เนื่องจากคนเราไม่อาจอยู่คนเดียวได้จึงรวมอยู่กันเป็นกลุ่มเป็นสังคมทำให้กลุ่มคนสร้างกฎกติกาที่ดีงามเพื่อรักษาความเรียบร้อยในสังคม และสิ่งที่กลุ่มคนสร้างขึ้นมานั้นละคือวัฒนธรรม สื่อถึงวิถีแห่งการดำเนินชีวิตของคนในสังคม
แต่ละสังคมก็แตกต่างกันไป ตามความเชื่อทางศาสนาก็แตกต่างกันไปด้วย บางสังคมเน้นด้านวัตถุถือเอาความเจริญทางเศรษฐกิจแบบบริโภคนิยม บางสังคมเน้นด้านจิตใจ เช่นสังคมไทยแต่โบราณหันมานับถือพุทธศาสนาแม้สิ่งก่อสร้างทางวัตถุก็ล้วนเชื่อมโยงถึงจิตใจที่มีความสุขสบายเช่นโบสถ์วิหารพระพุทธรูปเป็นต้น
พุทธศาสนามีประโยชน์ต่อสังคมไทยดังนี้
1 . ด้านวัตถุธรรม มีการสร้างพระพุทธรูป สร้างวัดจำนวนมาก วัดเป็นอะไรหลายอย่างเช่น เป็นที่อยู่ของพระสงฆ์ เป็นสถานที่ศึกษา เป็นศูนย์รวมข่าวสารในอดีต เป็นตลาด เป็นเวทีแสดงกลางแจ้ง เป็นที่ประชุมสัมมนาต่าง ๆ เป็นต้น
2 . ด้านวรรณกรรม เป็นเรื่องราวสอนคติธรรมคำสั่งสอนชึ่งเป็นรากฐานวัฒนธรรมทางจิตใจ มีไตรภูมิพระร่วง นิทานชาดก คำสุภาษิตต่าง ๆ เช่น
ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน บัณฑิตทั้งหลายย่อมฝึกตนเอง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว คนเราจะล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร คบคนเช่นใดเป็นเช่นคนอย่างนั้นแล
เป็นชาวพุทธ ถ้ามีคนรู้อย่างที่อาจารย์ แล้วนำมาแพร่ขยายให้คนไม่รู้ได้ทราบ ศาสนาที่เรานับถือคงจะดำรงสืบไป
ที่ว่า"ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว"ปัจจุบันนี้เห็นผลยากเหลือเกิน....ไม่รู้เมื่อไหร่จะเห็นผลทันตาสักที....สำหรับคนโกงกินบ้านเมือง....อาศัยตำแหน่งหน้าที่อันใหญ่โตมโหฬาร
สวัสดีครับ คุณพรชัย
ทุกคนก็ต่างมีหน้าที่ในการทำแตกต่างกันไปนะครับ
สุดแท้แต่ใครจะชอบใจทำอะไร
ขอให้ทำในสิ่งดีมีสาระก็ได้ช่วยกันสร้างสรรค์งานแล้วละผมว่า...
สวัสดีครับ คุณpoonsuk
เป็นเรื่องที่น่าคิดพิจารณาและศึกษากันให้ละเอียดในความหมายของคำว่า...ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วนะครับผม...