เมื่อวานตอนเย็นนั่งบริโภคข่าวอยู่  มีคุณโยมท่านหนึ่งชี้ให้ดูข่าวๆหนึ่ง

ซึ่งลงว่า..จับพระนักเทศน์ชื่อดังเช่าบ้านมั่วสีกา....

(คิดในใจว่าอีกแล้วเหรอ)

ธรรมฐิตเลยแย้งว่า

เขาลงข่าวไม่ถูกจริงๆต้องบอกว่า

..จับชายคลุมเหลืองหัวลื่นโล้นเช่าบ้านมั่วสีกา..

..หรือ..จับกาฝากศาสนา....อะไรทำนองนี้สิจึงจะถูก 

เพราะถ้าขึ้นชื่อว่าพระคงไม่ทำแบบนั้นท่านว่าไหมละ

รึธรรมฐิตอาจจะพูดผิด  เราท่านต้องนึกว่าเรื่องแบบนี้มีมาทุกยุคสมัย

แต่ปลาในเข่งเน่าตัวเดียวที่เหลือยังอีกเยอะใช่ไหม

ขึ้นชื่อว่าคนแล้วมีทั้งเสียและดี 

พระก็มาจากลูกชาวบ้านประชาชนคนหนึ่งเหมือนกัน

ไม่ใช่ว่าจะตัดโลภ โกรธ หลงได้หมดตั้งแต่ต้น 

การปลงผม  ห่มจีวร  นอนที่วัด..นั่นเป็นเพียงรูปแบบภายนอกเบื้องต้น 

เพื่อเครื่องหมายรู้เท่านั้น 

แต่หากไม่ยอมรับทำตามกฎกติกาในรูปแบบที่เขาวางไว้ 

ยังมีการทำตนหนักไปทางฆราวาสแล้วไซร้ 

ก็แค่..ขอทานไฮโซ..คนหนึ่งเท่านั้น..

ขอทานที่นั่งอยู่ตามริมฟุตบาทยังมีศักดิ์ศรีกว่าเสียอีกท่านว่าไหม

ดังนั้นเราท่านทั้งหลายนี้แหละต้องช่วยกันสอดส่องดูแลพฤติกรรมเหล่านี้

อย่าคิดว่าเป็นโยมแล้วจะชี้แนะพระไม่ได้นะขอรับ 

แต่ส่วนมากพระนี้แหละพอโยมชี้แนะจะไม่ค่อยฟังหาว่าโยมรู้มาก 

หากเป็นการชี้แนะนำเสนอเพื่อเป็นไปทางที่ชอบประกอบด้วยธรรม

ถือเป็นการดี เป็นการติเพื่อก่อหาใช่เพื่อทำลายไม่

  รั้วเหล็กที่กั้นรอบบ้านเพื่อกันโจรขโมยหรือสิ่งต่างเข้าบ้านฉันใด

พระก็ดั่งรั้วเหล็กที่คอยแนะนำพร่ำสอนสิ่งที่ดีงามเพื่อให้เราท่านทั้งหลาย

ได้ประพฤติปฏิบัติกั้นสิ่งที่เป็นอกุศลมาบงการใจตน

หากรั้วเหล็กโดนสนิมกินสนิมจับเราท่านก็ควรเคาะควรเช็ดบ้างสิใช่ใหม

ในสังคมปัจจุบันนี้เราจะเห็นพฤติกรรมแปลกๆจากคนที่ชาวบ้านเรียกว่า..พระ..

ดังนั้นเราจึงต้องเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแลอย่าถือว่า..ไม่ใช่เรื่องของฉัน..

มิเช่นนั้นแล้ว..ขอทานไฮโซ..จะลอยนวล 

หากปลงผม  ห่มจีวร  นอนที่วัดแล้ว  ไม่ยอมรับกฎกติกามารยาทแล้วไซร้

สุดท้ายก็คงหนีไม่พ้น..กฎแห่งกรรม..

 

ธรรมฐิตขอตัวไปตรวจตราตนก่อนนะขอรับว่าบกพร่องกฎกติกาอยู่บ้างไหม

ธรรมะสวัสดีขอรับ..