ภูมิปัญญาท้องถิ่น
กำลังรอสืบสาน
ด้วยวิธีการที่แท้จริง (ตอนที่ 2)
โดย ชำเลือง มณีวงษ์
ผู้มีผลงานดีเด่น รางวัลพุ่มพนมมาลา ราชมงคลสรรเสริญ 2547
จะมีวิธีการใดบ้าง ครับ ที่มองเห็นเป็นความจริง ในการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านเพลงพื้นบ้านและด้านอื่น ๆ ให้คงอยู่ได้อย่างเป็นรูปธรรม มิใช่แค่ได้ทำแล้วก็ปล่อยไป ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจะกี่ครั้งก็ยังอยู่ที่เดิม มิได้มีการพัฒนาให้ก้าวหน้าจริง ๆ เสียที น่าเสียดายเวลา งบประมาณการลงทุนทั้งที่ความจริงลงแรงแค่เพียงอย่างเดียว (เสียหยาดเหงื่อ) ก็สามารถทำงานนี้ได้อย่างแน่นอน เป็นต้นว่า
1. การแสดงความมีตัวตนที่แท้จริง เป็นจริง ๆ ในสิ่งนั้นจนเป็นที่ยอมรับของสังคม ผมหมายถึงความกล้าในการแสดงตนต่อสาธารณชนว่า เราเป็นผู้หนึ่งที่มีภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ในตัวเรา มีความรู้ มีทักษะในการปฏิบัติได้อย่างฉับพลัน และปฏิบัติตนในสิ่งนั้น ๆ อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องมีใครมาบังคับ
การที่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง เดินเข้าไปหาปราชญ์ชาวบ้าน หรือผู้รู้ในท้องถิ่น หรือคนภูมิปัญญาด้วยความตั้งใจและมีความสนใจเป็นพิเศษ นั่นแสดงถึงความมีใจแน่วแน่ที่ฝังลงลึกอยู่ภายในยากที่จะเปลี่ยนแปลงได้ ผิดกับการบังคับ ชักชวน แนะนำให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือกลุ่มบุคคลมาเรียนรู้ ฝึกหัดปฏิบัติสิ่งใดสิ่งหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง แล้วก็จางหายไป ความมีตัวตน เป็นสิ่งที่สามารถชี้ชัดได้ว่า คน ๆ นั้นทำอะไรได้ อยู่ที่ไหน มีความพร้อมเพียงใด การที่บุคคลคนหนึ่งจะเป็นที่ยอมรับในสังคม ในกลุ่มบุคคลได้จะต้องอาศัยเวลาที่ต่อเนื่องยาวนาน ถึงแม้ว่า จะมีนายทุนสนับสนุนโหมกระหน่ำทำการประชาสัมพันธ์ (โฆษณา) สักเพียงใด หากแต่ว่าสิ่งที่โฆษณาไปนั้นยังไม่มีความยั่งยืนถาวร เมื่อสิ้นเสียงโฆษณา ก็มีแต่ภาพที่พร่ามัว แล้วก็จางหายไปอีก เช่นกัน
แต่ภาพจริง ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลานานสักเพียงใด ความน่าเชื่อถือที่ค่อย ๆ สะสมมานานก็จะค่อย ๆ ขจรขจายแผ่กว้างออกไปทีละน้อยอย่างช้า ๆ แต่มีความมั่นคงแน่นอน สิ่งที่สำคัญที่จะต้องมีคู่กันไปก็คือ บุคคลต้นแบบหรือผู้ถ่ายทอดจะต้องเป็นหลัก จับกลุ่มบุคคล หรือผู้ที่จะมารับการถ่ายทอดที่เอาจริงเอาจังกับสิ่งนั้นให้ได้เสียก่อน มิใช่ว่าเข้ามาเพราะอยากเป็น อยากลอง อยากทำดูบ้าง คนที่รักจริงมักจะเข้ามาเพราะมีแรงบันดาลใจ มีความใฝ่ฝันที่จะรับรู้และทำได้ จึงมีความเพียรพยายามที่มองเห็นได้ในภายนอกอย่างชัดเจน เช่น กล้าที่จะแสดงออก เต็มใจที่จะฝึกปฏิบัติตามคนต้นแบบ และมีข้อสงสัยให้แนะนำเพื่อการเทียบเคียง (ประเมินตนเอง) อยู่เสมอ
2. รวมกลุ่มได้อย่างเหนียวแน่นและเป็นเวลานาน แสดงถึงความมั่นคง ในประเด็นนี้ ผมหมายถึงการมีหลักแหล่งที่ยึดเหนี่ยวชัดเจน แสดงถึงความมีพลังในการเดินหน้าทำงานด้านใดด้านหนึ่งอย่างเป็นรูปธรรม เช่น กลุ่มอนุรักษ์และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น เพลงพื้นบ้าน กลุ่มสืบสานเพลงอีแซว หรืออย่างวงเพลงที่ผมจัดตั้งมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2535 ต่อมาในปี พ.