เช้านี้ลงจากสวดมนต์แผ่เมตตาให้ผู้ร่วมเกิดแก่เจ็บตายตามปกติแล้ว

กลับมานั่งแก้เชือกซึ่งขดกันอยู่  เพื่อม้วนให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

แต่รีบเกินจึงหาปลายเชือกไม่เจอกลับไปกลับมากันพัลวัน

 

เลยต้องหยุด  เพราะการหยุดอยู่นิ่งๆ สักครู่อย่างพิจารณา 

 จึงได้รู้ว่า เชือกพัลวันมัดอยู่อย่างยุ่งเหยิง

ค้นหาปลายเชือกต้นเชือกแล้วค่อยๆดึงทีละนิดอย่างมีสติ
ดึงออกมาอย่างนิ่มนวล ง่ายดายกว่าทีแรกมาเลย

 

คล้ายๆกับชีวิตของทุกรูปนาม 

 รีบด่วนเกินไปจึงเกิดเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นมากมาย

เพราะทำไปโดยไม่ทันยั้งคิดจึงจับต้นชนปลายไม่ถูก
ลองหยุดสักพักก็ดีนะ  เพื่อให้ใจได้พักเหนื่อย

หยุดพิจารณาตนที่ต้นตอของเหตุ  แล้วเจ้าสติจะได้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว
อาจจะไตร่ตรองได้ว่าจะเริ่มตรงไหนก่อนดีนะ

ค่อยๆ คลี่คลายเรื่อยๆ ถึงว่าจะคลายคลี่ได้ไม่หมดก็ตามที
แต่ทว่าก็ยังพอมีเนื้อที่ให้ไหวไปมาได้บ้างแล้ว

โดยมากเราจะมุ่งไปที่ความสำเร็จมากเกินไปในการกระทำอะไรสักอย่างหนึ่ง

เมื่อไม่รู้จักหยุดไตร่ตรองสิ่งนั้นอาจจะเสร็จเร็วไวก็จริงอยู่

แต่ทว่าคงจะออกมาไม่ดีพอเท่าทีควรและเราจะเหนื่อยกว่าความเป็นจริง

ในบางคราครั้งแห่งจังหวะของชีวิต
ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องวิ่งตามมันเสมอไปทุกครั้ง

เพราะบางครั้งคราหากเรามีสติใคร่ครวญ

เพียงแค่เราหยุดนิ่งๆสักเพลาหนึ่ง  แล้วชีวิตจะหยุดรอเราเอง
หัวใจของการเดินทาง ไม่ใช่อยู่ที่เป้าหมาย
หากอยู่ที่ประสบการณ์สองข้างทาง มากกว่า

ท่านละเหลียวมองสองข้างทางอยู่บ้างหรือเปล่า

ธรรมะสวัสดีขอรับ..