สุนทรียสนทนาตามหลักพุทธธรรม

   

   

     ค่ำนี้ว่างๆ ก็เลยหยิบเอาหนังสือพุทธธรรม ของ ท่านพระธรรมปิฎก (ขณะนั้น) ขึ้นมาอ่าน  พบหลักการสนทนาจากพุทธพจน์  อ่านดูแล้ว  ก็คือ สุนทรียสนทนา(Dialogue) นั่นเองครับ

 

     "พุทธพจน์" เกี่ยวกับการสนทนา ประกอบด้วยธรรม 5  ประการ ครับ  คือ

 

   1. ไม่นึกหมิ่นเรื่องที่เขาพูด

   2. ไม่นึกหมิ่นผู้พูด

   3.ไม่นึกหมิ่นตัวเอง

   4. ใจไม่ฟุ้งซ่าน ฟังธรรม โดยมีจิตหนึ่งเดียว

  5. มนสิการโดยแยบคาย(โยนิโสมนสิการ)

 

   ในข้อ 5  ยังมีขยายผลต่อไปอีกว่า

 

     1.  มีปัญญา ไม่โง่เง่า

     2. ไม่ฟังโดยมีความรู้สึกลบหลู่

    3. ไม่ฟังโดยมีจิตแข่งดี

    4.  ไม่ฟังโดยคอยจ้องจับผิด มีจิตกระทบต่อผู้แสดง

    5. ไม่คิดหมายว่าเข้าใจแล้วในสิ่งที่ยังไม่เข้าใจ

  

    นอกจากนั้นท่านพระธรรมปิฎกยังได้แสดงกระบวนการแห่งความเจริญของปัญญา 5 ขั้นตอน ดังนี้ครับ

 

    1. สร้างทัศนคติที่มีเหตุผล ไม่เชื่อหรือยึดถือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

    2. ยินดีรับฟังหลักการ ความเห็นต่างๆ ของทุกฝ่าย ทุกด้าน ด้วยใจเป็นกลาง  ไม่ด่วนตัดสิน  ไม่ยืนกรานยึดติดแต่สิ่งที่ตนรู้ว่าถูกต้อง

    3. เมื่อรับฟังความเห็นต่างๆของผู้อื่นแล้ว  นำมาพิจารณา

     4. นำสิ่งที่ใจรับมานั้น มาขบคิดทดสอบด้วยเหตุผล

     5. ถ้าสงสัยให้รีบถาม

 

   (ทั้ง 5 ข้อนี้  ก็คือ ฟังโดยไม่ตัดสินนั่นเองครับ  หรือ ฟังโดยไม่เอา Mental Model ของตัวเองมาเกี่ยวข้อง   เรียกว่า ฟังอย่างเปิดใจ )

      

    ท่านพระธรรมปิฎกได้ให้เหตุผลว่า เมื่อกัลยาณมิตรได้ทำหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุดแล้ว ก็จะต้องย้ำหน้าที่ของตัวผู้ศึกษาเอง  เตือนให้ผู้ศึกษาทำหน้าที่ของตนเองให้ดี  ด้วยการฟัง

 

    ครับจากสาระดังกล่าว  ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นต่อท้ายว่า

 

    1. สุนทรียสนทนา ก็เป็นการฟังตามหลักพุทธธรรมนั่นเองครับ   จึงไม่ควรคิดว่าเป็น "นวัตกรรม" ของตะวันตก  แต่เป็นเรื่องปกติของชาวพุทธเรานี่เองครับ

 

   2. สุนทรียสนทนาจึงถือเป็นหน้าที่ปกติของผู้ศึกษาชาวพุทธเราครับที่จะต้องปฏิบัติ  ไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด

 

   3. ถ้าจะเรียกให้เป็นชาวพุทธ แทนที่จะเรียกว่าสุนทรียสนทนา  ก็มาเรียกว่า  

 

    การสนทนาแบบพุทธ   

 

     ดูบ้างก็ได้นะครับ  จะได้ไม่แปลกแยก

 

                  ขอบคุณครับ