ศ. 2537 ใช้ชื่อกลุ่มว่า เพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ วันใดไปแสดงเพลงฉ่อย ก็ใช้ชื่อว่า วงเพลงฉ่อยสายเลือดสุพรรณฯ (เพื่อให้ตรงกับการนำเสนอผลงานในครั้งนั้น) ความจริงอยากจะใช้ชื่อว่า วงเพลงพื้นบ้านสายเลือดสุพรรณฯ แต่เนื่องจากใช้ชื่อ วงเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ มานาน ผมรวมกลุ่มนักแสดงที่เป็นนักเรียนในโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 ในขณะที่ยังไม่มีโรงเรียนอื่นทำวงเพลงพื้นบ้านอย่างชัดเจน จะมีบ้างก็เป็นชั่วครั้งชั่วคราว และที่สำคัญวงเพลงพื้นบ้านของผมฝึกปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องทั้งในชั่วโมงเรียนปกติและนอกเวลาเรียนโดยไม่มีคำว่า ในปีนี้ไม่มีตัวเล่น เด็กเก่า ๆ ออกไปหมด คำนี้ไม่มี เพราะมันเป็นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อย่างไรเสียก็ยังมีตัวตายตัวแทน หาเอามาเสริมวงจนได้
ในทำนองกลับกันกลุ่มที่ทำเฉพาะกิจ ทำวงเพลงพื้นบ้านเฉพาะงาน เฉพาะกิจกรรมหรือบางครั้งทำเพียงเพื่อดำเนินงานตามโครงการที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนมาให้เสร็จสิ้นไปเท่านั้น เคยมีองค์กรหนึ่งเขาได้รับงบประมาณมาจำนวนมาก เขาก็ติดต่อให้ผมนำเด็ก ๆ ไปเข้าร่วมอบรมหน่อย ผมสงสัยว่า ทำไมไม่ทำกับเด็ก ๆ หรือคนโตที่สนใจและยังไม่เป็น แล้วทำให้เกิดมี ทำให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า แต่กลับทำเพื่อให้ได้ผลงานผ่านไปที ก็ทำให้คิดว่า วิธีการที่ทำ ไม่ได้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

ในกรณีนี้ ถ้าจะให้ได้ภาพจริง จะต้องจัดงบประมาณไปลงยังวงเพลงพื้นบ้านที่เขามีกลุ่มดำเนินงานที่ชัดเจนอยู่แล้วซึ่งในปัจจุบันนี้ก็มีอยู่หลายวง ตั้งเป้าหมายเอาไว้ ต้องการคุณภาพในระดับใด เมื่อเขาได้รับงบประมาณไปพัฒนา หมดเงินแล้วยังเหลือผลงานคงที่ให้พิสูจน์ความสามารถอีกยาวนาน น่าจะดีกว่า การจัดกิจกรรม 1-3 วันแล้วจบ แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามมา มีแต่ความว่างเปล่าจริง ๆ ทำไปทำไม
บุคคล กลุ่มบุคคล องค์กร สถานศึกษาที่ตั้งตนเองว่า เป็นสำนัก.. เป็นผู้สอน เป็นผู้ฝึก ทำการส่งเสริมเยาวชนรอบข้าง แต่พอหันมาดูในองค์กรของตนเองกลับไม่มี ไม่เป็นรูปธรรม น่าสงสัยว่า ทำไมจึงออกไปทำงานไกลตัว ที่ใกล้ตัวสามารถไขว่คว้าหาทายาทได้มีมากมาย แต่ไม่สามารถแสดงพลังที่เข้มแข็งได้ รวมทั้งผลงานบนเวทีการแสดงอาชีพยังไม่เคยปรากฏว่ามีผู้จ้างวาน (นอกจากจัดเอง) แล้วคนที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมาจะเดินทางไปได้ไกลแค่ไหน นอกเสียจากเมื่อแยกย้ายกันไป ก็กลับสู่บ้านเกิดเป็นตัวตนคนเดิมก็เท่านั้นเอง
เราไม่สามารถทราบได้ว่า ในส่วนลึก ๆ แล้ว เขามีใจรักบ้านเกิดเมืองนอน หวงแหนมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่นมากน้อยเพียงใด เขาเดินผ่านเวทีการแสดงพื้นบ้าน เต็มใจที่จะหยุดยืนดู นั่งดูจนเลิกหรือแค่เดินผ่านเวทียังไม่อยากเห็น ถ้าเป็นอย่างนั้นมรดกของชาติที่กำลังรอสืบสาน จะใช้วิธีการใดเข้ามาช่วยประคับประคองชลอการสูญสิ้นให้ช้าลงได้ ถ้าไม่ใช่วิธีการที่แท้จริง

ติดตามชมผลงานที่เป็นผลผลิตจากคนรุ่นเก่าสู่ครูเพลงและลงสู่เยาวชนอย่างยั่งยืนถาวรได้ในเว็บไซต์ youtube.com โดยพิมพ์ที่ช่องค้นหา (search) ว่า เพลงพื้นบ้าน หรือเพลงอีแซว หรือทำขวัญนาค อย่างใดอย่างหนึ่ง ท่านจะได้สัมผัสกับบันทึกการแสดงสดบนเวทีด้นกลอนสดจริง ๆในสถานที่หลายแห่ง
ติดตามตอนที่ 3 ภูมิปัญญาท้องถิ่นกำลังรอสืบสานด้วยวิธีการที่แท้จริง
ชำเลือง มณีวงษ์ กับ วงเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ ยืนยาวมานาน 18 ปี