพันธ์) ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสมอง ช่วยให้สมองตื่นตัวและกระฉับกระเฉงตลอดเวลา

เพิ่มเติม : การวาดภาพ การระบายสีต่าง ๆ ก็มีส่วนในการกระตุ้นและพัฒนาสมองในด้านมิติสัมพันธ์เช่นเดียวกัน

       

3. การเดิน การเดินสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 20 นาที เป็นการเติมออกซิเจนให้กับเซลล์สมอง 

    นพ.แซมแวง ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท มหาวิทยาลัยพริ้นซ์ตัน อธิบายว่า “การออกกำลังกายด้วยวิธีแอโรบิก สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง มีผลดีต่อสมองเทียบเท่ากับกิจกรรมลับสมองอื่น ๆ ”

เพิ่มเติม : เรื่องการเดินนี้คนไม่มีรากเองและเพื่อนร่วมงานหลายคน มีหลักฐานที่ได้ค้นพบด้วยตัวเองว่า ตอนที่คิดงาน เขียนงาน ทำงานแล้วทำไม่ได้ คิดไม่ออก หรือแก้ปัญหาคาใจไม่ได้ เมื่อได้ออก “เดิน” ทำให้เราพบทางออกสำหรับสิ่งที่ค้างคาใจได้จริง ๆ ค่ะ  นอกจากนี้การเดิน ยังเป็นการออกกกำลังกายที่ดี เป็นการประนีประนอมและทำตามศักยภาพของร่างกายอย่างแท้จริง เพราะมีเวลาเมื่อใดก็ทำได้ วันใดมีแรงเยอะก็เดินเร็ว ๆ วันไหนเหนื่อยอ่อนก็เดินช้า ๆ นั่นคือเรากำหนดเวลา ความถี่ และความแรงของการออกกำลังกายได้เหมาะสมกับสภาพร่างกายจริง ๆ

         

4. การใช้ตะเกียบ เป็นการกระตุ้นสมองได้อย่างดี   

     ศาสตราจารย์เมาซิงนี ผู้เชี่ยวชาญด้านการชะลอวัย จากมหาวิทยาลัยโยซาน ในนครลอสแอนเจลิส ให้ข้อมูลการวิจัยหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า การใช้ตะเกียบสัมพันธ์กับศูนย์กลางเซลล์ประสาทที่อยู่บริเวณปลายนิ้วมือ ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับสมอง

    นอกจากการใช้ตะเกียบแล้ว กิจกรรมที่ต้องใช้ปลายนิ้วทุกชนิด เช่น การเย็บปักถักร้อย การหมุนปากกาเล่น ต่างก็ช่วยให้การไหลเวียนเลือดในสมองดีขึ้น ส่งผลให้มีสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น

เพิ่มเติม : กิจกรรมที่ใช้ปลายนิ้ว เช่นการดีดลูกคิด การเล่นเครื่องดนตรี เช่นขิม กีต้าร์ เปียนโน และอื่น ๆ  ก็มีผลในการกระตุ้นปลายประสาทที่นิ้วได้เช่นกัน (น่าจะรวมการใช้ปลายนิ้ว คลิกเม้าท์คอมพิวเตอร์ด้วย)

       

5. การนวดฝ่าเท้า (เพิ่มเติมจากผู้รู้) ระหว่างปีพศ.2544-2548 คนไม่มีรากมีโอกาสได้ร่วมงานกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างดี ศาสตราจารย์คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต (เกิดปี พ.ศ.2465) แม้ในวัยใกล้ 90 ปี แต่ท่านกลับมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ กระฉับกระเฉง ความคิดเฉียบคมจนบรรดาเด็ก ๆ ฉงนฉงายใจ  คนไม่มีรากจึงเลียบเคียงถามถึงเคล็ดลับที่ทำให้ท่านมีสุขภาพดีทั้งกายใจและสติปัญญา ท่านบอกยิ้ม ๆ ว่า ...เคล็ดลับง่าย ๆ ที่อาจารย์ทำเป็นประจำทุกวัน คือ “นวดฝ่าเท้า” หลังจากอาบน้ำก็จะนวดฝ่าเท้าทั้งสองข้าง นวดด้วยมือ นวดไปทั่ว ๆ ทุกจุดของฝ่าเท้า

เพิ่มเติม : ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่า ฝ่าเท้าเป็นจุดศูนย์รวมของเส้นประสาทและสะท้อนถึงสุขภาพของอวัยวะต่าง ๆ ภายใน การนวดฝ่าเท้าจึงเป็นการดูแล เยียวยาอวัยวะต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

 

Nakornpatom20081010399

 

     เกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อการดูแลและเพิ่มพลังสมองนี้ คนไม่มีรากตั้งใจให้เป็นของขวัญกับพี่สาวพี่เขยและกัลยาณมิตรทุกท่านค่ะ และหากมีข้อมูลหรือเทคนิคเพิ่มเติมดี ๆ จะนำมาแลกเปลี่ยนไว้ในบันทึกนี้ด้วย คงยิ่งวิเศษเลยค่ะ

 

       ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงทั้งด้านร่างกาย สมอง จิตใจ จิตวิญญาณ อารมณ์ และสังคม.... นะคะ

                                                                  (^___^)

 

อ้างอิง

- www.cnn.com

- อ่านประวัติและผลงานของ ศาสตราจารย์คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต ได้ที่ http://www.praphansarn.com/new/c_writer/detail.asp?ID=174

- สนใจการนวดตัวเอง ชมได้ที่บันทึกของคุณระพี ที่นี่ค่ะ http://gotoknow.org/blog/love-is/315337